Today’s NEWS FEED

News Feed

KGEN เตรียมยื่นอุทธรณ์ คดีกับผู้ให้เช่ารถ จากเหตุพิพาทเช่ารถบรรทุกหัวลากไฟฟ้าและรถกึ่งพ่วงปี 2567 หลังศาลชั้นต้นสั่งร่วมกันชำระเงิน 144.39 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ส่วนคดีที่ 2 ของบริษัทย่อย มนตรี ทรานสปอร์ต ยังไม่ทราบคําพิพากษาศาลชั้นต้น

263


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 4 สิงหาคม 2569 ) ----นายคมสหัสภพ นุตยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง เจน จํากัด (มหาชน) KGEN เปิดเผยรายละเอียดความคืบหน้าของคดีความที่สําคัญของบริษัทฯ และบริษัทย่อย โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. คดีที่ ระหว่างบริษัท คิง เจน จํากัด (มหาชน) (“KGEN”) และบริษัท วารุกะ จํากัด (“WRK”) กับ ผู้ให้เช่าซึงเป็นบริษัทแห่งหนึ่ง

วันที่ถูกฟ้อง คดีหมายเลขดําที่ พ678/2568 ศาลรับคําฟ้องเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 KGEN ได้รับคําฟ้องหมายเรียกคดีแพ่งสามัญ โดยวิธีปิดหมาย เมือวันที่ 3 พฤษภาคม 2568

ข้อมูลคู่กรณี โจทก์ : กลุ่มผู้ให้เช่าซึ่งเป็นบริษัทแห่งหนึง
จําเลยที่ 1 : บริษัท คิง เจน จํากัด (มหาชน) (“KGEN”)
จําเลยที 2 : บริษัท วารุกะ 888 จํากัด (“WRK”) ซึ่งเมือ 29 ธ.ค. 68 WRK ได้สิ้นสภาพ การเป็นบริษัทย่อยของบริษัทจากการจําหน่ายหุ้นทังหมดจํานวน 200,000 หุ้น มูลค่าที ตราไว้หุ้นละ 100 บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 49 ของหุ้นทังหมดของ WRK แก่ บุคคลภายนอกที่ไม่เกียวข้องกัน

 

สรุปสาระสําคัญของคดี ความหรือข้อพิพาท และ สาเหตุ
ในช่วงปี 2567 KGEN ได้ทํารายการเช่ารถบรรทุกหัวลากไฟฟ้าและรถกึงพ่วง จากกลุ่มบริษัทผู้ให้เช่ารายหนึง แล้วนํารถทั้งหมดออกให้ WRK เช่าช่วง ซึ่งเป็นสิงที่ KGEN สามารถกระทําได้ โดยระหว่างที่ WRK ใช้งานรถอยู่ พบว่า กลุ่มบริษัทผู้ให้เช่ารายนั้นไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาเช่าในข้อที่เป็นสาระสําคัญ ของสัญญา อาทิเช่น เมื่อรถเสีย สัญญาระบุว่าผู้ให้เช่าจะต้องส่งรถหัวลากมาให้ใช้งานทดแทน แต่ข้อเท็จจริงผู้ให้เช่ากลับไม่นํารถทดแทนมาให้เมื่อ KGEN หรือ WRK แจ้งเหตุรถเสียดังกล่าว อีกทั้งรถที่เสียก็ใช้ระยะเวลาการ ซ่อมนานเกินควร ทําให้ไม่สามารถนําไปวิ่งรับงานให้แก่ลูกค้าได้ ทําให้ KGEN และ/หรือ WRK ได้รับความเสียหายในด้านการประกอบธุรกิจ ดังนั้น KGEN จึงใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่ากับกลุ่มบริษัทผู้ให้เช่ารายนั้น เนืองจาก ผู้ให้เช่าเป็นฝ่ายกระทําผิดสัญญาเช่าในข้อที่เป็นสาระสําคัญและคืนรถเช่า ทั้งหมดแก่ผู้ให้เช่า ด้วยเหตุและผลดังเรียนแจ้งข้างต้น จึงเป็นที่มาซึ่งข้อพิพาทในการฟ้องร้องคดีดังกล่าว

KGEN (จําเลยที่ 1) และ WRK (จําเลยที่ 2) ถูกผู้ให้เช่าฟ้องเป็นคดีในข้อหา ผิดสัญญาเช่า เลิกสัญญาโดยไม่ชอบ และเรียกค่าเสียหาย โดยกําหนดทุนทรัพย์เป็นจํานวนเงิน 469.27 ล้านบาท

ต่อมา KGEN และ WRK ต่างดําเนินกระบวนการชั้นศาลในการสู้คดีพร้อมทั้ง ฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายและเงินประกันตามสัญญาจากผู้ให้เช่า (โจทก์) เป็น จํานวนเงิน 550.34 ล้านบาท (รายละเอียดตามที่ปรากฏในหมายเหตุประกอบ งบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2569)

ความคืบหน้าของคดี

โดยคดีดังกล่าวศาลชันต้นได้นัดฟังคําพิพากษาวันที่ 22 มิถุนายน 2569 โดยศาลมีคํา พิพากษาให้ “จําเลยทังสองร่วมกันชําระเงิน 144,386,167.19 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 1 ของต้นเงิน 38,931,711.21 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชําระเสร็จแก่ โจทก์” ซึ่ง KGEN ทราบคําพิพากษาดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ปัจจุบัน KGEN อยู่ระหว่างดําเนินการขอคัดสําเนาคําพิพากษาฉบับเต็มและคําสั่งศาล เพื่อ ฃรับทราบรายละเอียดและเหตุผลแห่งคําพิพากษา รวมทั้งใช้ประกอบการพิจารณา แนวทางดําเนินการในลําดับต่อไป

การดําเนินการจัดการกับ ข้อพิพาท
ถึงแม้คําพิพากษาศาลชั้นต้นจะกําหนดให้ KGEN และ WRK ต้องร่วมกันชดใช้เงินเป็นจํานวนที่น้อยกว่าทุนทรัพย์ทีโจทก์ฟ้อง แต่มีประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายหลาย ประเด็นที่ KGEN ไม่เห็นพ้องด้วยกับคําพิพากษาศาลชันต้น และสมควรที่ต้องได้รับ การพิจารณาจากศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นผู้ให้เช่าเป็น ฝ่ายกระทําผิดสัญญาเช่าในข้อที่เป็นสาระสําคัญ อันเป็นที่มาซึงการใช้สิทธิบอกเลิก สัญญาของ KGEN เนื่องจากคําพิพากษาของศาลชั้นต้นยังไม่ถือเป็นที่สุด KGEN มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายในการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาต่อไป ดังนั้น KGEN ขอเรียน ชี้แจงว่า คําพิพากษาของศาลชันต้นยังไม่ถึงที่สุด และ KGEN จะใช้สิทธิอุทธรณ์เพือ โต้แย้งคําพิพากษาดังกล่าว โดยปัจจุบัน KGEN อยู่ระหว่างหารือการดําเนินการทาง กฏหมายเพื่อยืนอุทธรณ์ในประเด็นดังกล่าว

ผลกระทบต่อการดําเนิน ธุรกิจ
ณ ปัจจุบัน คดีดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสําคัญต่อฐานะการเงินและผลการ ดําเนินงานของ KGEN และการที่กลุ่มบริษัทหยุดดําเนินการใช้รถหัวลากเพื่อให้บริการ แก่ลูกค้าไม่มีผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจ เนื่องจากกลุ่ม KGEN ได้หยุดดําเนินธุรกิจ ที่เกียวข้อง ก่อนที่ KGEN จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและคืนรถให้แก่ผู้ให้เช่า โดย ปัจจุบันบริษัทมุ่งเน้นในการดําเนินธุรกิจบริการขนส่งไม่ประจําทางและเป็นผู้ผลิตและ จําหน่ายยานพาหนะไฟฟ้า นอกจากนี้ ในส่วนของหุ้นของ WRK นัน KGEN ได้ขายหุ้นทังหมดออกเป็นทีเรียบร้อย แล้ว ตามที่ได้แจ้งข่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที 29 ธันวาคม 2568 ทําให้ ณ ปัจจุบัน KGEN ไม่ได้ถือหุ้นใน WRK และ WRK ไม่มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ KGEN อีกต่อไป


2. คดีที่ 2 ระหว่างบริษัท มนตรี ทรานสปอร์ต จํากัด (มหาชน) (“Montri”) กับผู้ให้เช่ารายเดียวกันกับคดี ที่ 1


วันทีถูกฟ้อง คดีหมายเลขดําที พ677/2568 ศาลรับคําฟ้องเมื่อวันที่ 28 เมษายน Montri ได้ รับคําฟ้องหมายเรียกคดีแพ่งสามัญ โดยวิธีปิดหมาย เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2568

ข้อมูลคู่กรณี โจทก์ : ผู้ให้เช่ารายเดียวกันกับคดีที่ 1 (พ678 /2568)
จําเลยที 1 : บริษัท มนตรี ทรานสปอร์ต จํากัด (มหาชน) (“Montri”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 99.99% ของส่วนผู้ถือหุ้นทังหมด


สรุปสาระสําคัญของคดี ความหรือข้อพิพาท และสาเหตุ
ในช่วงปี 2567 Montri ได้ทํารายการเช่ารถบรรทุกหัวลากไฟฟ้าและรถกึงพ่วงจากกลุ่ม บริษัทผู้ให้เช่ารายหนึ่ง แล้วนํารถทัเงหมดออกให้ บริษัท มนตรี แคริเออร์ จํากัด (“MCR” ซึงเป็นบริษัทย่อยของ KGEN)เช่า ซึ่งสามารถกระทําได้ตามสัญญาการเช่ารถ ระหว่างที่ MCR ใช้งานรถอยู่ พบว่ากลุ่มบริษัทผู้ให้เช่ารายนันไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาเช่าในข้อที่ เป็นสาระสําคัญของสัญญาอาทิเช่น เมื่อรถเสีย สัญญาระบุว่าผู้ให้เช่าจะต้องส่งรถหัวลาก มาให้ใช้งานทดแทน แต่ข้อเท็จจริงผู้ให้เช่ากลับไม่นํารถทดแทนมาให้เมื่อ Montri หรือ MCR แจ้งเหตุรถเสียดังกล่าว อีกทั้งรถที่เสียก็ใช้ระยะเวลาการซ่อมนานเกินควร ทําให้ไม่ สามารถนําไปวิ่งรับงานให้แก่ลูกค้าได้ ทําให้ Montri และ/หรือ MCR ได้รับความเสียหาย ในด้านการประกอบธุรกิจ ดังนั้น Montri จึงใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่ากับกลุ่มบริษัทผู้ให้ เช่ารายนั้น เนื่องจากผู้ให้เช่าเป็นฝ่ายกระทําผิดสัญญาเช่าในข้อที่เป็นสาระสําคัญและคืน รถเช่าทั้งหมดแก่ผู้ให้เช่า ด้วยเหตุและผลดังเรียนแจ้งข้างต้น จึงเป็นที่มาซึ่งข้อพิพาทใน การฟ้องร้องคดีดังกล่าว Montri ถูกผู้ให้เช่ารายเดียวกันกับคดี พ678 / 2568 ฟ้องในข้อหา ผิดสัญญาเช่า เลิกสัญญา เรียกค่าเสียหาย และเรียกทรัพย์สินคืน โดยกําหนดทุนทรัพย์ เป็นจํานวนเงิน 581.27 ล้านบาท ต่อมา Montri ได้ดําเนินกระบวนการชั้นศาลในการสู้คดี พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหายและเงินประกันตามสัญญาเป็นจํานวนเงิน 678.90 ล้านบาท

ความคืบหน้าของคดี
ศาลเลื่อนไปนัดฟังคําพิพากษาในเดิมวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เป็นวันที่ 16 มิถุนายน 2569 โดย ณ ปัจจุบัน Montri ได้ติดตามคําพิพากษาแล้วและยังไม่ทราบคําพิพากษา ศาลชั้นต้น


การดําเนินการจัดการ กับข้อพิพาท
Montri ได้ยื่นฟ้องแย้งเพื่อโต้แย้งว่าไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา และจะดําเนินการตาม ขั้นตอนของกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิของบริษัทฯ ต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด

ผลกระทบต่อการ ดําเนินธุรกิจ
ณ ปัจจุบัน ไม่มีผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจ เนื่องจากกลุ่ม KGEN ได้หยุดดําเนินธุรกิจ ทีเกียวข้องกับการใช้รถหัวลากเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า ก่อนMontri จะใช้สิทธิบอกเลิก สัญญาและคืนรถให้แก่ผู้ให้เช่า


ผลกระทบที่อาจเกิดขึน
บริษัทฯ อยู่ระหว่างติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อฐานะการเงินและผลการดําเนินงานอย่างต่อเนือง ทั้งนี้ หากมีพัฒนาการที่มีนัยสําคัญ บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลเพิมเติมตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

โดยทั้ง 2 คดีดังกล่าว( พ678 /2568 และ พ 677/2568 ) มีนิติบุคคลแห่งเดียวกันที่หนึ่ง เป็นโจทก์เดียวกันทั้ง สองคดี และถึงแม้ข้อพิพาทในคดีจะเกิดจากสัญญาเช่ารถเช่นเดียวกัน แต่คู่ความซึ่งเป็นจําเลยแต่ละคดีมิใช่บุคคลหรือ บริษัทเดียวกัน อีกทังข้อเท็จจริงและ/หรือรายละเอียดของแต่ละคดีนันก็มีความแตกต่างกัน

ดังนั้น หากมีความคืบหน้าที่สําคัญเป็นประการใด บริษัทฯ จะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและผู้ลงทุนทราบโดยทันที

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

แดนบวก By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นหุ้นใหญ่ หุ้นโรงไฟฟ้า อย่าง GULF GPSC ปรับตัวขึ้น SCC บวก ทำให้ดัชนีตลาดเช้าวันนี้..

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้