Today’s NEWS FEED

News Feed

โอกาสที่เสียไป By : นายกล้วยหอม

670



วันที่ 20 ตุลาคม 2563 พบกับนายกล้วยหอมได้ที่  www.hooninside.com (Line : @hooninside) รู้ลึกรู้จริงคลุกวงในหุ้นสไตล์กล้วยๆ

          นายกล้วยหอม เห็นการเมือง บ้านเราแล้ว  หลายๆเหตุการณ์  ทำให้โอกาส หายไป เสียไปอย่างต่อหน้า ต่อตาหลายครั้ง บทเรียน มีหลายบทเรียน...เชื่อว่า เด็กที่ตอนนี้อายุต่ำกว่า 15 ปี คงมีสังคมที่ดี การเมืองไทยที่ดีกว่าตอนนี้ สำหรับดัชนีตลาด ตรง 1,200 จุด  บวกลบ  ห้วงเวลานี้ คงยืนได้  ด้วย ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหนังสือด่วน ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตราพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสมัยวิสามัญรัฐสภา

          และรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ด้วยการเปิดการอภิปรายทั่วไปในการประชุมร่วมรัฐสภา ตามมาตรา 165 เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการชุมนุมที่ส่อเค้าว่าจะยืดเยื้อและบานปลายไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด ส่วนจะกำหนดเปิดประชุมในช่วงเวลาไหนขึ้นอยู่กับการพิจารณาของครม. แต่เชื่อว่าการประชุมจะเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน

          นายกล้วยหอม  มองข้อเรียกร้องของ กลุ่มผู้ชุมนุม เสนอ 3ข้อ 1.ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และองคาพยพ ลาออก 2. รัฐสภาต้องเปิดประชุมวิสามัญทันทีเพื่อรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และ 3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย  โดยข้อ2 เป็นไปได้มากสุด

          การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ...ทุกฝ่ายต้องยอมรับกันได้ เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข  ขืนปล่อยให้ชุมนุมกันไปเรื่อยๆแบบนี้ คงย่ำแย่กันหมดครับ ตลาดหุ้นคงเละมากกว่านี้

          นักวิเคราะห์ ค่ายเคทีบี แนะชะลอการลงทุนจะกว่าจะมีจุดเปลี่ยน(ในทางที่เป็นบวก) ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ลดการถือหุ้นใหญ่ หรือหุ้นที่ราคาขึ้นมามาก เลี่ยงหุ้นถูกกระทบตรง (อาทิ ท่องเที่ยว ห้างฯ  โรงแรม (ในโซนที่มีการชุมนุม)  รถไฟฟ้า)  อย่างไรก็ตาม นักลงทุนอาจหันไปลงทุนในหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ เช่นกลุ่มที่มีรายได้ต่างประเทศ  อิเล็คทรอนิคส์ ส่งออก ยางพารา  รวมทั้งกลุ่ม defensive หรือจ่ายเงินปันผลดี

          กูรูทรีนีตี้ ประเมินเหตุการณ์ชุมนุมในครั้งนี้มีโอกาสยืดเยื้อสูง จากจุดยืนของทั้ง 2 ฝ่ายที่ยังคงแตกต่างกันเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งการชุมนุมในรูปแบบปัจจุบัน มักเป็นการจัดตั้งแบบกระจายตัวและไม่เป็นหลักแหล่ง (Coordinated) แถมเป็นการชุมนุมแบบไปแล้วกลับ ไม่มีค้างคืน จึงทำให้การควบคุมหรือการสลายการชุมนุมนั้น เต็มไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนั้น ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ให้นายกฯลาออก ที่ดูเหมือนจะเป็นข้อที่ทำได้ง่ายที่สุด ก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับการตอบรับด้วยเช่นกัน ซึ่งจากการที่เราเคยกล่าวเอาไว้ว่า สิ่งที่นักลงทุนในตลาดหุ้นไทยมักไม่ชอบมากที่สุดนั่นก็คือ เหตุการณ์ทางการเมืองที่มีลักษณะยืดเยื้อและไม่สามารถคาดเดาจุดสิ้นสุดได้ จึงประเมินว่าภาพของ SET Index จะยังคงปรับตัวในลักษณะ Sideways ถึง Sideways down พร้อมด้วย Volume ในระดับต่ำต่อไป

          มองกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มขนส่งมวลชนและสื่อนอกบ้าน อาทิ BTS,BEM, VGI, PLANB จากการที่การชุมนุมรูปแบบปัจจุบัน ได้มีการเน้นการจัดตั้งไปตามแนวสถานีรถไฟฟ้าต่างๆ ทำให้ต้องมีการปิดการให้บริการเป็นบางสถานีหรือทั้งระบบ เป็นการลดระดับปริมาณ Traffic ของผู้โดยสารลดลงอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ประเมินหากสถานการณ์ชุมนุมยังคงลากยาวต่อไป จะกระทบต่อการให้บริการของผู้ประกอบการในกลุ่มนี้อย่างสำคัญ

          ส่วนกลุ่มอื่นๆที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบในด้าน Sentiment ได้แก่
          1) กลุ่มห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะผู้ที่ให้บริการในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจต้องปิดการให้บริการก่อนกำหนดและลดการจัดงาน Event ต่างๆ เช่น CRC, CPN, MBK
          2) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง จากเสถียรภาพภาครัฐที่เริ่มมีความไม่แน่นอน จนอาจส่งผลกระทบต่องานต่างๆรในอนาคตได้อาทิ CK, STEC, ITD, UNIQ
          3) กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม จากการที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติอาจเริ่มลดลงอีกครั้ง ได้แก่ AMATA WHA

          วานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,208.75 จุด ลดลง 24.93 จุด หรือ 2.02 % มูลค่าการซื้อขาย  54,008.12  ล้านบาท   สรุปสถาบันในประเทศขายสุทธิ 3,710.10 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 877.10  ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 310.01 ล้านบาท  นักลงทุนทั่วไปในประเทศซื้อสุทธิ  2,522.98  ล้านบาท

          โดดเด่น สุดๆ สำหรับหุ้น NER วานนี้  สวนกระแส อย่างสวยงาม ปิดที่4.38 บาท บวก 26 สตางค์  คิดเป็น6.31%  มิเสียแรง จัดประชุมนักวิเคราะห์มากมายที่โรงงานNER บุรีรัมย์  เรียกว่า เฮียชูวิทย์ บอกคำถามได้ชัดเจน ทำให้นักวิเคราะห์เข้าใจและรับทราบอนาคตของNERดียิ่งขึ้น ครับ

          วันนี้ นายกล้วยหอม ขอต้อนรับน้องใหม่ บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT เทรดบนกระดานเอ็มเอไอวันแรกวันนี้  ราคาจอง 1.50 บาท/หุ้น งานนี้ เฮีย สืบพงศ์ เกตุนุติ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT บอกเรามั่นใจ และไม่กังวล แม้ว่าภาวะตลาดหุ้นโดยรวมจะถูกกดดันจากเรื่องของการเมืองก็ตาม แต่บริษัทของเราเติบโตท่ามกลาง Crisis ต่างๆที่เกิดขึ้นทุกๆปี เราฝ่าฟันมาได้ตลอด และมีการเติบโตเสมอจากสินค้าของเราที่เป็นสินค้าที่จำเป็น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นสิ่งค้าเหล่านี้ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ หากนักลงทุนต้องการเห็นบริษัทของประเทศไทย เป็นอันดับ1 ด้านอุตสาหกรรม Hospitality Industry ของ AEC โปรดสนับสนุนPRAPAT เพื่อสร้างการเติบโตไปพร้อมๆกัน

          TWZ เตรียมพร้อมรับมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อปลายปี “ช้อปดีมีคืน” เตรียมนำสมาร์ทโฟนกว่า 13 รุ่นที่ออกจำหน่ายในปีนี้ พร้อมแก็ดเจ๊ต ร่วมจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย รับส่วนลดราคา 30-50% พร้อมสินค้าราคาพิเศษที่เป็นไฮไลท์ ปูพรมทุกช่องทางการจำหน่ายทั้งหน้าร้านและแพลตฟอร์มออนไลน์ รับกระแสเปิดตัว iPHONE12 พร้อม iPad รุ่นใหม่คึกคัก คาดยอดขายทุกช่องทางช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ทะลุ 200 ล้านบาท

          บมจ.เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้(JR) ควง บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่ปรึกษาทางการเงิน เดินสายโรดโชว์พบนักลงทุน เปิดฉากเรียกความเชื่อมั่นเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 200 ล้านหุ้น ประเดิมที่หาดใหญ่ในวันที่ 20 ต.ค.63 และที่เชียงใหม่ วันที่ 26 ต.ค. และมาปิดท้ายที่กรุงเทพฯ วันที่ 16 พ.ย.นี้ พร้อมทั้งจะนำเสนอข้อมูลให้นักลงทุนสถาบันช่วงปลายเดือน ต.ค.- ต้นเดือน พ.ย. นี้    ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี63  "จรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เผยเตรียมระดมทุน เพื่อต่อยอดธุรกิจ หนุนการเติบโตก้าวกระโดด  มั่นใจด้วยปัจจัยพื้นฐานและฐานะการเงินที่แข็งแกร่งจะทำให้มีกระแสตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม   

          ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดรับฟังความคิดเห็น “การปรับปรุงหลักเกณฑ์การเพิกถอนหลักทรัพย์ และหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูล” ถึง 9 พ.ย. นี้  อ้าว ใครมีไอเดีย  รีบๆเสนอมาได้เลยครับทุกท่าน

          วันนี้-17พ.ย.63  ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์การออกและเสนอขาย “ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ” (Depository Receipts: DR) เพื่อลดภาระอุปสรรคและสร้างความยืดหยุ่นในการออก DR ให้กับภาคเอกชน และเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุน รวมถึงเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ DR ไทย

          BAY มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00-31.35  ต่อดอลลาร์เทียบกับระดับปิดอ่อนค่าที่ 31.18 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 4.1 พันล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 2.5 พันล้านบาท  ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญหลังมีแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจโลกชะลอการฟื้นตัว และความไม่แน่นอนว่าสหรัฐฯ จะสามารถออกมาตรการกระตุ้นทางการคลังชุดใหม่ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย. ได้หรือไม่


                    ***การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน***

 

นายกล้วยหอม

บทความล่าสุด

HotNews : COM7 ตั้งธงปี 64 กำไร NewHigh รับอานิสงค์ 5G

COM7 มั่นใจรายได้ปี 63 โตตามเป้า 10% หลังยอดจองไอโฟน 12 ทะลักดัน ลุ้นยอดขาย Q4/63 ทำ NewHigh ..

ตามสไตล์ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อยคว้าไม้กวาดคู่ใจ พร้อมหมวกวิเศษ ออกโบยบินสำรวจตลาดหุ้นไทยวันศุกร์เกือบสิ้นสิ้นเดือน SET แกว่งตัวกรอบแคบๆ

แรงขาย แรงสู้ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง เห็นตลาดหุ้นสตรอง แข็งแกร่ง ราคาหุ้นบิ๊กแคปขยับ แถว 2 เริ่มมา หุ้นเก็งกำไร เริ่มมีให้เห็นกันแ

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้