Market Wrap-Up
- SET วันที่ 11 ก.พ.69 ปิด +1.26 จุด อยู่ที่ 1,411.70 จุด มูลค่าการซื้อขาย 59,975 ลบ.ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,085 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 860 ลบ. รายย่อยซื้อ 977 ลบ.และสถาบันขาย 2,923 NVDR ซื้อสุทธิ 1,270 ลบ. ซื้อ TRUE,DELTA,PTT,BCP,TOP และขาย KBANK,ADVANC,KCE,IVL,SCB มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,063 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN23,CNSTAR5023,AAPL80 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 3,087 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 59,386 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,110 ลบ
Market View
- DJIA -0.13%, S&P500 -0.01%, Nasdaq -0.16% นำโดยกลุ่มการเงิน -1.5%, บริการสื่อสาร -1.3% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +2.6% ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ และกลุ่มสินค้าอุปโภค +1.4% โดยช่วงเปิดตลาดดัชนีหุ้นสหรัฐปรับขึ้นตอบรับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ม.ค. เพิ่มขึ้น 130,000 สูงกว่าคาด 66,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงาน ม.ค. ลดลงอยู่ที่ 4.3% & คาด 4.4% บ่งชี้ตลาดแรงงานสหรัฐเติบโตดี แต่ลดโอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย ซึ่ง CME Fed Watch ชี้มีโอกาส 42.4% ที่เฟดจะยังคงดอกเบี้ยในการประชุม มิ.ย. ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีผันผวน โดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป +2.3% แต่กลุ่มซอฟต์แวร์ -2.6% จากความกังวลต่อ AI Model ใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนการใช้งานของระบบซอฟต์แวร์ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่ต้องติดตามวันศุกร์ US CPI ม.ค. คาด 5% & ธ.ค. 2.7% YoY
- Stoxx600 +0.10% ได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงาน +3.8% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 นำโดย Total Energies +2.7% ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ +0.87% และกลุ่มเหมือแร่ +3% ปรับขึ้นตามราคาโลหะ ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยี -1.8% นำโดย Dassault Systems -20.8% ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ฝรั่งเศสเผยรายได้ในงวด Q4/68 ต่ำกว่าคาด ขณะที่ Siemens Energy ผู้ผลิตอุปกรณ์ AI +8.4% จากคาดการณ์กำไรในงวด 3 เดือนของปีงบประมาณเพิ่มขึ้น 3 เท่า ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจวันศุกร์ติดตาม GDP ยูโรโซน Q4/68 +1.3% YoY, +0.3% QoQ
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ Kospi เกาหลีใต้ +1.0% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผลิตชิป, กลุ่มยานยนต์ใหญ่ เช่น Hyundai Motor +5.9%, Kia +4.6% จากความหวังเชิงบวกต่อธุรกิจหุ้นยนต์ของบริษัท และกลุ่มการเงิน KB Financial +5.8% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.09% หลัง NBS เผย CPI จีน ม.ค. +0.2% ต่ำกว่าคาด +0.4% YoY และ PPI จีน ม.ค. -1.4% & ธ.ค. -1.9% YoY หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 40 บ่งชี้ภาวะเงินฝืดในจีน โดยนักลงทุนรอผลการประชุม NPC จีน มี.ค. ที่จะพิจารณา ม.กระตุ้นเศรษฐกิจจีน
- SET วานนี้ +0.09% ปริมาณการซื้อขาย 5.9 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,085 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 860 ลบ.รายย่อยซื้อ 977 ลบ. และสถาบันขาย 2,923 ลบ. โดยดัชนียังได้แรงหนุนจากหุ้น Big Cap. ในกลุ่มอิเล็ก ฯ, โรงไฟฟ้า, สื่อสาร, ค้าปลีก และ รพ. ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของ Fund Flow ต่างชาติ หลังสถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งมีโอกาสที่พรรคภูมิใจไทยจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลด้วยเสียงสนับสนุนถึง 300 เสียง ส่งผลให้การออก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น คนละครึ่งพลัส, ม.แก้หนี้รายย่อย, ม.ส่งเสริมการลงทุนผ่าน Thailand FastPass สามารถดำเนินงานได้ตามแผน กอปรกับ Fund Flow ต่างชาติยังอาจมีแนวโน้มไหลเข้าลงทุนดัขนีหุ้นไทยเพิ่มมากขึ้น หลัง MSCI & FTSE อาจปรับลดน้ำหนักการลงทุนในดัชนีหุ้นอินโด ฯ จากปํญหาด้าน Free Float ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ World Bank คาดการณ์ GDP ไทยปีนี้ +1.6% ถูกกดดันจากภาวะการค้าโลกที่ชะลอตัว, หนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง และภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้า แต่คาด GDP ไทยปี 70 +2.2% ได้ปัจจัยหนุนจากการลงทุนภาคเอกชน ผ่าน FDI หลัง BOI ได้อนุมัติโครงการลงทุนปี 68 มูลค่า 1.87 ล.ลบ. +11% YoY สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สัปดาห์นี้รอการรายงานงบ Q4/68 ของ AOT,SPRC,TOP,MINT และความคืบหน้าการตรวจเช็คผลคะแนนการเลือกตั้งในหน่วยที่มีปัญหา
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,390 – 1,400 แนวต้าน 1,420 คาดดัชนียังได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติ แต่ Valuation ของดัชนีเริ่มตึงตัว และยังรอผลการเช็คคะแนนเสียงเลือกตั้งในหน่วยที่มีปัญหา แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว เช่น ADVANC,TRUE,GULF,PTT,PTTEP,SCC,BH,CPALL เป็นกลุ่มเป้าหมายของ Fund Flow / JMT,AMATA,WHA,HMPRO,QH เป็นหุ้นในดัชนี SET HD ที่ราคาหุ้นยัง Laggard
- KLINIQ (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท) คาดกำไรสุทธิ 4Q68 ที่ 108ลบ. (+9%YoY , +37%QoQ) โดย รายได้ยังคงโตได้ดีต่อเนื่องทั้งจากจำนวนสาขาที่สูงขึ้นและ SSSG ที่คาดว่าจะเป็นบวก YoY(high single digit ถึง low teens) ส่งผลให้ปัจจัยบวกมีน้ำหนักมากกว่า ปัจจัยกดดันในด้านค่าใช้จ่ายจากการเปิดสาขาใหม่และ Impairment จากการปิดสาขา ส่วนปี69 ทาง KLINIQ ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ต่างชาติปี69 ที่ 15-20%(จากเป้าปี68 ที่ 10%) Format/ใหม่ๆ เช่น Acne Lab จะช่วยหนุนมาร์จิ้น ส่วนการขยายสาขาปี69 คาด 10-15 สาขา(จาก สิ้นปี68 ที่ 82 สาขา) โดย 1Q69 จะเปิด L’Clinicราว 3 แห่ง ปัจจุบัน ประมาณการณ์กำไรสุทธิ ปี68 และ ปี69 อยู่ที่ 361 ลบ.( +12%YoY) และ 426ลบ.(+18%YoY)
- KCG* (ซื้อ/ ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 11.24 บาท) ภาพ 3Q68 อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล แต่ YoY ยังโตดีหนุนจากสินค้ากลุ่ม Dairy และกลุ่ม Food and Bakery Ingredient ด้านการดำเนินงานปกติ 4Q68 คาดว่าจะดีได้ต่อเนื่อง YoY QoQ เข้าสู่ High Season และมีปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐฯ รวมถึงได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า ส่วนปี69 ทาง KCG* เองวางเป้ารายได้ +7 ถึง 9%YoY และคาดมาร์จิ้นดีขึ้น หลังขยายกำลังผลิตเพิ่ม 25% และนำหุ่นยนต์มาช่วยงาน ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรสุทธิ KCG* ปี69 จะยังเติบโตดีอยู่ที่ 530 ลบ.
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI มี.ค. +$0.67 อยู่ที่ $64.63 / บาร์เรล, Brent เม.ย. +$0.60 อยู่ที่ $69.40/บาร์เรล นักลงทุนยังกังวลต่อสถานการณ์ระหว่างอิหร่าน – สหรัฐ หลังสหรัฐกำลังพิจารณาส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 ไปยังตะวันออกกลาง กอปรตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ม.ค. ที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาด ซึ่งเป็นผลบวกอุปสงค์การใช้น้ำมัน
Gold Update(+) Comex Gold เม.ย.+$67.50 อยู่ที่ $5,098.50/ออนซ์ โดยทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และรอข้อมูล US CPI ม.ค. เพื่อประเมินโอกาสลดดอกเบี้ยของเฟด
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +17.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +34.95 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด -31.37 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +14.32 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าอยู่ที่ 31.04 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.175 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +76 จุด อยู่ที่ 1,958
(-) BitCoin เช้านี้ -1.97% อยู่ที่ 67,603 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่2 ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์
(ก.พ.) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความ
เชื่อมั่นหอการค้าไทย
ต่างประเทศ
10 ก.พ. US ดัชนียอดขายปลีก (ธ.ค.)
11 ก.พ. US อัตราการว่างงาน (ม.ค.)
US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (ม.ค.)
US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (ม.ค.)
12 ก.พ. US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS (ธ.ค.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) (ม.ค.)
13 ก.พ. US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ม.ค.)
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio February 2026: PYLON*, GULF*, ERW*, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th