|
Market Wrap-Up
· SET วันที่ 10 ก.พ.69 ปิด +9.55 จุด อยู่ที่ 1,410.44 จุด มูลค่าการซื้อขาย 72,261 ลบ.ลบ. ต่างชาติซื้อ 4,791 ลบ.สถาบันขาย 50 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,189 ลบ. และรายย่อยขาย 3,552 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 2,036 ลบ. ซื้อ PTTEP,CPALL,TOP,GULF,PTT และขาย DELTA,ADVANC,BBL,OR,SAWAD มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,591 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น JAPAN10001,BPP,AAPL01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 1,228 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 56,299 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 5,181 ลบ
Market View
· DJIA +0.10%, S&P500 -0.33%, Nasdaq +0.59% หลัง ก.พาณิชย์สหรัฐเผยยอดค้าปลีก ธ.ค. ทรงตัว & คาด +0.4% MoM สาเหตุมาจากผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้าราคาสูง ซึ่งอาจบ่งชี้กำลังซื้อของผู้บริโภคสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่หุ้นกลุ่มบริการสื่อสาร -0.84% นำโดย Alphabet -1.8% หลังบริษัทออกหุ้นกู้มูลค่า $ 2 หมื่น ล. เพื่อใช้ในงบลงทุนด้าน AI โดยนักวิเคราะห์คาดงบลงทุนด้าน AI ของทั้งอุต ฯ ปีนี้อาจสูงถึง $5 แสน ล. ซึ่งอาจเป็นปัจจัยลบกดดันต่อกำไรของกลุ่มนี้ ส่วน DJIA วานนี้ปรับขึ้นได้แรงหนุนจากกลุ่มสาธารณูปโภค +1.6%, อสังหาฯ +1.4% หลังยอดค้าปลีกสหรัฐชะลอตัว เป็นปัจจัยเร่งให้เฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยใน มิ.ย. ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจค่ำวันนี้ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ม.ค. คาดเพิ่มขึ้น 70,000 & ธ.ค. 50,000 ราย อัตราว่างงานสหรัฐ ม.ค. คาดทรงตัว 4.4% YoY, วันศุกร์ US CPI ม.ค. คาด 2.5% & ธ.ค. 2.7% YoY รวมถึงมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่าน
· Stoxx600 ยุโรป -0.07% โดยกลุ่มพลังงาน -1.6% หลัง BP -6.1% รับข่าวบริษัทระงับแผนการซื้อหุ้นคืน กอปรกับได้บันทึกด้อยค่ามูลค่า $4 พัน ล. ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและไบโอแก๊ซ ขณะที่กลุ่มยานยนต์ +2.5% นำโดย Ferrari +10.2% ตอบรับกำไร Q4/68 ดีกว่าคาด และคาดกำไรปี 69 ยังเติบโตได้เล็กน้อย ส่วนกลุ่มสินค้าหรูหรา +2.8% นำโดย Kering +10.9% หลังนักลงทุนได้รับรู้ข่าวยอดขาย Q4/68 ลดลงน้อยกว่าคาด สัปดาห์นี้วันศุกร์ติดตาม GDP ยูโรโซน Q4/68 +1.3% YoY, +0.3% QoQ
· ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ นิเกอิ +2.28% ทำจุดสูงสุดใหม่ ได้แรงหนุนจากกลุ่มโลหะที่ไม่ส่วนผสมของเหล็ก และกลุ่มเทคโนโลยีปรับขึ้นตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ ขณะที่ Kospi เกาหลีใต้ +0.07% ถูกแรงขายจาก Samsung Electronic -0.36%, SK Hynix -1.24% และกลุ่มอุต ฯ ต่อเรือ Hyundai Heavy Industries -1.1% แต่ยังได้แรงหนุนจากกลุ่มยานยนต์ Hyundai Motor +0.52% และกลุ่มการเงิน ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.13% นำโดย ByteDance เปิดตัว Seedance 2.0 เป็นโมเดลการสร้างวีดีโอด้วย AI รุ่นล่าสุด และกลุ่มเทคโนโลยี, พลังงานสะอาด และอุต ฯ ปรับขึ้น ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจเข้านี้ติดตาม CPI จีน ม.ค. คาด 0.4% & ธ.ค. 0.8% YoY และวันศุกร์ PPI จีน ม.ค. คาด -1.5% & ธ.ค. -1.9% YoY
· SET วานนี้ +0.68% ปริมาณการซื้อขาย 7.2 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 4,791 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,189 ลบ. สถาบันขาย 50 ลบ. และรายย่อยขาย 3,552 ลบ. โดยดัชนียังได้แรงหนุนจากหุ้น Big Cap. ในกลุ่มไอซีที 3.1%, ค้าปลีก +1.5%, ปิโตรเคมี +1.34% และโรงไฟฟ้า +1.3% ซึ่งเป็นกลุ่มที่คาดจะได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส , ม.แก้หนี้เสียรายย่อย, ม.ลดค่าครองชีพของประชาชน รวมถึง ม.ส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนผ่าน ม. Thailand FastPass และ ม.ส่งเสริมตลาดทุนผ่านบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) กอปรกับได้ปัจจัยหนุนจาก Fund Flow ที่ไหลออกจากตลาดหุ้นอินโด ฯ สลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย & ฟิลิปปินส์เพิ่มมากขึ้น หลังดัชนีหุ้นอินโด ฯ ถูก MSCI ปรับลดสถานะลงสู่ดัชนี Frontier ใน พ.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม Upside ของดัชนี SET เริ่มจำกัด หลังดัชนีปรับขึ้นมาเทรดบน Forward P/E ที่ 15 เท่า กอปรกับข่าวประท้วงผลการนับคะแนนของเขต 1 จ.ชุลบุรี ส่งผลให้พรรคประชาชนขอนับคะแนนใหม่ใน 18 เขตเลือกตั้ง อาจส่งผลให้ SET ปรับฐานในระยะสั้น
Daily Strategy
· ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,390 – 1,400 แนวต้าน 1,420 คาด Upside ของดัชนีเริ่มจำกัด หลังดัชนีเทรดบน Forward P/E 15.0 เท่า กอปรกับการประท้วงผลการนับคะแนนเลือกตั้งที่ชุลบุรี อาจส่งผลให้ดัชนีปรับฐานในระยะสั้นได้ แนะนำทยอยซื้อ ADVANC,TRUE,GULF,PTT,SCC,BH,CPALL คาดได้แรงหนุนจาก Fund Flow / กลุ่มท่องเที่ยว AOT,AAV,BA,CENTEL,ERW หลังข้อมูลนักท่องเที่ยวจีนสัปดาห์ทีผ่านมา +30.5% WoW และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงเทศกาลตรุษจีน
· BA* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 20.00 บาท) แนวโน้มกำไรปกติ 4Q68 ลดลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลที่ผ่าน peak season ของเกาะสมุย แต่ยังเติบโต YoY ได้หนุนจากบริหารขนาดฝูงบินช่วยเพิ่ม U-rate บวกกับค่าเงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้ GPM ขึ้น ชดเชยรายได้ที่ลดลงทั้ง QoQ, YoY แนวโน้ม 1Q69 คาดกำไรฟื้นตัวตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และได้ประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลกลง ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69 ที่ 3.6 พันล้านบาท +2%YoY
· ERW* (ทะยอยซื้อ /ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 3.20 บาท) Consensus คาดกำไรสุทธิ 4Q68 ที่ 313 ลบ.(-17%YoY, +454% QoQ) ลดลง YoY กดดันจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไทยชะลอตัว -6% แต่ QoQ เห็นการฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่องจาก 2Q68-3Q68 ตามแรงหนุนตามฤดูกาลและม. “เที่ยวดีมีคืน 2568” ส่วนการดำเนินงานช่วง 1Q69 ยังเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว และคาดหวังการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือน ก.พ.69 ช่วงตรุษจีน โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีน ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี68และ69 กำไรสุทธิของ ERW* จะอยู่ที่ 800 ลบ.(-38%YoY) และ 885 ลบ.(+11%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI มี.ค. -$0.40 อยู่ที่ $63.96 / บาร์เรล, Brent เม.ย. -$0.24 อยู่ที่ $68.80/บาร์เรล อยู่ระหว่างรอผลการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ของสหรัฐ – อิหร่าน และ EIA รายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมา
Gold Update(-) Comex Gold เม.ย.-$48.40 อยู่ที่ $5,031.00/ออนซ์ โดยนักลงทุนยังรอตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ และ US CPI ม.ค. เพื่อประเมินโอกาสลดดอกเบี้ยของเฟด
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +128.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +153.74 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด -42.15 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +17.24 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 31.17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.136 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -13 จุด อยู่ที่ 1,882
(-) BitCoin เช้านี้ -1.95% อยู่ที่ 69,031 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่2 ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์
(ก.พ.) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความ
เชื่อมั่นหอการค้าไทย
ต่างประเทศ
10 ก.พ. US ดัชนียอดขายปลีก (ธ.ค.)
11 ก.พ. US อัตราการว่างงาน (ม.ค.)
US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (ม.ค.)
US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (ม.ค.)
12 ก.พ. US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS (ธ.ค.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) (ม.ค.)
13 ก.พ. US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ม.ค.)
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio February 2026: PYLON*, GULF*, ERW*, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th
|