Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

Innovest "คาดวันนี้ SET ผันผวน จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ"

92

 

  


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (3 พฤศจิกายน 2569 ) ---- InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 คาด SET แกว่งผันผวน แม้อาจมีการฟื้นตัวสลับหลังราคาน้ำมันลงแรงจากความคืบหน้าเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน แต่คาดมีแรงกดดันหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ จากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีโลก จับตาการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันนี้ จะเริ่มนับคะแนนตั้งแต่ 19.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ (ตรงกับพรุ่งนี้ 7.00 น. เวลาไทย) ส่วนในประเทศติดตามประชุม ครม. สัญจร พิจารณาร่างนโยบายกำกับดูแลกิจการ Data Center และขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทางเทคนิคดัชนีหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน อาจมีรีบาวด์สลับบ้างแต่ภาพรวมยังเป็นขาลง


ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลงแรง 7.6%DoD ปิดที่ $104.77/bbl หลัง รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เผย ปธน. ทรัมป์ ต้องการหาข้อยุติผ่านการทูต สอดคล้องกับท่าทีอิหร่านที่พร้อมร่วมวงเจรจาที่กาตาร์ การคลี่คลายของความตึงเครียดช่วยลดต้นทุนพลังงาน ระยะสั้นมอง บวกต่อกลุ่ม Anti-Oil (AAV THAI GPSC BGRIM)
• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยสัปดาห์ล่าสุดอยู่ที่ 538,661 คน ขยายตัว 7.3% WoW นำโดยกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกลที่พุ่งขึ้น 13.6% WoW รับช่วงฤดูหนาว ผสานกับกลุ่มระยะใกล้ที่พลิกฟื้นกลับมาโต 3.1% WoW มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT ERW)
• รมว.คมนาคมเผยแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 78 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3.27 แสนลบ. มุ่งผลักดันระบบรางเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ โดยตั้งเป้าสตาร์ทรถไฟทางคู่ช่วงขอนแก่น-หนองคายในปี 2028 ช่วยเสริมความต่อเนื่องของงานประมูล มองบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (CK STECON)
• รัฐบาลสั่งคุมเข้มและระงับการผ่อนผันการนำเข้า-ส่งออกสินค้าชายแดน อ.แม่สอด ชั่วคราวจนถึงวันที่ 5 พ.ย. 2026 เพื่อความปลอดภัยหลังมีกระสุนตกฝั่งไทยจากเหตุปะทะในเมียนมา ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มที่มีสัดส่วนส่งออกผ่านแดนสูง (CBG OSP) จากการชะงักงันของช่องทางค้าชายแดน
• WHAID ดึง Haier ทุ่มงบกว่า 5.25 พันลบ. ตั้งโรงงานผลิตเครื่องซักผ้าพรีเมียมบนพื้นที่ 136 ไร่ในนิคมฯ กำลังผลิต 3 ล้านเครื่อง/ปี รับสิทธิประโยชน์ EEC และ BOI สะท้อนเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ที่ไหลเข้าไทยต่อเนื่อง หนุนยอดโอนที่ดินและรายได้สาธารณูปโภค มองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA)

กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยต้องจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (3 พ.ย.) อย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ ตลาดทุนโลก และอาจมีนัยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่การประชุม BoE ตลาดคาดมีมติขึ้นดอกเบี้ย ส่วนปัจจัยในประเทศคาดตลาดยังให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศงบ 3Q26 ของ บจ. ในกลุ่ม Real Sector และติดตาม ครม. พิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip”

แนวรับ – แนวต้าน : 1500/1490 – 1515/1525


ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะเคลื่อนไหว Sideways จากปัจจัยความไม่แน่นอนจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่วนในประเทศคาดตลาดจะให้น้ำหนักกับการประกาศงบ 3Q26 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Earnings Momentum Play เก็งกำไรระยะสั้นรับปัจจัยบวกเฉพาะตัวในสัปดาห์นี้ สำหรับหุ้นที่คาดจะประกาศผลประกอบการ 3Q26 เติบโต YoY หรือ QoQ อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ TRUE TU GULF KCE OR TIDLOR
2. FDI & Tech-Infra Play ซึ่งได้อานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น และแผนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ รวมทั้งเก็งกำไรจากความคืบหน้า ครม. เตรียมพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) และกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC GUNKUL)
3. Geopolitical Relief Play สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรระยะสั้น หากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ออกมาในรูปแบบรัฐบาลแบ่งแยก (Divided Government) คาดจะช่วยให้ตลาดคลายกังวลต่อปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ลงได้บ้าง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานปรับลง และหนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) การแพทย์ (BH BDMS)
4. Laggard & Earnings Play ซึ่งเน้นความปลอดภัยโดยโฟกัสหุ้นที่คาดกำไร 3Q26 จะเติบโตแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ควบคู่กับราคาหุ้นบนกระดานที่ยัง Laggard เพื่อรับ Margin of Safety ที่สูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ได้แก่ AOT AP BCH BDMS CPN TRUE TU


Daily Top Picks
BGRIM: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากต้นทุนก๊าซฯ ที่ปรับลงตามราคาน้ำมันโลก และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง บริษัทมีโอกาสเติบโตในหลายด้านผ่านการขยายกำลังการผลิตตาม PDP2026, โอกาส Direct PPA กับ Data Center และการรุกธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ SMR ในระยะยาว เป้าหมายระยะสั้นที่ 19.90 บาท

ERW: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายขึ้น หลังสหรัฐฯ-อิหร่านมีแนวโน้มจะกลับไปใช้ช่องทางการทูต และราคาน้ำมันที่ลดลงผ่อนคลายต้นทุนการเดินทาง คาดกำไรปกติใน 3Q26F ที่ 110 ลบ. (+42%YoY และ +66%QoQ) และคาดจะเติบโตต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q26F เป้าหมายระยะสั้นที่ 3.60 บาท

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

PTG-ศิริราช เคลื่อนทัพรับบริจาคเลือด ณ วิทยาลัยดุสิตธานี เติมคลังโลหิตต่อชีวิตผู้ป่วย!

PTG-ศิริราช เคลื่อนทัพรับบริจาคเลือด ณ วิทยาลัยดุสิตธานี เติมคลังโลหิตต่อชีวิตผู้ป่วย!

SUEN โรดโชว์ขอนแก่น พบนักลงทุน เตรียมเสนอขายหุ้น IPO

SUEN โรดโชว์ขอนแก่น พบนักลงทุน เตรียมเสนอขายหุ้น IPO

NER รักษาแชมป์ธรรมาภิบาล รับ CGR 5 ดาวต่อเนื่องปีที่ 6 เสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน!

NER รักษาแชมป์ธรรมาภิบาล รับ CGR 5 ดาวต่อเนื่องปีที่ 6 เสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน!

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้