Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

GCAP GOLD เตือนสัญญาณอันตราย จ่อเปิดฉาก Stagflation ระยะแรก ปูทางทองคำสู่สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงหลัก แนะดักเก็บโซน 4,400 ดอลลาร์

119

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(7 พฤษภาคม 2569)---------------------บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ส่งสัญญาณเตือนนักลงทุนเตรียมรับมือจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังตลาดการเงินเริ่มมีพฤติกรรมสะท้อนภาวะ Stagflation ระยะเริ่มต้น ชี้ชัดการกอดคอปรับตัวลงของตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร คือสัญญาณเตือนภัยเชิงประวัติศาสตร์ที่โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปราะบางที่สุด พร้อมแนะกลยุทธ์ "ช้อนซื้อ" ที่กรอบเป้าหมาย $4,400 หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 68,500 – 68,200 บาท

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ภาวะตลาดในปัจจุบันเริ่มแสดงสัญญาณที่น่ากังวล โดยเฉพาะสินทรัพย์หลักอย่างหุ้นและพันธบัตรปรับตัวลดลงพร้อมกัน ซึ่งในเชิงประวัติศาสตร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้โครงสร้างเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านและเริ่มสะท้อนสัญญาณ Stagflation ระยะแรกอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือเป็นจุดตั้งต้นของวัฏจักรที่เอื้อต่อการกลับมาของทองคำในระยะถัดไป

ขณะเดียวกัน อีกปัจจัยสำคัญที่ตลาดกำลังให้น้ำหนัก คือแรงกดดันด้านพลังงาน โดยเฉพาะความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อทั่วโลก เมื่อปัจจัยเงินเฟ้อมีแนวโน้มยืดเยื้อ ทำให้ธนาคารกลางหลักโดยเฉพาะสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันราคาทองคำในระยะสั้น

อย่างไรก็ตามในเชิงโครงสร้างของวัฏจักร Stagflation ทองคำมักไม่ได้ปรับตัวขึ้นทันทีในช่วงเริ่มต้น เนื่องจากต้องเผชิญกับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) ที่สูงขึ้น แต่เมื่อเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน และเงินเฟ้อไม่ลดลงตามเป้าหมาย ทำให้ปัจจัยดังกล่าวเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะส่งผลให้ทองคำกลับมาโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ โดยเฉพาะในภาวะที่นโยบายการเงินมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

"ระยะสั้นราคาทองคำยังคงมีความผันผวนและอาจเคลื่อนไหวในลักษณะย่อแล้วซื้อมากกว่าการปรับขึ้นแบบต่อเนื่อง โดยมีดอลลาร์และ Bond Yield เป็นปัจจัยจำกัด Upside แต่ในระยะกลางถึงยาวโครงสร้าง Stagflation จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ทองคำกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะหากเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อฝังลึก ซึ่งจะเร่งให้เงินเกิดการไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ"

ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า นักลงทุนที่ต้องการสะสมทองคำในพอร์ตระยะกลางถึงระยะยาว ควรรอจังหวะที่ราคาปรับฐานลงใกล้บริเวณ $4,400 ซึ่งคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 68,500–68,200 บาท แล้วทยอยแบ่งไม้เข้าสะสม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นฐานแรงซื้อสำคัญของตลาด ที่เคยรองรับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในช่วงปลายปี 2568 จึงมองว่าเป็นโซนที่มีความสำคัญต่อโครงสร้างระยะยาว และเหมาะสำหรับการเริ่มเข้าซื้อสะสมเพื่อลงทุน

ขณะที่พอร์ตระยะสั้น แนะนำให้นักลงทุนเน้นเทรดตามรอบการแกว่งตัวของราคา โดยใช้กลยุทธ์ "ย่อแล้วซื้อ" เป็นหลัก กล่าวคือ รอเข้าซื้อเมื่อราคาปรับตัวลงใกล้แนวรับสำคัญ และทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนอย่างชัดเจน เพื่อควบคุมความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: SUEN พร้อมเดินสายโรดโชว์ 5 เมืองใหญ่ สร้างความเชื่อมั่น ก่อนขายหุ้น IPO 196.24 ล้านหุ้น

SUEN เดินสายโรดโชว์พบนักลงทุน โชว์ศักยภาพกลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจรที่มีรากฐาน...

เงินไหลเข้า By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ พบ หุ้นใหญ่ หลายตัว มีแรงซื้อ ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามแรงเงินไหลเข้ามา....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้