Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews:INSET เปิดฉากปีเสือทอง คว้างานจาก "NT" มูลค่า 158.85

3,282

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(17มกราคม 2565)-------INSET เปิดฉากปีเสือทองแบบไม่ธรรมดา! คว้างานใหญ่โปรเจคท่อร้อยสาย NT มูลค่า 158.85 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตุน Backlog หนากว่า 2,000 ล้านบาท บิ๊กบอส “ศักดิ์บวร พุกกะณะสุต” มั่นใจปี 65 มีโอกาสคว้างานใหญ่เพียบ รับกระแสลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมรองรับยุคดิจิตอลบูม หนุนผลงานออลไทม์ไฮต่อเนื่อง

นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) (INSET) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้งานจ้างเหมาและตรวจนับ และทดสอบคุณภาพท่อร้อยสายรองรับการรับมอบคืนทรัพย์สินตามสัญญาร่วมการงานฯ ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) มูลค่า 158.85 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาสัญญา 150 วัน ส่งผลให้งานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) หนากว่า 2,000 ล้านบาท

“การได้รับงานใหม่ของ NT ในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการเข้ารับงานที่หลากหลายของ INSET ที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนได้อย่างครบวงจร และมั่นใจว่าแนวโน้มในปีนี้ จะมีงานใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 คลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น”

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2565 บริษัทฯพร้อมเดินหน้าเข้าร่วมประมูลโครงการภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานด้านการสร้างศูนย์ Data Center ที่มีความต้องการใช้งานมากขึ้นที่จะผลักดันผลการดำเนินงานให้แข็งแกร่ง และเพิ่มมูลค่างานในมือให้สูงขึ้น ถือเป็นการสร้างแหล่งรายได้ในระยะยาว

กรรมการผู้จัดการ INSET กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลคลายล็อกดาวน์กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้การลงทุนของภาครัฐและเอกชนกลับมาฟื้นตัว ส่งผลให้มีการเปิดประมูลงานใหม่ๆออกมา และเป็นโอกาสที่ดีสำหรับบริษัทฯในการได้งานใหม่เข้ามาเพิ่มเติม โดยเฉพาะกระแสลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมรองรับยุคดิจิตอล การขยายการลงทุน Data Center ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนจากผู้ประกอบการระดับโลก และงานนำสายลงใต้ดินทั่วประเทศ สนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

 

 

บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์ เปิดเผยว่า  บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) (INSET) ภาพที่บริษัทกำลังจะเข้าสู่ช่วงการเติบโตก้าวกระโดดเข้ามาเต็มที่ จากพัฒนาการอุตสาหกรรมสื่อสารทั้งเรื่อง TRUE+DTAC ซึ่งคาดโอกาสรับงานที่จะมีเพิ่มขึ้นกว่าปัจจุบัน เฉพาะอย่างยิ่งภาพที่กลุ่มธุรกิจดังกล่าวจะไปลงทุนธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ๆมากขึ้น ซึ่ง INSET เชี่ยวชาญด้าน Data Center และวานนี้ ครม. อนุมัติเรื่องการนำสายไฟฟ้า + สื่อสาร ลงดิน ซึ่งเป็นงานที่ INSET เชี่ยวชาญเช่นกัน เสริมภาพเดิมที่ดีมากอยู่แล้ว จากกรณีเม็ดเงินลงทุน Data Center มหาศาลผู้ประกอบการโลกที่กำลังเข้ามา

  ด้านธุรกิจเอง Backlog ที่ลดลงไปช่วง COVID งานที่มีมากช่วยให้กลับมาเร็วประเมินกลับมาเกิน 2.0 พันล้านบาท ประมาณการกำไรอิง Backlog ปัจจุบันและยังไม่รวมอานิสงส์มหาศาลข้างต้น ยังได้มูลค่าพื้นฐาน (ไม่รวมแปลง INSET-W1) เปิดกว้าง หุ้นที่ปรับตัวลงไป เป็นโอกาสทองลงทุน

กระแสเม็ดเงินลงทุนงานในกลุ่มงานที่ INSET เชี่ยวชาญกำลังกลับมารอบใหญ่ชัดเจน
  ฝ่ายวิจัยเห็นปัจจัยแวดล้อมเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ INSET มีโอกาสได้รับในระยะถัดไป จากพัฒนาการสำคัญ 2 ประการ คือ

  1) ความเปลี่ยนแปลงกลุ่มสื่อสารล่าสุดกรณี TRUE ประกาศแผนควบรวมกิจการกับ DTAC แม้ภาพใหญ่อาจตีความในมุมเรื่องเม็ดเงินลงทุนในระบบที่ลดลง จากการเหลือผู้ประกอบการ 2 ราย ทั้งนี้หากพิจารณาในรายละเอียดที่ INSET ไม่ค่อยได้รับงานที่เกี่ยวข้องกับ DTAC อยู่แล้ว แต่ได้งานที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนกลุ่ม TRUE บ่อยครั้ง หากมองภาพระยะถัดไปที่ TRUE+DTAC ต้องลงทุนเพิ่มขึ้นรองรับการให้บริการจำนวนลูกค้ามากขึ้นเป็น 51.28 ล้านรายจากเดิม TRUE รายเดียวอยู่ราว 32 ล้านราย ประกอบกับที่ กลุ่ม TRUE+DTAC มุ่งเน้นไปการพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น

  2) ผลประชุมคณะรัฐมนตรีในเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้จัดระเบียบสายสื่อสารต่างๆ ทั้งสายสื่อสารและสายไฟ โดยมอบหมายให้ กสทช. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้ดำเนินการนำสายไฟและสายสื่อสารเหล่านี้ลงดิน

  ทั้งหมดถือเป็นการเสริมภาพระยะกลาง-ยาวของบริษัทที่สดใสมากอยู่แล้ว จากแนวโน้มเม็ดเงินลงทุน Data Center ที่มีแนวโน้มไหลออกจากศูนย์กลางภูมิภาค ประเทศสิงคโปร์มายังไทยประเทศข้างเคียง จากข้อจำกัดพื้นที่และทรัพยากรที่จำกัดของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งนำมาสู่การจำกัดการลงทุน ทั้งนี้เป็นไปตามกระแสที่ผู้ประกอบการ Data Center หันมามีแผนลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยที่ปรากฎในหน้าข่าว อาทิ Tencent, GULF+Singtel, Alibaba Cloud, NTT ขณะที่เชื่อว่า Amazon, Google และ Microsoft จะตามมาในระยะถัดไป ซึ่งประเมินมูลค่าต่อปีหลักหมื่นล้านบาท หากพิจารณาเม็ดเงินที่มีการลงทุนในสิงคโปร์ในช่วง 5 ปีย้อนหลังที่ฝ่ายวิจัยเคยประเมินไว้

โอกาสเติบโตก้าวกระโดดในระยะกลาง-ยาวมีสูงอย่างมาก
  ฝ่ายวิจัยประเมินองค์ประกอบ 3 ส่วนหลักข้างต้นจะหนุนธุรกิจระยะกลาง-ยาวของ INSET มีความสดใสอย่างมาก โดยกรณี TRUE+DTAC ขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นและเม็ดเงินลงทุน Data Center ที่จำเป็นเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมารองรับธุรกิจเทคโนโลยีในอนาคต เชื่อว่าจะเข้ามาที่ INSET พอสมควร ส่วนกรณีการนำสายต่างๆลงดิน INSET มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว แบ่งส่วนที่พิจารณา 2 ส่วน คือ

  1) งานที่เคยได้ตั้งแต่ช่วงก่อน IPO ซึ่งเคยได้รับงานใหญ่ที่ กทม. มีแผนดำเนินการท่อร้อยสายใต้ดิน ซึ่งแม้ปัจจุบันยังติดที่เรื่องที่มาของแหล่งเงินทุนที่จะใช้ดำเนินการ แต่หากพิจารณาการให้ความสำคัญของรัฐฯ ดังกล่าว ฝ่ายวิจัยเชื่อว่ามีโอกาสเช่นกันที่งานดังกล่าวซึ่งมีอุปสรรคยาวนานจะมีความคืบหน้า ขณะที่หากไม่เกิดขึ้น และรัฐฯกลับไปให้ใช้ท่อเก่าของ NT ในฐานะที่ INSET รับงาน NT อยู่
บ่อยครั้งเช่นกัน เชื่อว่างานที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว INSET ยังมีโอกาสที่ค่อนข้างสูง

  2) งานล่าสุดที่ได้รับในส่วนการนำสายไฟลงใต้ดิน เพื่อส่งเสริมสภาพพื้นที่สำหรับเมืองการบินตะวันออก มูลค่า 370 ล้านบาท

  ส่วนในเรื่องการลงทุน Data Center จากต่างประเทศ ด้วยโครงสร้างอุตสาหกรรมผู้ก่อสร้าง Data Center ที่ประกอบด้วย 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มที่ขายอุปกรณ์ภายใน Data Center ซึ่งมักจะรับงานอุปกรณ์ และ Sub งานก่อสร้างต่อไปให้รายอื่น, กลุ่มที่เชี่ยวชาญงานก่อสร้าง คือ INSET ส่วนอื่นๆ ไม่ได้จดทะเบียนในตลาด เช่น บ.รับเหมาญี่ปุ่น (ส่วนใหญ่ก่อสร้างให้ลูกค้าญี่ปุ่น) ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าเม็ดเงินหากเข้ามาหลักหมื่นล้านบาทต่อปี เพียงพอให้กับทุกราย แม้ในทางปฏิบัติ INSET จะยิ่งมีความได้เปรียบ หากเป็น Data Center ขนาดใหญ่ เนื่องจากสัดส่วนงานก่อสร้างจะสูงกว่างานอุปกรณ์ ทำให้กลุ่มที่รับงาน โดยใช้ Margin จากการขายอุปกรณ์มาสนับสนุนขาดทุนที่อาจจะมีส่วนงานก่อสร้างที่ไม่เชี่ยวชาญ โดยภาพรวมมีความเสียเปรียบกว่า

หลัง COVID งานเริ่มเข้ามาต่อเนื่อง สะท้อนภาพการลงทุนที่มีสูงชัดเจน
  หากพิจารณาตัวเลขดำเนินงาน ระยะสั้น INSET ได้รับผลกระทบ COVID อยู่บ้างในส่วนการประมูลงานใหม่ๆ ที่ขาดไปในช่วงกลางปี จน Backlog สิ้นสุดงวด 3Q64 อยู่ราว 1.3-1.4 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม หลังจากสถานการณ์กลับสู่ปกติ INSET กลับมารับงานใหม่ต่อเนื่อง คือ งานโครงการติดตั้งระบบประกอบอาคาร Data Center และอาคารสถานีเคเบิ้ลใต้น้ำ มูลค่า 210 ล้านบาท และล่าสุดในส่วนโครงการนำสายไฟลงใต้ดิน เพื่อส่งเสริมสภาพพื้นที่สำหรับเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่า 370 ล้านบาท

  ขณะที่ปัจจุบันทางบริษัทยังเห็นงานในระบบที่สูง โดยเฉพาะงานถนัด Data Center ที่ผู้ประกอบการในประเทศปัจจุบัน ซึ่งจำเป็นลงทุนสอดคล้องกับแนวโน้มปริมาณใช้ข้อมูลของประเทศที่เติบโตก้าวกระโดด ตามความก้าวหน้าเทคโนโลยีที่ปัจจุบันมี 5G เป็นกลไกลสำคัญขับเคลื่อน ภาพรวมเชื่อว่า Backlog สิ้นปี 2564 จะกลับมาสูงเกิน 2.0 พันล้านบาทได้อีกครั้ง ซึ่งฝ่ายวิจัยเชื่อว่าเกินกว่า 1.0 พันล้านบาท คาดรับรู้ได้ในปี 2565 ซึ่งคิดเป็น 60% ของคาดการณ์แล้ว ส่วนที่เหลือคาดว่าจะมีโอกาสได้งานใหม่ๆ ต่อเนื่อง ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานอนุรักษ์นิยมไม่รวมงานมหาศาลที่รออยู่ในประมาณการ ยังคงประเมินกำไรปี 2564-65 เติบโตได้ 20.3% และ 10%

มูลค่าปี 2565 อิง PER สะท้อนภาพอนาคตอิง Tech อยู่ที่ 8.8 บาท แนะนำ ซื้อ
  มูลค่าหุ้นอิง PER 30 เท่า เทียบเคียงกับหุ้นอิงการเติบโตตามกระแสดิจิตอล อยู่ที่ 8.8 บาท แม้ไม่รวม Dilution การแปลง INSET-W1 ขณะที่จะรวมเมื่อทางบริษัทเริ่มรับงานจากเงินลงทุน Data Center ที่กำลังจะไหลเข้ามา เพื่อให้สอดคล้อง Upside แผนเตรียมนำเงินไปใช้รับอานิสงส์เงินลงทุน Data Center ของผู้ประกอบการระดับโลก อย่างไรก็ตาม หากจะใช้หลักอนุรักษ์นิยม รวม INSET-W1 โดยกำหนดมูลค่าเพิ่มที่ได้อยู่ที่เงินสดจากการแปลงสภาพ มูลค่าพื้นฐานจะอยู่ราว 6.5 บาท ซึ่งยังมี Upside จากราคาปัจจุบันที่ปรับฐานลงมามากอยู่ดี จึงเชื่อว่าราคาปัจจุบันเป็นโอกาสทองในการเข้าลงทุน คงแนะนำ ซื้อ

 

 

---จบ---

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ติดฝน ติดหุ้น By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง แบบคนสู้ชีวิต ตอนนี้ติดเพลงดัง ติดฝน ของหลานสาว ยังไม่พอ ติดหุ้น ดอยหุ้น ...สรุป 2 เดือนแรกของ...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้