Today’s NEWS FEED

สัมภาษณ์/รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ : PCC ผู้นำด้าน Smart Grid ครบวงจร หุ้นแห่งอนาคต! เดินอัพกำลังผลิตหม้อแปลง 3 เท่า-บุกตลาดกัมพูชา ลุยโปรเจรใหม่ต่อยอดธุรกิจพลังงาน สร้าง New S Curve

11,118

บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น (PCC) ผู้นำด้าน Smart Grid ครบวงจร หุ้นแห่งอนาคต อยู่ในเมกะเทรนด์ โชว์ศักยภาพการเติบโตโดดเด่นสอดคล้องแผน PDP ที่ 3 การไฟฟ้า เตรียมทุ่มงบพัฒนาสมาร์ทกริด เกือบ 2 แสนล้านบาท จนถึงปี 79  ประกาศเดินหน้าขยายกำลังการผลิตของหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายอีก 3 เท่า ภายในปี 67  ส่วนโครงการโรงงานผลิตหม้อแปลงในประเทศกัมพูชา คาดว่าเริ่มผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ได้ในต้นปี 66 พร้อมลุยขยายลงทุนโปรเจคใหม่ต่อยอดธุรกิจพลังงาน สร้าง New S Curve

 

นายกิตติ สัมฤทธิ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (PCC) ผู้นำธุรกิจโซลูชั่นครบวงจรของ Smart Grid เปิดเผยว่า เตรียมนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯราว 1.2 พันล้านบาท ขยายการลงทุนโครงการในอนาคตตามแผนงานที่วางไว้ประกอบด้วย

1.ตั้งศูนย์การขายและการตลาด (Group Integration Sale & Marketing Center) ใช้เป็นสำนักงานขายสำหรับฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด นอกจากนี้ยังเป็น point of sale ของกลุ่มบริษัท เพื่อขยายยอดขาย เนื่องจากบริษัทฯเพิ่ม scale ของการผลิตในสินค้าเดิมและขยายสินค้าใหม่ 

 

2.โครงการเพิ่มกำลังการผลิตของหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย โดยที่เพิ่มกำลังการผลิต 3 เท่า หรือคิดเป็นกำลังการผลิตรวมประมาณ 1,080 MVA ต่อปี ภายในปี 2567  

 

3.โครงการเพิ่มกำลังการผลิตตัวถังหม้อแปลงไฟฟ้าและตู้โลหะสำหรับ ตู้สวิตช์เกียร์ ตู้สวิตช์บอร์ด และตู้อุปกรณ์ควบคุมอื่นๆ เพื่อขยายกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับโครงการที่กล่าวไปข้างต้น และการเพิ่มการผลิตของตู้สวิตช์เกียร์ ตู้สวิตช์บอร์ดในอนาคต

 

4.ตั้งโรงงานผลิตในประเทศกัมพูชา โดยผลิตสินค้าหม้อแปลงไฟฟ้า หม้อแปลงเครื่องวัด และตู้ควบคุมไฟฟ้าชนิดต่างๆ ในประเทศกัมพูชา เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนในฐานะผู้ผลิตในประเทศ และได้รับการส่งเสริมการลงทุน สำหรับขายสินค้าดังกล่าวโดยตรงกับการไฟฟ้ากัมพูชา

 

5.โครงการติดตั้งระบบจัดการพลังงาน (Factory Energy Management) มีแผนติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังาน เพื่อควบคุมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็น pilot project เพื่อนำเสนอลูกค้าภายนอกในอนาคต

 

6.โครงการธุรกิจไผ่ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย 2 โครงการย่อย

6.1 ตั้งโรงผลิตต้นกล้าไผ่ (Bamboo Plant Factory-Tissue Culture) เพื่อพัฒนาต้นกล้าไผ่ ปลูกแม่พันธุ์ และลานอนุบาลต้นกล้าไผ่สายพันธ์ต่างๆ เพื่อขายให้กับผู้สนใจในการปลูกไผ่ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไผ่ในอนาคต  

6.2 ผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์ปลอดเคมีจากเยื่อไผ่ (Bamboo Packaging) ที่ปลอดภัยในการสัมผัสกับอาหาร และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดจำหน่ายให้แก่ภัตตาคาร ร้านอาหาร และผู้รับจัดเลี้ยง ตลอดจนการขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce platform) โดยทั้งสองโครงการนี้ทางหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ให้ทุนร่วมในการสนับสนุนด้วย

 

“การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯในครั้งนี้ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการเติบโตให้กับ PCC ได้อีกมาก จากการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไของการไฟฟ้า ซึ่งมีแผนการลงทุน (2558-2579) เกือบ 2 แสนล้านบาท อีกทั้งยังทำให้เรามีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง รองรับแผนขยายกำลังการผลิตในอนาคต รวมไปถึงนำไปพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง คือ ห่วงโซ่อุปทานครบวงจรของอุตสาหกรรมไผ่ พืชพลังงาน พืชเศรษฐกิจ  และอุตสาหกรรม 4.0 ตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว Bio-Circular-Green Economy (BCG) ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ของโลก สร้าง New S Curve ให้กับธุรกิจ ผลักดันแนวโน้มผลการดำเนินงานเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถอหุ้นในอนาคต” ในกิตติกล่าว

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวอีกว่า บริษัทฯอยู่ระหว่างเพิ่มกำลังการผลิตของหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายอีก 3 เท่า หรือคิดเป็นกำลังการผลิตรวมประมาณ 1,080 MVA ต่อปี ภายในปี 2567  และเพิ่มกำลังการผลิตตัวถังหม้อแปลงไฟฟ้าและตู้โลหะสำหรับ ตู้สวิตช์เกียร์ ตู้สวิตช์บอร์ด และตู้อุปกรณ์ควบคุมอื่นๆ จากกำลังการผลิตประมาณ 2,000 ถังต่อปี เพิ่มเป็นประมาณ 7,500 ถังต่อปี และเพิ่มกำลังการผลิตตู้โลหะสำหรับ ตู้สวิตช์เกียร์ และตู้สวิตช์บอร์ด อุปกรณ์ควบคุม จากกำลังการผลิตประมาณ 2,000 ตู้ต่อปี เพิ่มเป็นประมาณ 3,200 ตู้ต่อปี ส่วนโครงการโรงงานผลิตหม้อแปลงในประเทศกัมพูชา คาดว่าเริ่มผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ได้ในต้นปี 2566 ผลักดันให้ผลการดำเนินงานในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น

 

ทั้งนี้ ผลประกอบการล่าสุดในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯมีรายได้รวม 1,727 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 15.3 จากปีก่อนที่มีรายได้ 1,498 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 134 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 67.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 80 ล้านบาท

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

โรยรา By: แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นความโรยราของ ดัชนีตลาดหุ้นไทย แล้ว ก็ต้องหาปุ๋ยวิเศษ มาใส่ มาเติม แต่ปุ๋ยวิเศษ....

มัลติมีเดีย

APO มาเหนือเฆม - สายตรงอินไซด์ - 2 เม.ย.67

APO มาเหนือเฆม - สายตรงอินไซด์ - 2 เม.ย.67

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้