Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews: GPSC ปี68 กำไรพุ่งพรวด 58% 3 เทพหุ้น ลั่นผลงานสวยตามคาด เล็ง Q1/69 โตต่อ

524

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (12 กุมภาพันธ์ 2569)----- GPSC  ปี68กำไรพุ่งพรวด58%  รับเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า -โรงไฟฟ้า XPCL ผลประกอบการดีขึ้น      ด้าน 3เทพหุ้น บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส , บล.บัวหลวง  และ  บล.ทิสโก้  ลั่นผลงานสวยตามคาด  เล็งQ1/69 โตต่อ 
 
 
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) GPSC เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทฯ สำหรับงวด 12 เดือน ปี 2568 กำไรสุทธิของบริษัทฯ จำนวน 6,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,337ล้านบาท หรือร้อยละ 58เมื่อเทียบกับงวด 12เดือน ปี 2567 สาเหตุหลักเนื่องจาก เงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า จำนวน 1,579 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 1,086 ล้านบาท หรือร้อยละ 220 สาเหตุหลักเนื่องจากโรงไฟฟ้า XPCL ผลประกอบการดีขึ้นจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ตามปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและปรากฏการณ์ลานีญา ประกอบกับในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 มีการหยุดเดินเครื่องจำนวน 17วัน ขณะที่ในปี 2568เดินเครื่องตามปกติตลอดทั้งปี ประกอบกับ RPCL มีการรับรู้กำไรทางบัญชี จำนวน 515 ล้านบาท จากการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนในสัดส่วนร้อยละ9.375 ส่งผลให้มีการเปลี่ยนสถานะจากเงินลงทุนในตราสารทุนเป็นบริษัทร่วมฯ โดยมีมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนสูงกว่าราคาเข้าซื้อตามสัดส่วนดังกล่าว AEPL ผลประกอบการดีขึ้น ตามปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากโครงการที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น และมีการรับรู้รายได้ทางภาษีในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ซึ่งรับรู้เป็นขาดทุนในปี 2564 จากการไถ่ถอนตราสารหนี้ก่อนกำหนด


ในปี 2564 ขณะที่ CFXD ผลประกอบการปรับตัวลดลง เนื่องจากภายหลังการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 1 ปี2568 มีกังหันลมบางส่วนอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง ส่งผลให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าและรายได้ต่ำกว่าระดับปกติ ขณะที่มีการรับรู้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ต้นทุนทางการเงิน และค่าเสื่อมราคาเต็มจำนวนภายหลังการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ TSR ผลประกอบการลดลง เนื่องจากไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของ TSR ตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2568 หลังจากได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น (SharePurchase Agreement : SPA) ของ TSR กับบริษัทคู่ค้าเรียบร้อยแล้ว NUOVO+ มีผลประกอบการลดลงสาเหตุหลักมาจากการพิจารณาปรับลดมูลค่าสินทรัพย์บางส่วนตามแผนงาน เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่ของบริษัท ต้นทุนทางการเงิน จำนวน 5,120 ล้านบาท ลดลง 765 ล้านบาท หรือร้อยละ 13จากการชำระคืนเงินกู้บางส่วน และจ่ายคืนเงินกู้ก่อนกำหนด ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง รายได้และค่าใช้จ่ายอื่น จำนวน 1,970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 512 ล้านบาทหรือร้อยละ 35 สาเหตุหลักมาจากงวด 12เดือน ปี 2568 มีการรับรู้กำไรจากการขายหุ้นร้อยละ 3.03ใน AEPLจำนวน 788 ล้านบาท และการบันทึกกลับรายการประมาณการหนี้สินเป็นรายได้เนื่องจากสิ้นสุดข้อพิพาทกับกฟผ. เรื่องความเห็นที่แตกต่างกันในวันสิ้นสุดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง จำนวน 222 ล้านบาท หักลบกับการปรับปรุงมูลค่าสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้งาน


ขณะที่ในงวด 12เดือน ปี 2567 มีการรับรู้รายได้จากเงินชดเชยค่าความเสียหายจากบริษัทประกันภัยกรณีโรงไฟฟ้า GEN Phase5หยุดเดินเครื่องนอกแผนงานในปี 2564จ านวน 431 ล้านบาท ประกอบกับการบันทึกการปรับมูลค่าเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าของบริษัท ไทยโซล่าร์รีนิวเอบิล จำกัด (TSR) ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีและเพื่อให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดในอนาคต จำนวน172 ล้านบาท ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย จำนวน 9,397 ล้านบาท ลดลง 349 ล้านบาทหรือร้อยละ 4 สาเหตุหลักมาจากการลดลงตามการตัดค่าเสื่อมสอดคล้องกับอายุโรงไฟฟ้าและสัญญาการซื้อขายไฟฟ้าที่ครบอายุ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ จำนวน 56 ล้านบาท ขณะที่ งวด 12เดือน ปี 2567ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 258 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากในปี 2568มีการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริงจากการขายหุ้นร้อยละ 3.03 ใน AEPL ประกอบกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงจาก การบันทึกแปลงมูลค่าเงินกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐที่บริษัท GRSCTW กู้ผ่านบริษัท GPSCTC เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการ CFXD โดยสิ้นงวด 12 เดือนปี 2568 ค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันใหม่แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับงวด 12เดือน ปี 2567 ที่ค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันใหม่อ่อนค่า กำไรขั้นต้น จำนวน 20,960 ล้านบาทลดลง 24 ล้านบาท


สาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรผันแปร (Contribution Margin)ของ โรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) จาก โรงไฟฟ้าศรีราชา ค่าความพร้อมจ่ายปรับตัวลดลงเนื่องจากจ่ายไฟฟ้าครบตามชั่วโมงที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ในเดือนพฤษภาคม 2568 และ โรงไฟฟ้าห้วยเหาะ

สาเหตุหลักเนื่องจากขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินเนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่า ขณะที่มีกำไรผันแปรเพิ่มขึ้นจาก โรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน มีค่าเชื้อเพลิงส่วนต่าง (Energy margin) เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีการบริหารจัดการถ่านหินอย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างรายได้ค่าถ่านหินที่สามารถเรียกเก็บจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และต้นทุนราคาถ่านหินเฉลี่ยทางบัญชีลดลง โรงไฟฟ้าโกลว์ไอพีพี สาเหตุหลักมาจากค่าเชื้อเพลิงส่วนต่าง (Energy margin) เพิ่มขึ้น จากการเรียกรับไฟฟ้าจาก กฟผ. ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับกำไรผันแปรของ โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ลดลง สาเหตุหลักปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลงเนื่องจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกฟผ.ของโรงไฟฟ้า GSPP3 หมดอายุในเดือนสิงหาคม 2567 และเดือนมีนาคม 2568 และ GSPP11 Phase1 หมดอายุในเดือนตุลาคม 2568 ตามล าดับ ขณะที่ค่าเชื้อเพลิงส่วนต่าง (Energy  margin) เพิ่มขึ้นจากการปรับลดลงของราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากการปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft)ขณะที่ ค่าใช้จ่ายคงที่ปรับตัวลดลง สาเหตุหลักมาจากค่าเบี้ยประกันภัยโรงไฟฟ้าลดลง เนื่องจากการบริหารความเสี่ยงและมาตรการความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ไม่มีเหตุการณ์กระทบการด าเนินงานอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา และส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันภัยของโรงไฟฟ้าลดลงในปี 2568

ขณะที่ ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ จำนวน 603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 303 ล้านบาท หรือร้อยละ 101 สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เกิดจากกำไรจากการขายหุ้นร้อยละ 3.03 ในบริษัท AEPLจำนวน 220 ล้านบาทประกอบกับงวด 12เดือน ปี 2567 มีการปรับปรุงค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ของปี 2566 จากการใช้ประโยชน์ของผลขาดทุนสะสมทางภาษีและภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ส่งผลให้ภาพรวมรายการภาษีเงินได้ปี 2567 น้อยกว่าปี 2568 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร จ านวน 2,327 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 156 ล้านบาทหรือร้อยละ 7จากสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานและค่าที่ปรึกษาพัฒนาธุรกิจ



บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส   ออกบทวิเคราะห์  ผลประกอบการ 4Q25 ของ  GPSC  เป็นไปตามคาด โดย GPSC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/25 ที่ 1.49 พันล้านบาท (+50% y/y, -14% q/q) สอดคล้องกับประมาณการของเรา และดีกว่าที่ Bloomberg consensus คาดไว้ การเติบโต y/y ได้แรงหนุนจาก 1) ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น จากแนวโน้มต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง (ทั้งก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน) และ 2) ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (equity income) ที่เพิ่มขึ้น


ส่วนการลดลง q/q มีสาเหตุจากต้นทุนก๊าซสูงขึ้น, ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่สูงตามฤดูกาล และมีกำไรพิเศษ (one-time gains) ที่ลดลง


EBITDA ไตรมาส 4/25 อยู่ที่ 3.95 พันล้านบาท (-9% y/y, -24% q/q) ได้รับแรงกดดันจากการปรับลดค่า Ft และค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น สำหรับกำไรปกติ (Normal profit) อยู่ที่ 2.0 พันล้านบาท (+160% y/y, +65% q/q) โดยหลักมาจาก equity income ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากกำไรพิเศษของบริษัทร่วม (ไม่ได้มาจากการดำเนินงานเป็นหลัก)


 GPSC ประกาศจ่ายเงินปันผลครึ่งหลังปี 2H25 ที่ 0.95 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026


คาดผลการดำเนินงานปรับดีขึ้นใน 1Q26F จาก 1) ค่าใช้จ่าย SG&A ที่กลับสู่ระดับปกติ, 2) ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่กลับสู่ภาวะปกติ (ทั้งจาก EGAT และลูกค้าอุตสาหกรรม: IUs) หลังช่วงวันหยุดยาวใน 4Q25 และ 3) ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโครงการ AEPL และ CFXD


คงคำแนะนำถือ ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบยังคงอยู่ เรายังคงระมัดระวังต่อความเสี่ยงด้านกฎระเบียบในประเทศ จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับลดค่าไฟฟ้าโดยรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง รวมถึงความไม่ชัดเจนของช่วงเวลาในการนำสูตรคำนวณราคาก๊าซแบบ single pooled gas มาใช้ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนก๊าซของ GPSC สูงขึ้น ให้ราคาเป้าหมายปี FY26F ที่ 37 บาท อ้างอิงมูลค่าด้วยวิธี DCF ที่ใช้ WACC 10.07%

 
บล.บัวหลวง  ระบุในบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ว่า  GPSC รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1,498 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 1,274 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% YoY และ 32% QoQ เป็นไปตามที่เราคาด (แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 15%) ทั้งนี้ประกาศจ่ายปันผลสำหรับ 2H25 ที่ 0.95 บาท คิดเป็น Div. yields ที่ 2.5% ขึ้น XD วันที่ 25 ก.พ.แนวโน้ม 1Q26 คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น YoY, QoQ จากต้นทุนก๊าซลง เรายังคงคำแนะนำถือ
 
 
บล.ทิสโก้  ออกบทวิเคราะห์   GPSC รายงานกําไร 4Q25 อยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท ลดลง 14% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 50% YoY สอดคล้องกับประมาณการของเรา (TISCOe: 1.5 พันล้านบาท). การปรับตัวลง QoQ มาจากกําไรพิเศษที่ลดลงเป็นหลัก โดยใน 4Q25 GPSC บันทึกกําไรครั้งเดียว เพียง 515 ล้านบาท จากการซื้อหุ้นเพิ่มอีก 9.4% ใน RPCL ในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงเทียบกับกําไร 745 ล้านบาทจากการขาย AEPL (Avaada) ที่รับรู้ใน 3Q25 เมื่อตัดรายการเหล่านี้ รวมถึงขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 469 ล้านบาท และรายการ non‑core อื่นๆ จะพบว่ากําไรหลักอยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 2% QoQ และ 38% YoY สําหรับปี FY2025 กําไรรวมอยู่ที่ 6.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% YoY

แม้ว่าผลการดําเนินงานของ SPP จะอ่อนตัว แต่กําไรหลักยังคงได้รับแรงหนุนทั้ง QoQ และ YoY จากการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกําไร โดยเฉพาะรายการ equity income ที่แข็งแกร่งขึ้น โดยกําไรขันต้นของ SPP ลดลง 15% QoQ และ 4% YoY เนื่องจากต้นทุนก๊าซและถ่านหินที่ลดลงถูกหักล้างด้วยค่าไฟฟ้าที่อ่อนตัวลง ปริมาณการใช้ไฟทีลดลงจากการหยุดดําเนินกิจการของลูกค้า การสิ้นสุดอายุสัญญาของโรงไฟฟ้า GLOW SPP 11 Phase 1 และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ขณะที่รายได้จากไอน้ำลดลง 9% QoQ (ทรงตัว YoY) ตามราคาขายและปริมาณที่ลดลง กําไรขั้นต้นของ IPP ลดลง 11% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 25% YoY โดยความผันผวน QoQ มาจาก การขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับถ่านหินของ GHECO‑ONE อย่างไรก็ดี แรงกดดันเหล่านี้ถูกชดเชยมากกว่าด้วยส่วนแบ่งกําไรที่แข็งแกร่งขึ้น โดยขาดทุนของ AEPL ลดลงจากระดับรังสีที่ดีขึ้นและการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ใหม่ ขณะที่ CFXD ได้อานิสงส์จากฤดูกาลที่ลมแรงขึ้น และกําไรจากการเรียกค่าชดเชยจากผู้รับเหมาจํานวน 370 ล้านบาท สําหรับ ไซยะบุรี ปริมาณน้ำไหลเข้าที่อ่อนแอตามฤดูกาลส่ง ผลกระทบไม่มากนัก โดยส่วนแบ่งกําไรลดลง 28% QoQ แต่ทรงตัว YoY

เราคาดว่าการปรับตัวลงของกําไร QoQ ใน 1Q26F จะมีขอบเขตจํากัดในด้านลบ กําไรสุทธิอาจเผชิญแรงกดดันจากการไม่มีรายการกําไรพิเศษ รวมถึงการไม่มีรายได้จากการเคลมประสิทธิภาพผู้รับเหมาของ CFXD ที่เคยรับรู้เป็นส่วนแบ่งกําไรในงวดก่อนกลุ่ม SPP มีแนวโน้มเห็นมาร์จิ้นอ่อนตัวลง เนื่องจากค่า Ft จะปรับลดเหลือ 0.0972 บาทต่อหน่วยใน 1Q26F จาก 0.1572 บาทต่อหน่วยใน 4Q25 ขณะที่ต้นทุนก๊าซในเดือนมกราคมที่ระดับ 269 บาทต่อ MMBtu ทรงตัวเมื่อเทียบกับต้นทุนเฉลี่ย 267 บาทต่อ MMBtu ใน 4Q25 อย่างไรก็ดี การดําเนินงานโดยรวมยังได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของปริมาณไฟฟ้าในกลุ่ม SPP และฤดูกาลที่ยังแข็งแรงของ AEPL ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากความอ่อนตัวของรายการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก

GPSC ประกาศจ่ายเงินปันผล (DPS) ที่ 0.95 บาท สูงกว่าที่คาดไว้ (TISCOe: 0.56 บาท) คิดเป็นอัตราการจ่าย 83% ของกําไรครึ่งหลังปี 2025 และให้ผลตอบแทน 2.5% เรายังคงคําแนะนํา “ซื้อ” สําหรับ GPSC พร้อมมูลค่าที่เหมาะสม 47 บาท อ้างอิงจากมูลค่ากิจการเฉลี่ยระหว่างวิธีคิดลดกระแสเงินสด และการประเมินค่าแบบ P/E (12 เท่า) ความเสี่ยงสําคัญ: ความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวขึ้นหรือเงินบาทอ่อนค่า, และต้นทุนก๊าซที่สูงกว่าคาด



---จบ---
 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้