Today’s NEWS FEED

สัมภาษณ์/รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ : ITNS หุ้น Growth Stock กำไรติดจรวด

11,503

นับถอยหลังหุ้นน้องใหม่ป้ายแดง บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ตเวิร์ค ซิสเต็ม จำกัด (มหาชน) (ITNS) ผู้นำเทคโนโลยีสื่อสารครบวงจร  ซึ่งประกอบธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  โดยเป็นผู้ออกแบบและติดตั้งระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารอย่างครบวงจร (System Integrator) พร้อมทั้งจำหน่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในงานเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร การให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ และการให้เช่าอุปกรณ์ เตรียมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในวันที่ 25 ตุลาคม 2565 นี้ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า "ITNS" ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

 

หลังเปิดขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่่วไป (IPO) ในราคาหุ้นละ 3.89 บาท/ หุ้น ระหว่างวันที่  12 ตุลาคม และวันที่ 17 - 18 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนดีเยี่ยม โดยเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 70,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 31.82% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด  และมีหุ้น Greenshoe อีก 10,000,000 หุ้น

 

 

นายสมชาย อ่วมกระทุ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ITNS ให้ความเห็นว่า การเข้าระดมทุนของ ITNS ในครั้งนี้ มาพร้อมกับโอกาสในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากธุรกิจอยู่ในเมกะเทรนด์ และกระแสการปรับตัวของภาคธุรกิจ หลังการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้มีการปรับรูปแบบการทำงานในลักษณะ Work From Home ซึ่งล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของ ITNS ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานหลังบ้าน

 

“ที่ผ่านมาโควิด-19 เป็นปัจจัยหนึ่งที่สนุบสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จากความต้องการทำ Digital Transformation ของผู้ประกอบการที่เพิ่มสูงขึ้น ตามรูปแบบการทำงานและการสื่อสาร รวมถึงการดูแลรักษาข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงของการใช้ชีวิตของผู้คนและสังคมของโลก ดังนั้น การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้องค์กรส่วนใหญ่จำเป็นต้องปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่สอดคล้องกับวิธีชีวิตใหม่ New Normal ประกอบกับเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอและอย่างรวดเร็ว โดยเฉลี่ยจะมีอายุการใช้งานประมาณ 5 ปี”

 

ปัจจุบัน ITNS มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 1% ภายหลังจากการระดมทุนในตลาด mai จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับบริษัทฯ เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทฯ มีข้อจำกัดด้านเงินทุน นอกจากนั้น บริษัทฯ ได้ว่าจ้างทีมงาน Sale เพิ่มขึ้น ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ทำงานกว่า 10 ปี เพื่อขยายฐานลูกค้ารายใหม่ ส่งผลให้บริษัทฯ มีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด

 

โดยบริษัทฯยังมี “จุดแข็ง” ที่สำคัญ เนื่องจากเป็นคู่ค้าของ CISCO ซึ่งเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์ IT ระดับโลก และเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับคู่ค้ารายอืนที่มีความหลากหลายและชื่อเสียงระดับสากล

 

อีกทั้ง บริษัทฯ ยังสามารถสร้างผลงานและความแตกต่างในการแข่งขันกับผู้ออกแบบระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารอย่างครบวงจรรายอื่น ด้วยการเสนอทางเลือกการบริการให้เช่าอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารสำหรับลูกค้าที่ไม่ต้องการลงทุนในอุปกรณ์เป็นของตนเอง แต่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทฯ ได้มากกว่าธุรกิจดั้งเดิมของ SI ทั่วไปที่เน้นธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร และธุรกิจให้บริการซ่อมแซม และบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร

 

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีผู้บริหารและทีมงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมานานเกือบ 20 ปี และมีนโยบายพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อส่งเสริมให้พนักงานสามารถสอบผ่านการอบรมหรือหลักสูตรจากผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง ที่สามารถครอบคลุมความต้องการใช้ระบบโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร เพื่อให้บริการลูกค้าตั้งแต่การออกแบบ ให้คำปรึกษา ขั้นตอนในการดำเนินงาน รวมไปถึงการดูแลบริการหลังการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า

 

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2562 – 2564 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2565  บริษัทฯ มีรายได้รวม 282.63 ล้านบาท 375.39 ล้านบาท 370.95 ล้านบาท และ 176.05 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีรายได้หลักจากการจำหน่ายอุปกรณ์ และให้บริการติดตั้ง คิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 72.64 – 77.74 %ของรายได้รวม และรายได้จากการให้บริการดูแลและบำรุงรักษาระบบภายหลังการขาย คิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 18.44 – 24.91% ของรายได้รวม ในขณะที่รายได้ส่วนที่เหลือเป็นรายได้จากการให้เช่าอุปกรณ์ คิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 1.30 – 8.01 %ของรายได้รวม 

 

ส่วนความสามารถในการทำกำไรสุทธิ มีการเติบโตทุกปี และทำสถิติ All Time High มาโดยตลอด โดยในปี 2562 – 2564 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2565  มีจำนวน 21.25 ล้านบาท 28.83 ล้านบาท 32.59 ล้านบาท และ 22.23 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 7.52% 7.68 % 8.78% และ 12.63% ตามลำดับ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความสามารถในการควบคุมต้นทุน และต้นทุนในการจัดจำหน่ายและการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น

 

สำหรับอัตรากำไรขั้นในปี 2562 – 2564 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากในงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25.01% เป็นระดับที่ทำสถิติ All Time High สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทฯมีการบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 

 

ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น(D/E) ณ สิ้นงวดปี 2562 – 2564 และไตรมาสที่ 2 ปี 2565 เท่ากับ 1.24 เท่า 0.60 เท่า 0.40 เท่า และ 0.56 เท่า ตามลำดับ ซึ่งจะเห็นว่าดีอีอยู่ในระดับต่ำแทบไม่มีหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยกับสถาบันการเงิน สะท้อนให้เห็นว่า ยังมีเพดานในการก่อหนี้ เพื่อมารุกขยายธุรกิจได้อีก

 

นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทยังมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวมทั้งสิ้น 523 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ที่ 370 ล้านบาท ส่งผลทำให้บริษัทฯ คาดว่าปี 2565 มีโอกาสที่สร้างผลงานทั้งรายได้ และกำไรเติบโตสร้างสถิติ All Time High อย่างต่อเนื่อง

 

การเข้าระดมทุนในตลาด mai ของ ITNS ในครั้งนี้ ถือเป็นการ “ติดอาวุธ” ให้กับบริษัทฯในการขยายธุรกิจที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น เพิ่มโอกาสในการเข้ารับงานใหม่ๆ เติม Backlog ผลักดันรายได้และกำไรโตติดจรวดในอนาคต สมกับเป็นหุ้น Growth Stock น้องใหม่ในตลาด mai

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

พลังแบงก์ By: แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นแรงซื้อ แรงเก็งกำไรเข้ามาหุ้นแบงก์หลายตัวหนาแน่น ทำให้ ดัชนีตลาด ยืน1,400 จุด ได้...

มัลติมีเดีย

APO มาเหนือเฆม - สายตรงอินไซด์ - 2 เม.ย.67

APO มาเหนือเฆม - สายตรงอินไซด์ - 2 เม.ย.67

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้