Today’s NEWS FEED

สัมภาษณ์/รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ : TEGH หุ้น Sustainable Growth ปักหมุดปี 69 รายได้ทะลุ 2.2 หมื่นลบ.

2,970

หุ้นน้องใหม่ป้ายแดง บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TEGH) ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ ได้แก่ (1) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ (2) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และ (3) ธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ เตรียมเข้าเทรดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 30 กันยายน 2565 นี้ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า "TEGH" ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดธุรกิจการเกษตร

 

หลังเปิดขายไอพีโอจำนวน 270 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.00 บาท ในราคาหุ้นละ  4.80 บาท ระหว่างวันที่ 21-23 กันยายน 2565 ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไปอย่างคึกคัก ในฐานะหุ้น Sustainable Growth ที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

เนื่องจาก TEGH มีแหล่งที่มาของรายได้ที่หลากหลาย แต่ละธุรกิจมีศักยภาพเติบโตได้มั่นคง ช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงรายได้จากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง อีกทั้งยังมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งเป็นผู้ผลิตยางล้อชั้นนำระดับโลก อาทิ  Michelin, Bridgestone, Goodyear, Sumitomo, Pirelli,  Apollo และ Yokohama เป็นต้น ซึ่งมีการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้บริษัทฯ มีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาว

 

โดยบริษัทฯเตรียมนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ราว 1,254.56 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนสำหรับการขยายธุรกิจ และการลงทุนโครงการในอนาคตของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงกระบวนการพัฒนา ปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ จำนวน 260.00 – 475.00 ล้านบาท ภายในปี 2568 2.ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 700.00 ภายในปี 2566 และ 3.เพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน จำนวน  79.56 – 294.56 ล้านบาท ภายในปี 2566

 

“กลุ่มบริษัทฯ เป็นผู้นำการผลิตวัตถุดิบยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบที่ยั่งยืน “Sustainable Material” โดยกลุ่มบริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) มีการผลิตพลังงานทดแทนเพื่อใช้ในกระบวนการผลิต และการนำกากของเสียมาหมุนเวียนใช้ให้เกิดมูลค่าเพิ่มและเกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้สินค้าของกลุ่มบริษัทฯ จัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Product)” นายเฉลิม โกกนุทาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TEGH) กล่าว

 

ทั้งนี้ การเข้าระดมทุนและเข้าจดทะเบียนใน SET จะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ ได้อีกมาก เพราะทำให้มีแหล่งทุนเพิ่มศักยภาพในการขยายกำลังการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันการเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืนต่อไป

 

 

ขณะที่นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TEGH) กล่าวว่า แผนการดำเนินงานในช่วง 5 ปีข้างหน้า กลุ่มบริษัทฯตั้งเป้ารายได้ในปี 2569 แตะที่ระดับ 22,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเทียบปี 2564 ที่มีรายได้รวม 11,087.8 ล้านบาท ผ่านการขยายกำลังการผลิตของทั้งธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ ได้แก่ 1. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ 2. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และ 3. ธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ ผ่านการดำเนินงานของบริษัทย่อย จำนวน 11 บริษัท และการร่วมค้า จำนวน 1 บริษัท

 

ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทฯในครึ่งแรกของปี 2565 มีรายได้รวม 7,536.8  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.5% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 5,214.6 ล้านบาท จากการขยายกำลังการผลิตยาง และในครึ่งแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 367.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  42.27% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 258.15 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ โรงงานของบริษัทฯตั้งอยู่ในภาคตะวันออก ถือว่าเป็นโลจิสติกส์ที่เข้าถึงด้วยระยะทางที่เหมาะสมในการขนส่งวัตถุดิบ และบริษัทมีสาขาของบริษัทที่กระจายไปอยู่ในทุกภูมิภาค ในขณะเดียวกันบริษัทมีพันธมิตรกระจายไปในภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ ส่งผลให้บริษัทฯมีแหล่งวัตถุดิบที่ครอบคลุมทั้งประเทศไทย ซึ่งสามารถรองรับการผลิตได้ทั้งปี

 

TEGH มีศักยภาพการเติบโตได้อีกมากในอนาคต เนื่องจากบริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการผลิตยางแท่ง Premium Quality ของประเทศ เพื่อสร้างการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) และความได้เปรียบด้านต้นทุน โดย TEGH ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตยางแท่งเพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิตสูงสุดที่ประมาณ 285,649 ตันต่อปีในปี 2564 เป็น 416,494 ตันต่อปี ภายในปี 2567 เพื่อรองรับแนวโน้มความต้องการยางแท่งที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต

 

กรรมการผู้จัดการ TEGH มองว่า การขยายกำลังการผลิตเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการผลักดันรายได้ของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อรองรับแนวโน้มความต้องการยางแท่งที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ EV ที่ถือเป็นเมกะเทรนด์ เนื่องจากรัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นในทวีปยุโรปและอเมริกา เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป เป็นต้น โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

 

จากข้อมูลขององค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่า ด้วยนโยบายสนับสนุนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากรัฐบาลต่างๆ จะส่งผลให้จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกมีการเติบโตจาก 11 ล้านคัน ในปี 2563 เป็น 145 ล้านคัน ในปี 2573 หรือคิดเป็นอัตราเติบโต 30% ต่อปี ซึ่งจะทำให้ความต้องการยางล้อรถยนต์เพิ่มสูงขึ้น

 

เห็นโอกาสการเติบโตของ TEGH จากแผนการขยายธุรกิจที่สอดรับเมกะเทรนด์ ขนาดนี้ กับแนวโน้มรายได้ในช่วง 5 ปีข้างหน้าที่คาดว่าจะโตมากกว่าเท่าตัว หรือแตะที่ 2.2 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2569 คงไม่ต้องบอกว่าหุ้น Sustainable Growth น้องใหม่ป้ายแดง จะทะยานไกลเพียงไหน

 

ไม่แปลกใจทำไมนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนทั่วไปถึงจ้องตาเป็นมัน!!!

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง สิวารมณ์ (“SVR”) ขาย IPO 130 ล้านหุ้น เข้า mai

สำนักงาน ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง บมจ.สิวารมณ์ เรียลเอสเตท ("SVR") จ่อเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน130 ล้านหุ้น เตรียม.....

ตลาดพัก By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ตลาดหุ้นไทย พัก ตามตลาดต่างประเทศ แต่มองไปข้างหน้า น่าจะลุ้นไปต่อ ฝ่าต้าน ...ตอนนี้ นักลงทุน.

ความหวัง By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง วันนี้ เป็นอีกวันที่ต้อง มีความหวัง SET จะยืนเหนือ 1,650 จุด ได้ บนเป้าหมาย ก่อนสิ้นปี อาจใกล้...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้