Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

12

 


แนวโน้มสินทรัพย์ต่างประเทศ Sentiment ตลาดหุ้นสหรัฐฯส่งสัญญาณมิกซ์ ขณะที่ไทยยังคงดีขึ้น
KEY FINDINGS:

สหรัฐฯ: ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 0.4% ขณะที่เครื่องมือชี้วัดภาวะอารมณ์ตลาด (Sentiment Indicators) ส่งสัญญาณมิกซ์ โดยดัชนี Fear & Greed Index ปรับตัว ขึ้นจากระดับคะแนน 36 จุด สู่ 40 จุด ซึ่งยังอยู่ในโซน Fear อย่างไรก็ตามผลสำรวจ AAII กลับมี Bull-Bear Spread ที่ลดลง
ไทย: ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.6% จากสัปดาห์ก่อนหน้า สอดคล้องกับมาตรวัด BLS Greed & Fear Barometer ที่คะแนนปรับขึ้นต่อเนื่องในโซน Greed โดยคะแนนเพิ่มขึ้นจาก 57 คะแนนเป็น 63 คะแนน

US MARKET SENTIMENT TRACKER:
ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นราว 0.4% WoW ท่ามกลางสภาวะการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่ Sentiment Indicator ในสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงส่งสัญญาณที่ผสมผสาน โดยดัชนี CNN Fear & Greed ขยับขึ้นจากระดับ 36 จุด สู่ 40 จุด แม้จะยังคงติดอยู่ในโซน Fear แต่ได้รับแรงหนุนสำคัญจากโมเมนตัมของตลาดที่เริ่มฟื้นตัว
นอกจากนี้ ในด้านความกว้างของตลาด (Market Breadth) พบว่า McClellan Volume Summation Index มีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ระดับดัชนีดังกล่าวยังคงอยู่ห่างจากจุดสูงสุดเดิมเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ค่อนข้างมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการปรับตัวขึ้นของ S&P 500 ในรอบนี้ยังขาดพลังสนับสนุน (Internal Strength) ที่เพียงพอในการผลักดันดัชนีให้ทะลุผ่านจุดสูงสุดใหม่
ทางด้าน ผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนของ AAII สะท้อนถึงมุมมองเชิงลบต่อตลาดในช่วง 6 เดือนข้างหน้าที่มากขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สาม โดยแม้ว่ามุมมองฝั่ง Bearish จะลดลงจาก 38.1% เป็น 36.9% (สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 31.0%) แต่มุมมองฝั่ง Bullish ลดลงในระดับที่มากกว่า คือ จาก 38.5% เป็น 34.5% (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 37.5%) ส่งผลให้ Bull-Bear Spread ปรับตัวลดลง 2.8% จากระดับ 0.4% สู่ -2.4%
THAI MARKET SENTIMENT TRACKER:
ในส่วนของตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET ปรับขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง +3.6% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า หนุนจากกระแสเงินทุนไหลเข้าจากต่างชาติ ขณะที่มาตรวัด BLS Greed & Fear Barometer ปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ห้า โดยในสัปดาห์ล่าสุด มาตรวัดปรับขึ้นจาก 57 คะแนนเป็น 63 คะแนน ซึ่งเป็นการอยู่ในโซน Greed ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง หนุนจากองค์ประกอบด้าน Volume Index ที่ปรับขึ้นเหนือ Mid-point ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 สัปดาห์ และ Market Breadth ที่ยังคงปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
IMPLICATION:
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีความเปราะบาง ทั้งนี้ ค่าความผันผวนยังคงอยู่สูงกว่าระดับค่าเฉลี่ยอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. 2026 รวมถึง Put/Call Ratio ได้กลับมาปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากระดับ 0.79 สู่ 0.88 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ เม.ย. 2025 สะท้อนว่านักลงทุนมีมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้น ผ่านการเพิ่มการป้องกันความเสี่ยงจากภาวะตลาดขาลง ทำให้เราคาดว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันมากขึ้นในระยะอันใกล้
สำหรับตลาดหุ้นไทย ภาพรวมยังคงส่งสัญญาณบวกต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การที่ดัชนี Bull-to-Bear ปรับตัวขึ้นต่อในโซนกรอบบนสู่ระดับ 99% รวมถึงดัชนี Momentum Strength ที่ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2018 สะท้อนว่าตลาดเข้าใกล้ภาวะตึงตัวและอาจเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้น ซึ่งจะทำให้เกิดความผันผวนและการพักฐานชั่วคราว


สรุปภาพตลาดวานนี้ SET พุ่งต่อใกล้ 1500 พร้อมวอลุ่ม ด้วยการรวมตัวของหุ้นใหญ่ยกแผงอิเล็กทรอนิกส์ DELTA HANA KCE CCET พลังงาน PTT PTTEP TOP คอมเมิร์ช CPALL CPAXT โรงพยาบาล BH BDMS ส่วนหุ้นกลาง-เล็ก บวกดี AMARC PSGC SRS EASTW PIS เป็นต้น


แนวโน้มตลาดวันนี้ หุ้นไทยแจกปันผลพิเศษ
หุ้นไทยหลายตัวทยอยประกาศงบ และปันผลประจำปี หนุนบรรยากาศลงทุนหุ้นไทยโดยเฉพาะปันผลที่สูงเกินคาด เช่น SCB คาดปันผลระหว่างกาล 8.5 บ. จ่ายจริง 9.28 บ. PTT จ่ายจริง 1.20 แถมปันผลพิเศษอีก 0.20 บ. สร้างความคาดหวังเชิงบวกต่อ ปันผลตัวต่อไป
โดยภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังคงขึ้นต่อ เป็นไปตามมุมมองที่เราคาด แต่ความเสี่ยงเรามองว่ามีเพียงเรื่องผลเลือกตั้งปี 69 เท่านั้น ที่จะเอาหุ้นไทยลงได้ ซึ่งอาจจะยังไม่ใช่ประเด็นที่มีน้ำหนักในตอนนี้ ต้องรอดูความคืบหน้ากันต่อไป (ตลาดลงอย่างมาก คือ 3-4% และกลุ่มเด่นที่น่าซื้อยังคงมีให้ตามเดิม)
ทั้งนี้ การขึ้นของหุ้นไทยรอบนี้ เรามองเรื่องหลักๆ คือ สภาพคล่องที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นของราคาหุ้นไทย => รายย่อยหลุดดอยหุ้น => ขอคืนหุ้นที่ฝากไว้เพื่อปล่อย Shorted (SBL) => ปันผลสูงขึ้น => ขึ้น XD เอาหุ้นไปคืนเจ้าของ และเมื่อวนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ยิ่งบีบให้ฝั่งชอร์ตเซล ต้องรีบซื้อคืน
เม็ดเงินจากทั้ง สถาบัน, รายย่อย ในประเทศที่มีกระสุนเงินพร้อมรับ, Flows rotation จากฝรั่ง, ฯลฯ ตามที่เราได้สรุปประเด็นหนุนหุ้นไทยไว้ก่อนหน้านี้
ด้านปัจจัยอื่นที่มีอิทธิพลเชิงบวกต่อหุ้นไทย ยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ ปันผลพิเศษ และเราคาดว่า ราคาหุ้นต้นรอบยังมีให้ช้อนซื้อแม้หุ้นไทยจะ ทะลุ 1,500 จุด, ปัจจัยมหภาคอื่นเพิ่มเติม คือ ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ-อิหร่าน ส่อเสี่ยงสงคราม หนุนราคาพลังงาน และก๊าซ เตรียมพุ่งสูงขึ้นรอบใหม่ และเราคาดเป็นบวกต่อราคาหุ้นเชื่อมโยง ทั้ง PTTEP TOP PTTGC ตลอดจนหุ้น EGCO ที่อิงราคาไฟฟ้าในสหรัฐ


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง, หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค หากปธน. ทรัมป์ กลับลำส่งสัญญาณชะลอการใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน เพื่อรอข้อเสนอทางการทูต ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยลด "Geopolitical risk” ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เรามาวิเคราะห์กันว่า Asset Class ต่างๆจะเป็นอย่างไรบ้าง
Oil: แนวโน้มชะลอตัว โดยเฉพาะในจุดยุทธศาสตร์ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันถึง 1 ใน 3 ของโลกทางเรือ แต่ตลาดยังคงระมัดระวัง เพราะ "กรอบเวลา 2 สัปดาห์" ถือว่าสั้นมาก หากการเจรจาไม่คืบหน้า ราคาสามารถดีดกลับขึ้นไปได้ทันที
Global Stocks: หุ้นโลก เขียวสดใส นักลงทุนกลับเข้าถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
GOLD: ราคาทองคำ มีโอกาสย่อตัวลง แต่อาจลงไม่แรง เพราะยังถูกใช้เป็นหลักประกันความเสี่ยงในช่วง 2 สัปดาห์นี้
US Dollar: อาจทรงตัวหรือรีบาวด์ไม่ไกล / Note: ใน 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ ตลาดจะเข้าสู่โหมด "Wait and See" (รอดูสถานการณ์):
"หากอิหร่านกลับมาพร้อมข้อเสนอที่สหรัฐฯ ยอมรับได้ หุ้นจะพุ่งแรงและน้ำมันจะลงต่อ แต่ถ้าครบ 2 สัปดาห์แล้วไม่มีความคืบหน้า ตลาดจะกลับเข้าสู่ภาวะตื่นตระหนก (Panic) และราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุจุดสูงสุดเดิมได้ทันที" หากต้องเดาในใจท่านผู้นำ น่าจะเป็นการ “ขู่ให้กลัว”มากกว่าครับ
Technical view: Brent คาดว่าจะติดโซนต้านบริเวณ $72/barrel ไม่น่าเกิน $75/ barrel เพื่อรอดูสถานการณ์ในอีก 2 สัปด่าห์ข้างหน้า



What to watch วานนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนโตต่อ +32% WoW หนุน Sentiment หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวบวกต่อ ทั้ง AOT CENTEL ERW SPA AU
GDP 4Q25 ของไทย ที่ +2.5% YoY (+1.9% QoQ) อิงจากเลขที่มีการปรับฐานค่าสถิติย้อนหลัง ตั้งแต่ 2020 เป็นต้นมา ใกล้เคียงกับทิศทางที่เรามอง (คิดบนฐานที่ปรับเลขใหม่ ซึ่งทำให้ปี 2024 โต 2.9% จากเดิม 2.5%) โดยตัวผลักดันหลักใน 4Q25 มาจาก 1) การลงทุนภาคเอกชน +6.5%, 2) การลงทุนภาครัฐ +13.3% (เร่งเบิกงบ) 3) การส่งออก +5.6% (คิดบน FX เป็นบาทแล้ว) ส่วนปี 2026 คาดโต 1.8% หนุนโดย FDI และภาคการท่องเที่ยว ส่วน Upside อื่นๆ ติดตามการส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
การเมืองในประเทศ: การจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลคู่ขนานไปกับการรอ กกต.รับรองผลเลือกตั้ง สส. ส่วนเรื่องคดีร้องเรียนเลือกตั้งปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการซึ่งอาจรบกวนตลาดในระยะสั้นๆ
ตัวเลขเศรษฐกิจสัปดาห์นี้: GDP 4Q ไทย, ญี่ปุ่น, สหรัฐฯ มีแนวโน้มโตต่ำกว่าศักยภาพ แต่ ดัชนีฯภาคการผลิตเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวดีในปีนี้ เช่น EU PMI คาดเกิน 52.1 เป็นต้น


หุ้นแนะนำวันนี้

HANA เรามองในมุมกลยุทธ์ของการหาหุ้นเล่น เมื่อเราใจไม่กล้าพอที่จะไล่ซื้อหุ้นที่ Overbought ข่าวดีท่วมหุ้นนิวไฮท์ แต่ในมุมของ HANA ข่าวร้ายเพียบ งบก็แย่ Consensus ไม่มีใครแนะนำ แต่ราคาอยู่ล่างๆและกดไม่ลง แถมปริมาณหุ้น ชอร์ต คือนัมเบอร์วัน คาดมีลุ้นถูกเร่งซื้อคืน
แนวรับ 18 ต้าน 21 Stop loss 16

 

 

 

 


รายงานผลประกอบการวันนี้

PTT
ปตท.


(+) PTT รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 25,535 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 19,498 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% YoY และ 77% QoQ ภาพรวมกำไรสูงกว่าเราและตลาดคาด 40% และ 34% ตามลำดับ เกิดจากค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคาด รายได้อื่นสูงกว่าคาด อีกทั้งประกาศจ่ายปันผลสำหรับ 2H25 ที่ 1.40 บาท (ปันผลปกติ 1.20 บาท และพิเศษอีก 0.20 บาท) คิดเป็น Div yield 3.7% ขึ้น XD วันที่ 5 มี.ค. แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก ลดลง YoY แต่เพิ่ม QoQ เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 40 บาท (จาก 37 บาท) สะท้อนมูลค่าใหม่ของ TOP ที่ปรับขึ้นมา ยังคงคำแนะนำซื้อ

 

 

 

TRUE
ทรู คอร์ปอเรชั่น

 

(+) TRUE รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 4,003 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 5,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% YoY และ 31% QoQ สูงกว่าที่เราและตลาดคาด 23% และ 19% ตามลำดับ เกิดจากค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคาด พร้อมประกาศจ่ายปันผล 0.12 บาท (มากกว่าคาด 0.07 บาท) คิดเป็น Div yield 0.9% (XD วันที่ 8 พ.ค.) แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก เพิ่มขึ้น YoY (ค่าใช้จ่ายลด) และ QoQ (ARPU เพิ่ม) เราปรับกำไรปี 2026 ขึ้น 13% ราคาเป้าหมายใหม่ขึ้นเป็น 15.10 บาท (จาก 14.70 บาท) แนะนำ Let-profit-run ต่อ

 


BH
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

 


(+) BH รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1,885 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 1,897 ล้านบาท ทรงตัว YoY ลดลง 7% QoQ เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด แต่ประกาศจ่ายปันเซอร์ไพร์ส โดยจ่ายรวม 6 บาท (Div. yield 4.6%) แบ่งเป็นปันผลปกติ 3 บาท และพิเศษ 3 บาท ซึ่งสะท้อนถึงกระแสเงินสดที่แกร่ง แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก เพิ่มขึ้น YoY และ QoQ เรายังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 225 บาท โดยอีกจุดเด่น ที่ความสามารถในการขยับราคาเฉลี่ยขึ้นได้ และบริหารต้นทุนได้ดี

 


BBIK
บลูบิค กรุ๊ป

 

(+) BBIK รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 126 ล้านบาท กำไรทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส เพิ่มขึ้น 23% YoY และ 86% QoQ กำไรดีกว่าที่ตลาดคาด 17% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก เติบโต YoY (ย่อ QoQ ตามฤดูกาล) หากอิงจากประมาณการกำไรของตลาดจากการเติบโตระดับ 10-15% เรามองว่าการขึ้นไปเทรดที่ 15x เป็นไปได้ คิดเป็นราคาหุ้นกรอบราคาเหมาะสมเชิงกลยุทธ์ 25-30 บาท ซึ่งน่าจะขึ้นมายืนระดับนี้ก่อน และการเร่งตัวแรงๆ น่าจะเห็นการเล่นขึ้นไปช่วง 2Q26 อีกครั้ง

 

 


SAT
สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี



(0) SAT รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 197 ล้านบาท ลดลง 8% YoY ทรงตัว QoQ ผลประกอบการเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผล 2H25 ที่ 1.2 บาท (Div yield 7.5%) แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลักทรงตัว YoY และ QoQ เนื่องจากแนวโน้มการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป และยังมีแรงกดดันจากราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ แนะนำถือรับปันผลสูง โดยรวมทั้งปีคาดอยู่ราว 10%


GFPT
จีเอฟพีที



(0) GFPT รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 443 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 439 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% YoY (จากอัตรากำไร) แต่ลดลง 38% QoQ (ฐานสูงใน 3Q25) โดยกำไรเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก ลดลง YoY จาก McKey และ GFN แต่เพิ่มขึ้น QoQ จากอัตรากำไรที่ดีขึ้น เรายังแนะนำซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 11.20 บาท


DIF
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล


(0) DIF รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 5,589 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 2,362 ล้านบาท ทรงตัว YoY และ QoQ พร้อมจ่ายปันผล 0.2222 บาท (รายไตรมาส) ขึ้น XD วันที่ 13 ก.พ. คิดเป็น Div yield ที่ 2.4% แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก ทรงตัวต่อ เราคงคำแนะนำถือ รับปันผลราว 9.5% ต่อปี บนราคาปัจจุบัน


สรุปประเด็นจาก Quick take

TIDLOR
เงินติดล้อ
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
TIDLOR ตั้งเป้าสินเชื่อปี 2026 เติบโต 5-10% YoY โดยบริษัทจะกลับมาเติบโตสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกอีกครั้งในปีนี้ หลังจากที่ควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ในธุรกิจนี้ได้แล้ว
View from fundamental: เราประเมินว่าภาพรวมเป้าหมายทางการเงินปี 2026 ของ TIDLOR ค่อนข้างสอดคล้องกับประมาณการของเรา โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2026 จะเติบโต 17% YoY แนะนำ ซื้อ

KTC
บัตรกรุงไทย
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
KTC ยังระวังในการเติบโตสินเชื่อ โดยตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้เติบโต 1-2% YoY สำหรับสินเชื่อจำนำทะเบียนจะเน้นใช้สาขาของ KTB และหาพันธมิตรช่วยในการหาลูกค้ามากขึ้นในปีนี้
View from fundamental: ภาพรวมเป้าหมายทางการเงินค่อนข้างสอดคล้องกับประมาณการของเรา โดยเราคาดกำไรปี 2026 จะเติบโต 4% YoY ทั้งนี้ เราประเมินว่าราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็วในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงแนะนำ let profit run

BTS
บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
แนวโน้มผลการดำเนินงาน 4Q25 (end-Mar 2026) และปี 2026/27 จะยังคงถูกกดดันจากผลขาดทุนของรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง
View from fundamental: จากแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ยังคงอ่อนแอ เราจึงไม่เห็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นที่ชัดเจน ในกลุ่มขนส่ง เราชอบ AAV และ BEM มากกว่า


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: ทีทีบี จับมือ Schroders เสริมแกร่ง Wealth Ecosystem

ทีทีบี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Wealth Ecosystem ด้วยแนวคิด Holistic Wealth Solutions พร้อมผนึกกำลังกับ Schroders..

DELTAพาSETทะลวง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นใหญ่ หน้าเดิม อย่าง DELTA ก็นำพา SET ทะลุ ทะลวง บวกไป 20 บาท .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้