Aviation Sector
3Q26 เป็นจุดต่ำสุดของปีจากราคาน้ำมันสูง
เราคาด 3Q26 เป็นจุดต่ำสุดของกลุ่มการบินในปีนี้ โดยหุ้นที่เราศึกษา THAI-AAV ขาดทุนหลักสุทธิ 1.2 พันล้านบาท เทียบกับกำไรหลัก 4.1 พันล้านบาทใน 3Q25 และขาดทุน 568 ล้านบาทใน 2Q26 แม้รายได้รวมยังโต 8% YoY จากค่าโดยสารที่สูงขึ้น แต่จำนวนผู้โดยสารลดลง 15% YoY และต้นทุนน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นแรง ทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลงเหลือใกล้จุดคุ้มทุนจาก 11.4% ใน 3Q25
THAI ยังแข็งแรงกว่า AAV อย่างชัดเจน เพราะแม้ 3Q26 คาดกำไรหลักลดลงเหลือ 885 ล้านบาท ลดลง 84% YoY และ 27% QoQ จากค่าน้ำมันและผลกระทบน้ำท่วมราว 1 พันล้านบาท แต่จำนวนผู้โดยสารยังโต 2% YoY เป็น 3.97 ล้านคน และรายได้ต่อหน่วยยังเพิ่ม 16% YoY ขณะที่ AAV คาดขาดทุนหลักเพิ่มเป็น 2.1 พันล้านบาท จากจำนวนผู้โดยสารลดลง 28% YoY และค่าใช้จ่ายคืนเครื่องบินก่อนกำหนด แม้ค่าโดยสารเฉลี่ยจะเพิ่ม 25% YoY ก็ตาม
4Q26 ภาพจะดีขึ้นชัดเจนตามฤดูกาล โดยคาด THAI มีกำไรหลัก 3.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 4 เท่าจาก 3Q26 ขณะที่ AAV กลับมามีกำไรหลัก 383 ล้านบาท จากปริมาณผู้โดยสารและอัตราบรรทุกที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อมองปี 2027 ภาพยังแยกกันชัด โดยเราปรับกำไรหลัก THAI ขึ้น 9% เป็น 1.98 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 34% YoY จากฝูงบินที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนน้ำมันที่ลดลง ขณะที่ลดกำไร AAV ลง 15% เหลือ 1.3 พันล้านบาท
อีกประเด็นสำคัญคือ แม้แนวโน้มการบินช่วงฤดูหนาวยังมีแรงกดดันจากสงครามและเส้นทางตะวันออกกลาง แต่กำลังการบินระหว่างประเทศในเอเชียแปซิฟิกยังเพิ่ม 5.2% จากปีก่อน และเส้นทางภายในเอเชียโตเกือบ 5% ขณะที่การลดเที่ยวบินเชื่อมต่อผ่านอ่าวเปอร์เซียอาจผลักผู้โดยสารยุโรป–ไทยบางส่วนเข้าหาเที่ยวบินตรงของ THAI มากขึ้น นอกจากนี้ AAV ยังมีความเสี่ยงจากค่าน้ำมันมากกว่า เพราะมีการป้องกันความเสี่ยงต่ำกว่า THAI
Fundamental view: น้ำหนักกลุ่มการบินยังอยู่ที่ เท่ากับตลาด โดยเลือก THAI เป็นหุ้นเด่นกว่า AAV