Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.ทิสโก้ : MEGA แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสมที่ 44 บาท

58

 

MEGA : คาดการณ์ผลประกอบการ 3Q26F : การเติบโตของธุรกิจแบรนด์และธุรกิจจัดจำหน่ายช่วยหนุนกำไร QoQ


คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้น 23% QoQ; คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เราประเมินว่ากำไรสุทธิของ MEGA ใน 3Q26F จะอยู่ที่ 580 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5% YoY และ 12.8% QoQ โดยรวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) จำนวน 10 ล้านบาท กำไรปกติคาดว่าจะอยู่ที่ 570 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.1% QoQ จากการเติบโตของรายได้ในทุกธุรกิจและอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว อย่างไรก็ตาม กำไรปกติคาดว่าจะลดลง 29.6% YoY จากอัตราภาษีที่สูงขึ้นหลังสิทธิประโยชน์ทางภาษีสิ้นสุดลงในปี 2026 รวมถึงฐานรายได้ของธุรกิจจัดจำหน่ายที่อยู่ในระดับสูง และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การเปรียบเทียบ YoY อาจไม่สะท้อนภาพที่แท้จริงนัก เนื่องจากตัวเลข 3Q25 เป็นข้อมูลก่อนการปรับปรุงงบการเงินครั้งล่าสุด เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ MEGA โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 44.00 บาท

อัตรากำไรและสัดส่วน SG&A เป็นปัจจัยขับเคลื่อน QoQ ขณะที่ฐานธุรกิจจัดจำหน่ายกดดันการเติบโต YoY
เราคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 3.71 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% QoQ โดยธุรกิจแบรนด์เติบโต 2.5% ส่วนธุรกิจจัดจำหน่ายและธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) เติบโตธุรกิจละ 10% อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 52.4% จาก 51.7% เนื่องจาก MEGA ได้รับประโยชน์จากเงินบาทที่อ่อนค่าและการปรับขึ้นราคา ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังอยู่ในระดับต่ำ จากการใช้วัตถุดิบคงคลังเดิม เมื่อค่าใช้จ่าย SG&A คาดว่าจะทรงตัว QoQ ส่งผลให้สัดส่วน SG&A ต่อรายได้มีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ 33.4% จาก 35.0% ด้านรายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายคาดว่าจะลดลง 27.2% YoY เมื่อเทียบกับฐานที่สูงเป็นพิเศษใน 3Q25 ซึ่งเป็นช่วงที่อุปสงค์ที่ถูกเลื่อนออกไปก่อนหน้านี้เร่งตัวขึ้น หลัง MEGA ได้รับใบอนุญาตนำเข้า อย่างไรก็ตาม การลดลงดังกล่าวอาจดูรุนแรงเกินจริง เนื่องจากใช้ฐานตัวเลขก่อนการปรับปรุงงบการเงินครั้งล่าสุดในการเปรียบเทียบ

คาดกำไร 4Q26F เติบโตต่อเนื่องจากอุปสงค์ตามฤดูกาล
เราคาดว่ากำไรใน 4Q26F จะเติบโตต่อเนื่อง QoQ จากอุปสงค์ตามฤดูกาลที่อยู่ในระดับสูง การเติบโตของรายได้ YoY ในธุรกิจแบรนด์คาดว่าจะยังอยู่ใกล้ระดับเลขสองหลัก (double digits) ขณะที่ธุรกิจจัดจำหน่ายคาดว่าจะเติบโตในระดับเลขหลักเดียวต่ำ (low single digits) อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มอ่อนตัวลง QoQ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นเริ่มส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิต แม้เป็นเช่นนั้น เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจแบรนด์และธุรกิจจัดจำหน่ายจะยังอยู่ใกล้ระดับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 65% และ 22-23% ตามลำดับ ซึ่งเรามองว่าเป็นระดับปกติและอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ขณะที่สัดส่วน SG&A ต่อรายได้คาดว่าจะลดลงจากการเติบโตของรายได้

คงคำแนะนำ “ซื้อ” และมูลค่าที่เหมาะสมที่ 44.00 บาท; ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างเต็มที่
เราคงประมาณการ คำแนะนำ “ซื้อ” และมูลค่าที่เหมาะสมที่ 44.00 บาท โดยอิง PER ปี 2026F ที่ 15.2 เท่า หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีอยู่ 0.5SD คิดเป็น Upside 33% จากราคาหุ้นปัจจุบันที่ 33 บาท ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2026F เพียง 11.5 เท่าเราเชื่อว่าตลาดยังไม่ได้สะท้อนความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างของ MEGA และศักยภาพการขยายธุรกิจในภูมิภาคอย่างเต็มที่ ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในเมียนมา การแข่งขันในภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น และความล่าช้าในการปรับปรุงกำลังการผลิตในอินโดนีเซียและเวียดนาม

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เด้ง ขึ้น เด้ง ลง By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม วันนี้ หุ้นไทย ระหว่าง ชั่วโมงการซื้อขาย คงเด้ง ขึ้น เด้ง ลง สลับไปมา ในกรอบแนวรับ แนวต้าน รอบนี้ ....

HotNews: BANPU ขยาย Biomass Co-firing ในโรงไฟฟ้าอีก 2 แห่งในจีน หนุนลดปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ -เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ต่อยอดการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมในกระบวนการผลิตไฟฟ้า....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้