ภาวะตลาด: SET Index วานนี้ปรับขึ้น ปิดตลาดที่ 1346.54 (+10.43 จุด) มูลค่าซื้อขาย 5.3 หมื่นลบ. หนุนโดยหุ้นที่มีข่าวเฉพาะตัว เช่น ADVANC และ GULF อันเนื่องจาก ADVANC มี Positive surprise ประกาศจ่ายปันผลพิเศษ, DELTA, PTTEP, KBANK, TOP, SPRC ฯลฯ ขณะที่มีแรงขายทำกำไรหุ้น Domestic play นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อ +2.16 พันลบ. ส่วนสถาบันในปท.และรายย่อยขายสุทธิ -580 ลบ. และ -1.56 พันลบ.
ปัจจัยต่างประเทศ
- สหรัฐ: ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะยังไม่รีบลดดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้นี้ หลังจากเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟดสายเหยี่ยว ซึ่งถูกมองว่ามีจุดยืนสนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงิน ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่
- ยูโรโซน: นักเศรษฐศาสตร์ห่วงที่ “แทบไม่มีการจ้างงานใหม่เพิ่มในเดือนม.ค. และคำสั่งซื้อใหม่แทบไม่ขยายตัว”
- จีน: S&P Global เผย PMI ภาคบริการของจีนขยายตัวเร็วขึ้นในเดือนม.ค. โดยปรับตัวขึ้นแตะ 52.3 ในเดือนม.ค. จาก 52 ในเดือนธ.ค.
- ญี่ปุ่น: ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนม.ค. พุ่งแตะ 53.7 สูงสุดรอบเกือบปี รับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ดัชนีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาเป็นเดือนที่ 10
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- FETCO เปิดดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนประเดิมต้นปี 2026 พุ่ง "ร้อนแรงอย่างมาก" รับอานิสงส์เงินไหลเข้า-ลุ้นเลือกตั้ง ส่วนปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รองลงมาคือ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ และสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน
- ตลาดหุ้นไทย: นักลงทุนโลกหวั่นรัฐบาลต้องก่อหนี้เพิ่มมาก เพื่อดำเนินโยบายที่หาเสียงไว้ นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านผู้นำทางการเมืองบ่อยครั้งทำให้การเดินหน้าโยบายขาดความต่อเนื่อง และลดทอนการพัฒนาที่ยั่งยืน
กลยุทธ์: ควรระวังการแกว่งตัวที่โซนแนวต้าน 1345-1350 แต่ถ้าอ่อนไม่มาก ก็มีลุ้นต้านถัดไปที่ 1360, 1370 สัญญาณทางเทคนิคเป็นบวก แต่ก็ควรระวังการแกว่ง/พักฐานเมื่อทดสอบ high เดิม การอ่อนตัวมีแนวรับ 1330, 1325 (ซึ่ง 1325 เป็นทั้งแนวรับและแนวฟิวเตอร์ที่ไม่ควรหลุด)
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้ : PR9: คาดร.พ.จะมีกำไรหลัก 4Q25 อยู่ที่ 220 ล้านบาท (+6% y/y, -2% q/q) จากปัจจัยหนุนหลัก คือ 1. รายได้ทำสถิติสูงสุดที่ 1.39 พันล้านบาท (+11% y/y, +2% q/q) โดยรายได้คนไข้ไทยโต +5% y/y และ รายได้คนไข้ต่างชาติโต +35% y/y (รายได้คนไข้ตะวันออกกลาง+200% y/y, เมียนมา +50% y/y แต่กัมพูชา -80% y/y จีน -10% y/y) 2. อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ในระดับสูงที่ 36.3% 3. สัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายลดลงเล็กน้อย สำหรับทั้งปี 2025F คาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 826 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +16% y/y แนวโน้ม 1Q26F คาดกำไรโต y/y แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 26 บาท (DCF) ทั้งนี้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2025F-2027F เติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829