วันพุธที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหวพักฐาน หลังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 2 วันทำการ โดยยังคงได้แรงหนุนจากFund Flow นักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามา แรงซื้อหลักอยู่ในหุ้น DELTA และ GULF เป็นปัจจัยหนุนดัชนีขณะที่มีแรงขายมากในหุ้น ADVANC และ AOT เป็นปัจจัยกดดันดัชนีปรับตัวขึ้นได้อย่างจำกัด ส่งผลให้ดัชนีSET Index ปิดตลาดที่ 1,411.70 จุด +1.26 จุด +0.09% มูลค่าการซื้อขาย 59,975.65 ลบ. ProgramTrading -476.13 ลบ. ต่างชาติ+1,085.48 ลบ. TFEX -32 สัญญา ตราสารหนี้+2,110.16 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 67 เซนต์ หรือ 1.05% ปิดที่64.63 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนมองว่าสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐฯ
+ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 41%ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นจากเดิม 24.8%
+ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากได้ลงมติเพื่อปฏิเสธมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯที่เรียกเก็บจากสินค้าของแคนาดา
+ กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เปิดเผยรายงานภาวะตลาดน้ ามันป ร ะ จ าเดือนก.พ. โดย ระบุว่า อุปสงค์น้ำมันโลกจ ะมีการขยายตัว1.4 ล้านบาร์เรล/วัน สู่ระดับ 106.52 ล้านบาร์เรล/วัน ในปี 2569
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 66.74 จุด หรือ -0.13% หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
- กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น130,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง66,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.3% ต่ ากว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.4%
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขากำลังพิจารณาส่งเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีลำที่สองไปยังตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หากการเจรจาล้มเหลว
- เกาหลีเหนือออกมาเตือนว่า ญี่ปุ่นไม่ควรสร้างพันธมิตรทางทหารกับนานาประเทศ พร้อมประณามกรณีที่ญี่ปุ่นขยายการค้าอุปกรณ์ป้องกันประเทศกับแคนาดาเมื่อเร็ว ๆ นี้
- เวิลด์แบงก์ได้ประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย จะชะลอลงเหลือ1.6% ในปี 69 จากคาดเดิม 1.8% เพราะภาวะการค้าโลกที่ชะลอตัว ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ช้าลง
- สนค. เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือนม.ค.69 เท่ากับ 106.9เมื่อเทียบกับเดือนม.ค.68 ลดลง 1.6% โดยมีปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่า ส่งผลต่อราคาสินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออก
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีมีโอกาสแกว่งตัว Sideway ออกข้าง โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟด อาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลังรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่ง ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยประกาศต่อเนื่อง มองกรอบดัชนี 1,400-1,420 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นเข้าคำนวณ SET50-SET100 รอบ 1H26 : SET50 เข้า CENTEL SAWAD ออก BCP VGI SET100 เข้า GFPT PTGSTECON ออก ITC MBK WHAUP
- หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการ 4Q68 จะออกมาดี : TRUE TACC TASCO STECON CK WHA
- หุ้นรับวาเลนไทน์: TNR AU MAGURO ZEN M
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ : STECON CK CPALL CPAXT CRC BJC
- MSCI Rebalance (ใช้ราคาปิด 27 ก.พ.) : MSCI Thailand เข้า – ออก CPAXT MSCI Global Small Cap เข้าCRC IVL JTS ออก HANA JMT M PLANB