Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

PSGC นำเสนอแนวคิด 3 เฟสการเปลี่ยนผ่านพลังงานของอาเซียน จาก "ผลิตใช้เอง" สู่ "เชื่อมต่อข้ามพรมแดน" และ "ซื้อขายแบบเสรี"

58


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(27 ตุลาคม 2569)----------------ต้นปี 2569 ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ลามถึงช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้หลายประเทศหันมาพึ่งทรัพยากรในประเทศและภูมิภาค พร้อมเร่งหาแหล่งทางเลือก ตั้งแต่พลังงานแสงอาทิตย์ถึงความร่วมมือข้ามพรมแดน จนองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) สรุปว่า การกระจายแหล่งพลังงานกลายเป็นวาระสำคัญอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค

นายเดวิด แวน ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC มองว่านี่ไม่ใช่ปฏิกิริยาชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณว่าอาเซียนกำลังชั่งน้ำหนัก 3 เป้าหมายพร้อมกัน ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน (Security) ต้นทุนพลังงานที่ประชาชนจ่ายได้ (Affordability) และความยั่งยืนสู่เป้าหมาย Net Zero (Sustainability) ซึ่งจะพาภูมิภาคก้าวผ่าน 3 เฟสของการเปลี่ยนผ่านที่ไม่ได้เกิดเป็นเส้นตรง วันนี้อาเซียนยังอยู่ในเฟสแรกเป็นหลัก เฟสที่สองเริ่มแล้ว และเฟสที่สามมีโครงการนำร่องให้เห็นแล้ว

เฟสที่ 1 "ผลิตใช้เอง": ความมั่นคงเริ่มภายในประเทศ

สองทศวรรษที่ผ่านมา อาเซียนเติบโตบนทรัพยากรในประเทศที่มีมากและราคาเหมาะสม แต่ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทย (ร่าง PDP 2026) และแผนพัฒนาไฟฟ้าฉบับปรับปรุงของเวียดนาม (Revised PDP8) ชี้ว่าโจทย์ใหญ่ขึ้นมาก

• ไทย: ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดจะเพิ่มจากราว 36,000 เมกะวัตต์ในปี 2569 เป็นราว 74,000–80,000 เมกะวัตต์ในปี 2593 ในกรณีฐาน หรือกว่าเท่าตัว จากแรงขับของรถยนต์ไฟฟ้าและศูนย์ข้อมูล (Data Centre) จึงตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตใหม่กว่า 50,000 เมกะวัตต์ในช่วงปี 2569–2580 ส่วนใหญ่เป็นพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน

• เวียดนาม: ตั้งสมมติฐานเศรษฐกิจโตราว 10% ต่อปีในปี 2569–2573 ความต้องการไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และความต้องการสูงสุดจะเพิ่มกว่าสองเท่าในสองทศวรรษ ปัจจุบันใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าราวครึ่งหนึ่ง และพึ่งการนำเข้ามากขึ้น แต่ PDP8 ฉบับปรับปรุงกำหนดไม่ให้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่หลังปี 2573

เฟสที่ 2 "เชื่อมต่อข้ามพรมแดน": ถนนเฉพาะเส้นที่เชื่อมระหว่างเพื่อนบ้าน

เมื่อทรัพยากรในประเทศไม่พอ และไม่มีประเทศใดเดินหน้าได้ลำพัง ทางออกแรกคือซื้อจากเพื่อนบ้านโดยตรง ซึ่งเริ่มแล้วบางส่วน โดยอาเซียนมองโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid: APG) ว่าตอบโจทย์ทั้งความมั่นคง ความคุ้มค่า และความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ตลอดกว่า 50 ปี อาเซียนลงทุนสายส่งข้ามพรมแดนเพียงราว 2,000 ล้านดอลลาร์ และ 85% เป็นสายส่งทางเดียวจากโรงไฟฟ้าไปยังประเทศผู้ซื้อ เช่น จาก สปป.ลาว มายังไทย โดยแต่ละโครงการอาศัยสัญญาที่เจรจาเป็นรายกรณี คล้ายถนนเฉพาะเส้นที่สร้างเพื่อผู้ใช้รายเดียว


ธุรกิจของ PSGC ที่ขนส่งถ่านหินจาก สปป.ลาว สู่เวียดนามภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างสองรัฐบาล สะท้อนว่าการเชื่อมพลังงานข้ามพรมแดนไม่ได้อาศัยแค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องอาศัยความไว้วางใจ ระหว่างรัฐ การบริหารโลจิสติกส์หลายรูปแบบ และการรับมือกับสภาพอากาศที่คาดเดายากขึ้น


เฟสที่ 3 "ซื้อขายแบบเสรี": จากถนนเฉพาะเส้น สู่ทางหลวงที่ทุกคนใช้ได้


ก้าวต่อไปคือการเปลี่ยนถนนเฉพาะเส้นเป็นโครงข่ายที่ไฟฟ้าไหลได้สองทาง ส่งผ่านประเทศที่สามได้ และผู้ซื้อเลือกผู้ขายได้ภายใต้กติกาเดียวกัน โครงการ Lao PDR–Thailand–Malaysia–Singapore Power Integration Project (LTMS-PIP) ซึ่งส่งไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ผ่านไทยและมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ คือการซื้อขายไฟฟ้าหลายประเทศครั้งแรกของอาเซียน แต่การยกระดับเป็นโครงข่ายเชื่อมโครงข่ายแบบสองทาง ต้องใช้เงินลงทุนราว 27,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2583 หรือกว่า 14 เท่าของที่เคยลงทุนมาทั้งหมด ศูนย์พลังงานอาเซียนจึงเสนอให้พัฒนากติกาการซื้อขายไฟฟ้าหลายประเทศในปี 2574–2588 และขยายสู่การแบ่งปันกำลังสำรองระดับภูมิภาคในระยะยาว


ด้วยที่ตั้ง ไทยมีโอกาสเป็นศูนย์กลางส่งผ่านไฟฟ้าจากลุ่มน้ำโขงสู่ตอนใต้ของอาเซียน โดยลาวจะเป็นผู้ส่งออกไฟฟ้าสุทธิรายใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ส่วนไทยและเวียดนามจะเป็นผู้นำเข้าสุทธิ เวียดนามยังวางแผนส่งออกไฟฟ้าไปสิงคโปร์และมาเลเซียภายในปี 2578 ศูนย์พลังงานอาเซียนคาดว่าการเชื่อมโครงข่ายเต็มที่จะลดกำลังผลิตที่ภูมิภาคต้องสร้างได้ราว 12% และลดต้นทุนผลิตไฟฟ้าระยะยาวราว 17%


ในตลาดที่เชื่อมกัน สิ่งที่ซื้อขายยังรวมถึงความสามารถจ่ายไฟในเวลาที่ระบบต้องการ เพราะแต่ละประเทศใช้ไฟต่างช่วงเวลากัน ร่าง PDP 2026 ชี้ว่าช่วงที่คนไทยใช้ไฟสูงสุดกำลังเลื่อนจากบ่ายเป็นค่ำ ซึ่งพลังงานแสงอาทิตย์ผลิตไม่ได้ การเชื่อมโครงข่ายข้ามพรมแดนจะช่วยให้ระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น โดยแบตเตอรี่ตอบสนองเร็วและเหมาะกับการสลับไฟกลางวัน–กลางคืน ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydropower) ได้เปรียบด้านขนาดและระยะเวลาจ่ายไฟ ในไทย ร่าง PDP 2026 บรรจุโรงไฟฟ้าประเภทนี้ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่ม 3 โครงการ รวม 2,480 เมกะวัตต์ ที่เขื่อนจุฬาภรณ์ วชิราลงกรณ และกะทูน ทยอยจ่ายไฟปี 2577–2580

มุมมอง PSGC: เดินให้ตรงเฟส และเตรียมพร้อมสำหรับเฟสถัดไป


นายเดวิด ให้มุมมองว่า "การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ยั่งยืนไม่ได้วัดจากความเร็วในการละทิ้งพลังงานเดิม แต่วัดจากความสามารถในการเดินให้สอดคล้องกับความพร้อมของระบบในแต่ละเฟส วันนี้อาเซียนกำลังเคลื่อนจากยุคที่แต่ละประเทศถามว่าจะผลิตไฟฟ้าจากอะไร ไปสู่ยุคที่ต้องถามว่าจะเชื่อมต่อกับใคร และในที่สุดจะซื้อขายพลังงานกันอย่างไร ผู้เล่นที่เข้าใจจังหวะนี้และวางรากฐานไว้ล่วงหน้าจะเป็นผู้สร้างมูลค่าได้มากที่สุดในห่วงโซ่พลังงานของภูมิภาค"

ปัจจุบัน PSGC อยู่ต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทานพลังงาน ผ่านการลงทุนใน Nam Tien Limited Liability Company (NT) ซึ่งทำธุรกิจเหมืองใน สปป.ลาว และส่งออกถ่านหินข้ามพรมแดนให้ผู้ซื้อรัฐวิสาหกิจเวียดนามภายใต้กรอบความร่วมมือรัฐบาลลาว–เวียดนาม ธุรกิจนี้เป็นทั้งฐานความมั่นคงที่ระบบไฟฟ้ายังพึ่งพาในเฟสแรก และตัวอย่างการไหลของพลังงานข้ามพรมแดนในเฟสที่สอง โดย PSGC มองว่าในอนาคตจะพัฒนาสู่การส่งพลังงานไฟฟ้าได้ ก้าวต่อไปคือขยายแบบ Vertical Integration จากต้นน้ำสู่กลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าทั้งห่วงโซ่ และเป็นส่วนหนึ่งของระบบ "Connected Energy" ที่เชื่อมพลังงานทั้งภูมิภาค


การเปลี่ยนผ่านในทศวรรษหน้าจึงไม่ได้วัดจากปริมาณไฟฟ้าสะอาดที่ผลิตได้อย่างเดียว แต่วัดจากความสามารถเชื่อมต่อและซื้อขายพลังงานข้ามพรมแดน และนั่นคือเส้นทางที่ PSGC เตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่วันนี้

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: SUEN พร้อมเดินสายโรดโชว์ 5 เมืองใหญ่ สร้างความเชื่อมั่น ก่อนขายหุ้น IPO 196.24 ล้านหุ้น

SUEN เดินสายโรดโชว์พบนักลงทุน โชว์ศักยภาพกลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจรที่มีรากฐาน...

เงินไหลเข้า By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ พบ หุ้นใหญ่ หลายตัว มีแรงซื้อ ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามแรงเงินไหลเข้ามา....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้