Equality for All
OR : บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก
4Q25 คาดกำไรส่วนแบ่งตลาดสถานีบริการฟื้นตัว และทำได้ดีกว่าตลาด : เรา
กลุ่ม Mobility (สถานีบริการ) คาดปริมาณขายน้ำมัน +4% q-q ที่ 6,233 ล้านลิตร กลุ่มค้าปลีกปริมาณขาย +5% q-q ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรม +3% q-q เพราะ OR ไม่ลดราคาแข่งกับรายอื่น ทำให้แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย/ ลิตร ทรงตัว q-q อยู่ที่ 1.02 บาท/ ลิตร แต่จะมีขาดทุนสต็อกราว 1,300 ลบ. ตามราคาน้ำมันที่ปรับลงกลุ่ม Lifestyle (อาหาร และเครื่องดื่ม) ปริมาณขายกาแฟคาดทรงตัว q-q ที่ 109 ล้านแก้ว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโครงการคนละครึ่งพลัส น้ำท่วมในหลายจังหวัด และฝนตกที่นานขึ้น ขณะที่ EBITDA margin คาดหดตัว q-q จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
กลุ่มต่างประเทศ คาดปริมาณขายน้ำมันลดลง -25% q-q ที่ 359 ล้านลิตร โดยกัมพูชาปริมาณขายยังลดลง 27% q- จากปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ขณะที่ฟิลิปปินส์ลดลง 32% q-q มีเพียงสปป.ลาวที่ปริมาณขาย +12% q-q ขณะที่ยอดขายกาแฟเหลือเพียง 3.3 ล้านแก้วลดลง -34% q-q โดยเป็นการลดลงของยอดขายในกัมพูชาและเวียดนามจากการปิดสาขา โดยไตรมาส 4 มีปิดสถานีบริการในฟิลิปปินส์ 2 กัมพูชา 28 ส่วนร้านกาแฟมีปิดสาขาในเวียดนาม 22 แห่ง กัมพูชา 39 แห่ง ฟิลิปปินส์ 6 สาขา แต่มีเปิดเพิ่มในลาว 1 สาขา สรุปจำนวนสถานีบริการในกัมพูชาเหลือ 127 สาขา ส่วนร้านกาแฟเหลือ 178 สาขา
คาดค่าใช่จ่ายขายและบริหารจะเพิ่มขึ้น q-q ตามปกติซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายด้านพนักงานและค่าโฆษณา ส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น ขณะที่การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบ. ร่วมคาดทรงตัว q-q แต่คาดจะมีรายการพิเศษเกิดขึ้นจากการตั้งด้อยค่าเงินลงทุน 340 ลบ. ใน 2 กิจการที่มีปิดไป เราคาดกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 2,023 ลบ. -33% y-y -23% q-q
การตั้งด้อยค่าในเวียดนามรอปิดเสร็จสิ้นก่อน ส่วนกัมพูชารอต่อไป : จากการที่บ.แจ้งเลิกบ. ร่วมทุนในเวียดนามซึ่ง OR ถืออยู่ 60% ปัจจุบันได้ปิดสาขาไปแล้ว และอยู่ระหว่างการชำระบัญชีซึ่งคาดว่าจะมีการตั้งด้อยค่าอีกราว 80-90 ลบ. หลังการปิดเสร็จสิ้นลง
ส่วนที่กัมพูชานั้นอยู่ระหว่างรอความชัดเจนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ปริมาณขายทั้งในส่วนน้ำมันและร้านกาแฟที่หดตัวอย่างต่อเนื่อง คงต้องติดตามต่อไป จากข้อมูลในอดีตยอดขายของกัมพูชาคิดเป็น 30% ของตลาดต่างประเทศ และคิดเป็นเพียง 2% ของยอดขายทั้งหมด ขณะที่ EBITDA ในกัมพูชาคิดเป็น 3-5% ของภาพรวม (1,000 ลบ./ปี) โดยกรณีเลวร้ายสุดหากไม่สามารถดำเนินการต่อได้มูลค่าบัญชีในกัมพูชาอยู่ที่ราว 100 ล้านเหรียญ
ไม่ดีอย่างที่คาด
“แนวโน้ม 4Q25 อาจดูดีน้อยกว่าที่เคยคาดทั้งจากค่าใช้จ่ายที่เร่งตัวขึ้น, lifestyle อ่อนลง, ตปท. ลดลงทั้งกัมพูชาและฟิลิปปินส์ รวมถึงรายการพิเศษก้อนโตที่เข้ามาทำให้บรรทัดสุดท้ายอาจไม่ดีอย่างที่เคยคาด อีกทั้งในส่วนการลงทุนในตปท. ยังมีความเสี่ยงว่าอาจต้องตั้งด้อยค่าเงินลงทุน
คาดการดำเนินงานปี 26 จะฟื้นตัวได้หลังการแทรกแซงค่าการตลาดของรัฐลดลงหลังกองทุนน้ำมันมีสถานะเป็นบวก ระยะสั้นราคาหุ้นถูกกดดันจากการดำเนินงานที่อาจดีน้อยกว่าคาด ”
นารี อภิเศวตกานต์
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971
naree.a@liberator.co.th