สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (14 ตุลาคม 2569 ) ---- นายคมสหัสภพ นุตยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง เจน จํากัด (มหาชน) “KGEN”) รายงานรายละเอียดความคืบหน้าของคดีความ ของบริษัท มนตรีทรานสปอร์ต คอร์ปอเรชัน จํากัด (มหาชน) (“บริษัทย่อย” หรือ “Montri”) โดยมีรายละเอียดดังนี้
คดีระหว่างบริษัท มนตรีทรานสปอร์ต คอร์ปอเรชัน จํากัด (มหาชน) (“Montri”) กับบริษัทผู้ให้เช่าแห่งหนึ่ง
วันที่ถูกฟ้อง
คดีหมายเลขดําที่ พ677/2568 ศาลแพ่งมีนบุรี ศาลรับคําฟ้องเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 Montri ได้รับคําฟ้องหมายเรียกคดีแพ่งสามัญ โดยวิธีปิดหมาย เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2568
ข้อมูลคู่กรณี
โจทก์ : บริษัทผู้ให้เช่าแห่งหนึ่ง
จําเลย : บริษัท มนตรีทรานสปอร์ต คอร์ปอเรชัน จํากัด (มหาชน) (“Montri”) ซึ่งเป็น บริษัทย่อยของบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 99.99% ของส่วนผู้ถือหุ้นทั้งหมด
สรุปสาระสําคัญของคดี
ความหรือข้อพิพาท และสาเหตุ ในช่วงเดือนธันวาคม 2566 ถึงเดือนมิถุนายน 2567 Montri ได้ทําสัญญาเช่ารถบรรทุก หัวลากไฟฟ้าและรถกึงพ่วง รวม คัน ตามสัญญาเช่ารวม ฉบับจากกลุ่มบริษัทผู้ให้ เช่ารายหนึ่ง แล้วนํารถทั้งหมดออกให้ บริษัท มนตรี แคริเออร์ จํากัด (“MCR” ซึ่งเป็น บริษัทย่อยของ KGEN) เช่า ซึ่งสามารถกระทําได้ตามสัญญาการเช่ารถ ระหว่างที่ MCR ใช้งานรถอยู่พบว่ากลุ่มบริษัทผู้ให้เช่ารายนั้นไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาเช่าในข้อที่เป็น สาระสําคัญของสัญญาอาทิเช่น เมือรถเสีย สัญญาระบุว่าผู้ให้เช่าจะต้องส่งรถหัวลากมา ให้ใช้งานทดแทน แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ให้เช่ากลับไม่นํารถทดแทนมาให้เมื่อ Montri หรือ MCR แจ้งเหตุรถเสียดังกล่าวตามทีกําหนดไว้ในสัญญาเช่า อีกทั้งรถที่เสียก็ใช้ ระยะเวลาการซ่อมนานเกินควร ทําให้ Montri และ/หรือ MCR ได้รับความเสียหายในด้าน การประกอบธุรกิจเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถนํารถไปวิ่งรับงานและ/หรือ ให้บริการให้แก่ลูกค้าได้ ดังนั้น เมื่อผู้ให้เช่าเป็นฝ่ายกระทําผิดสัญญาเช่าในข้อที่เป็น สาระสําคัญ Montri จึงใช้สิทธิที่มีตามสัญญาดังกล่าว โดยบอกเลิกสัญญาเช่ากับกลุ่ม บริษัทผู้ให้เช่ารายนั้น และคืนรถเช่าทังหมดแก่ผู้ให้เช่า จากข้อเท็จจริงดังเรียนมาข้างต้น จึงเป็นที่มาซึงข้อพิพาท ที่ผู้ให้เช่าเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง Montri เป็นจําเลยในข้อหาผิดสัญญาเช่า เลิกสัญญา เรียกค่าเสียหาย และเรียกทรัพย์สินคืน
โดยกําหนดทุนทรัพย์เป็นจํานวนเงิน 581.27 ล้านบาท ต่อมา Montri ได้ดําเนิน กระบวนการชั้นศาลในการสู้คดีพร้อมทั้งฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายและเงินประกันตาม สัญญาเป็นจํานวนเงิน 678.87 ล้านบาท ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงข้างต้นเป็นข้อต่อสู้ของ Montri ซึ่งศาลชั้นต้นไม่รับฟัง ตามรายละเอียดในหัวข้อความคืบหน้าของคดี และ Montri จะ นําเสนอข้อโต้แย้งดังกล่าวในชั้นอุทธรณ์ต่อไป
ความคืบหน้าของคดี
ศาลชั้นต้นมีคําพิพากษาโดยวินิจฉัยว่า Montri เป็นฝ่ายผิดสัญญาจากการค้างชําระค่า เช่า และพิพากษาให้ Montri (1) ชําระเงิน 210,126,725.56 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีของต้นเงิน 51,537,899.97 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชําระเสร็จ แก่โจทก์ (2) ส่งมอบรถที่ยังไม่ได้คืนจํานวน 9 คัน (รถหัวลาก 5คัน และรถกึ่งพ่วง 4คัน) ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากส่งมอบคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนรวม 27,447,550 บาท ( 3) ส่งมอบยางชุดใหม่จํานวน 1,610 เส้น หากไม่ส่งมอบให้ชําระค่ายางแทนเป็นเงิน 18,235,000 บาท และ (4 ) ชําระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกําหนดค่าทนายความ 50,000 บาท ส่วนฟ้องแย้งของ Montri ศาลพิพากษายก
การดําเนินการจัดการ กับข้อพิพาท
เนื่องจากคําพิพากษาดังกล่าวเป็นเพียงคําพิพากษาของศาลชั้นต้น หาก Montri ไม่เห็น พ้องด้วยตามคําพิพากษา Montri มีสิทธิทีจะยื่นอุทธรณ์และ/หรือฎีกาต่อไป ทั้งนี้ Montri ได้เริ่มดําเนินการขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์ต่อหน่วยงานที่เกียวข้องไปแล้ว ซึ่งเป็นไปตาม ขั้นตอนตามกรอบระยะเวลาที่กฏหมายกําหนดไว้ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาทบทวนคําพิพากษาในประเด็นที่โต้แย้งทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้บริษัทฯ ขอเรียนว่าจะดําเนินการตามขั้นตอน ของกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิของบริษัทฯ ต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ผลกระทบต่อการ ดําเนินธุรกิจ
ณ ปัจจุบัน ไม่มีผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจ เนื่องจากกลุ่ม KGEN ได้หยุดดําเนินธุรกิจ ที่เกียวข้องกับการใช้รถหัวลากเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า ก่อน Montri จะใช้สิทธิบอกเลิก สัญญาและคืนรถให้แก่ผู้ให้เช่า
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ตามคําพิพากษาศาลชั้นต้น Montri มีภาระสูงสุดรวมประมาณ 255.81 ล้านบาท (ประกอบด้วยเงิน 210,126,725.56 บาท ราคารถแทน 27,447,500 บาท และค่ายางแทน 18,235,000 บาท ในกรณีที่ไม่สามารถคืนรถและส่งมอบยางได้) พร้อมดอกเบียร้อยละ5 ต่อปีของต้นเงิน 51.54 ล้านบาท นับถัดจากวันฟ้อง และค่าฤชาธรรมเนียม ซึ่งเป็น จํานวนน้อยกว่าทุนทรัพย์ทีโจทก์ฟ้องจํานวน 581.27 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คํา พิพากษาดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด โดย Montri จะใช้สิทธิอุทธรณ์ตามที่กล่าวไว้ในหัวข้อการ ดําเนินการจัดการกับข้อพิพาทจนกว่าคดีจะถึงทีสุด
ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าทีสําคัญเป็นประการใด บริษัทฯ จะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและผู้ลงทุนทราบโดยทันที