7 ต.ค. 2569 11:14:21 72
TOA : ดีล Nippon-Akzo ไม่น่ากระทบความเป็นผู้นำของ TOA ในไทย
ผลกระทบจากดีล Nippon-Akzo มีจำกัด ; คงคำแนะนำ “ซื้อ”Nippon Paint ตกลงเข้าซื้อธุรกิจสีทาอาคารของ AkzoNobel ใน 7 ตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย ด้วยมูลค่า 1.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เรามองว่าผลกระทบต่อ TOA มีจำกัด ส่วนแบ่งตลาดในไทยของ TOA ที่มากกว่า 50% สูงกว่าส่วนแบ่งตลาดของ Nippon Paint หลังการเข้าซื้อกิจการมากกว่า 3 เท่า และประเทศไทยคิดเป็น 84% ของยอดขาย TOA ใน 1H26 เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 19.00 บาท ซึ่งคิดเป็น Upside 28% จากราคาหุ้น 14.90 บาท เนื่องจาก TOA ซื้อขายที่ส่วนลดอย่างมากเมื่อเทียบกับมูลค่าดีล
Nippon Paint จ่ายในราคาสูงเพื่อขึ้นมาเป็นผู้เล่นอันดับ 2 ร่วมในไทยDulux ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์สีระดับพรีเมียมที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก เป็นสินทรัพย์หลักของดีลนี้ โดยดีลดังกล่าวยังรวมถึงแบรนด์ Maxilite และ Aquatech ของ AkzoNobel ด้วย Nippon Paint เป็นเจ้าของแบรนด์ Dulux ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อยู่แล้ว โดยจะใช้เงินกู้และเงินสดในการทำธุรกรรมนี้ คาดว่าดีลในอินโดนีเซียจะเสร็จสิ้นในช่วงปลายปี 2026 และในไทยประมาณกลางปี 2027 ราคาดีลคิดเป็นประมาณ 16 เท่าของ EV/EBITDA ปี 2026F ตามประมาณการของ Nippon Paint หรือ 21 เท่าเมื่ออิง EBITDA ปี 2025 เทียบกับ TOA ที่ซื้อขายอยู่ที่ 4.8 เท่าของ EV/EBITDA ปี 2026F แม้ว่าทั้งสองธุรกิจจะมีอัตรากำไร EBITDA ที่ 22% ในปี 2025 ก็ตาม หลังดีลเสร็จสิ้น ส่วนแบ่งตลาดในไทยของ Nippon Paint จะเพิ่มจากประมาณ 7-8% เป็นประมาณ 14-15% ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับ Beger ส่งผลให้ตลาดมีผู้นำรายใหญ่ 1 ราย และผู้ท้าชิงขนาดกลาง 2 ราย
เหตุใดตำแหน่งผู้นำของ TOA จึงยังไม่ได้รับผลกระทบประการแรก TOA สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้ แม้ Nippon Paint จะทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และผู้บริหารไม่ได้มีความกังวลต่อความเป็นผู้นำในตลาดภายในประเทศ ประการที่สอง การ Synergy ของ Nippon Paint ซึ่งตั้งเป้าไว้ที่สัดส่วนระดับเลขหลักเดียวสูงของยอดขายธุรกิจที่เข้าซื้อ อาจช่วยสนับสนุนการเพิ่มงบการตลาดได้ แต่การ Synergy ดังกล่าวจะกระจายอยู่ใน 7 ตลาด และจะเริ่มเกิดขึ้นหลังกลางปี 2027 เท่านั้น ประการที่สาม หลังจากจ่ายราคาดีลในระดับสูง Nippon Paint จำเป็นต้องสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งน่าจะสนับสนุนการแข่งขันด้านราคาที่มีเหตุผลมากกว่าการทำสงครามราคา ในตลาดต่างประเทศ การแข่งขันอาจรุนแรงขึ้น แต่ดีลนี้เป็นการรวมคู่แข่ง 2 รายที่ TOA เผชิญอยู่แล้วเข้าด้วยกัน มากกว่าจะเป็นการเพิ่มคู่แข่งรายใหม่ และเวียดนามกับตลาดอื่น ๆ คิดเป็นเพียง 6% และ 10% ของยอดขาย 1H26 ตามลำดับ
คงประมาณการ มูลค่าที่เหมาะสม และคำแนะนำ “ซื้อ” ; การฟื้นตัวใน 4Q26F ยังคงเป็นไปตามคาดเราคงประมาณการปี 2026-28F คำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TOA โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 19.00 บาท (13 เท่าของ PER ปี 2026F) เรายังคงมองว่า 3Q26F จะเป็นจุดต่ำสุดของกำไรในปีนี้ และคาดว่ากำไรจะฟื้นตัว QoQ ใน 4Q26F จากปัจจัยด้านฤดูกาล ช่วงอุปสงค์ที่สะสมไว้ และความต้องการซ่อมแซมหลังน้ำท่วม การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นมีความไม่แน่นอนมากขึ้น แต่ไม่น่าจะลดลงต่ำกว่าระดับใน 3Q26F ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเกินกว่าระยะเวลาที่ TOA มีการป้องกันต้นทุนไว้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่าคาด การแข่งขันในต่างประเทศที่รุนแรงขึ้น และเงินบาทที่อ่อนค่าลง
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง เห็น ทุนนอก ยังคงไหลออกจากตลาดเอเชีย โดยหุ้นไทย ก็มีสภาพแบบเดียวกัน คือ ต่างชาติ .....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์