Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

61

 


GOLDEN WEEK OR GOLDEN WEAK?

HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อยราว 0.04% -0.19% จาก BOND YIELD 2Yของสหรัฐฯ ที่ย่อตัวลงแรง -1.96% หลัง FED สัญญาณว่าอาจต้องใช้เวลามากขึ้นก่อนตัดสินใจนโยบายการเงินครั้งต่อไปในเดือน ต.ค. 69
• อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านสูงขึ้น ผลักดันราคาน้ำมันดิบBRENT พุ่งขึ้นแตะ 102.3 ดอลลาร์/บาร์เรล กระทบต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากขึ้น
• ขณะที่เงินเฟ้อยุโรปกลับมาเป็นความเสี่ยงสำคัญ หลังเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี2026 โดยข้อมูลเดือน ก.ย. 69 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดในหลายประเทศ อาทิฝรั่งเศส, สเปน, อิตาลี, เยอรมนี เป็นต้น และในวันนี้เวลา 16.00 น. จะมีรายงานเงินเฟ้อยุโรปคาดดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 3.7%YOY สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคายังไม่คลี่คลายและอาจทำให้ ECB ดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดนานกว่าที่ตลาดคาด

REGION RADAR
• COHERENT (COHR US) +11% และ LUMENTUM (LITE US) +7%หลังจากมีรายงานชี้ว่าสหรัฐฯ อาจบังคับใช้มาตรการข้อจำกัดกับ
โมดูลรับส่งสัญญาณแสง (OPTICAL TRANSCEIVERS) จากจีน โดยอุปกรณ์เหล่านี้ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญอย่างยิ่งใน DATA CENTERS
• เกาหลีใต้รายงานยอดส่งออกเดือน ก.ย. ทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ระดับ $1.20 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 84% YOY และเพิ่มขึ้น23% MOM โดยได้แรงหนุนหลักจากยอดส่งออกSEMICONDUCTOR โดยเฉพาะกลุ่ม MEMORY

 

THAI FOCUS
• แรงขายตราสารหนี้ในช่วงนี้ หนุน BOND YIELD 10 ปีของหลายประเทศเป็นขาขึ้น หนุน DOLLAR แข็งค่า กดดันเงินเอเชียอ่อนค่าและFUND FLOW ต่างชาติไหลออกช่วงสั้นในตลาดหุ้นภูมิภาค ซึ่งไทยถูกกดดันเพิ่มจากปัจจัยน้ำท่วม ทำให้ต่างชาติขายสุทธิราว 771 ล้านเหรียญฯ สูงกว่าหลายประเทศเพื่อนบ้าน
• หุ้นที่ได้ประโยชน์โรงพยาบาล: BH, BDMS, BCH, PR9 / ท่องเที่ยว:AOT, CENTEL/ส่งออก:TU, ITC, CPF

 

SYNAPSE STRATEGY

• 1 เดือนที่ผ่านมา YIELD 10 ปีทั่วโลกขึ้นแรง 20–150 BPS จากแรงกดดันเงินเฟ้อ/พลังงาน ความเสี่ยงการคลัง และแรงขายพันธบัตรกดดัน VALUATION หุ้นทั่วโลก โดยทุกๆ +25BPS ของ YIELD EPSต้องโตเพิ่มราว5% เพื่อรักษา P/E เดิม
• ปัจจัยนี้ทำให้ MEYG หลายประเทศปรับลงเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ทั้งฮ่องกง ฟิลิปปินส์ ยุโรป ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และไทยหลือ 3.7% จาก5.3% ต้นปีเพิ่มความเสี่ยงFOREIGN FLOW ไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง แนะนำเพิ่มเงินสดเป็น 30–40% ของพอร์ต รอจังหวะลงทุน

HORIZON MARKET VIEW
ปัจจัยกดดันเศรษฐกิจยังไม่หมดไป
วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อยราว 0.04% -0.19% จาก BOND YIELD 2Y ของสหรัฐฯ ที่ย่อตัวลงแรง-1.96% หลัง FED สัญญาณว่าอาจต้องใช้เวลามากขึ้นก่อนตัดสินใจนโยบายการเงินครั้งต่อไปในเดือน ต.ค. 69
1. JEFFERSON รองประธาน FED ระบุ การปรับเปลี่ยนนโยบายในอนาคตควรพิจารณาจากแนวโน้มข้อมูลเศรษฐกิจ ภาพคาดการณ์เศรษฐกิจ และความสมดุลของความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการประเมินมากขึ้น
2. BOWMAN รองประธาน FED กล่าวว่า FED ควรใช้เวลาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มพื้นฐานของเศรษฐกิจให้ชัดเจนมากขึ้น

 


อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (PENTAGON) อาจเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่มเติมอีก 1ลำ พร้อมกำลังพลทหารเรือและนาวิกโยธินราว 10,000 นาย ไปยังอ่าวเปอร์เซีย หาก ปธน. TRUMP ตัดสินใจยกระดับการโจมตีอิหร่านส่งผลให้ความตึงเครียดสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านสูงขึ้น ผลักดันราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง โดย BRENTแตะระดับ 102.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระทบต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากขึ้น และวงจรการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางขนาดใหญ่ยังดำเนินต่อไป

ขณะที่เงินเฟ้อแถบยุโรปกลับมาเป็นความเสี่ยงสำคัญ หลังเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2026 โดยข้อมูลเดือนก.ย. 69 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดในหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส, สเปน, อิตาลี, เยอรมนี เป็นต้น และในวันนี้เวลา16.00 น. จะมีรายงานเงินเฟ้อยุโรปคาดดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 3.7%YOY สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคายังไม่คลี่คลาย และอาจทำให้ ECB ดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดนานกว่าที่ตลาดคาด


REGION RADAR
หุ้นกลุ่ม PHOTONIC สหรัฐฯ พุ่งแรงหลังวอชิงตันมีแผนจำกัดการนำเข้าของบริษัทจีน
COHERENT (COHR US) +11% และ LUMENTUM (LITE US) +7% หลังจากมีรายงานชี้ว่าสหรัฐฯ อาจบังคับใช้มาตรการข้อจำกัดกับโมดูลรับส่งสัญญาณแสง (OPTICAL TRANSCEIVERS) จากจีน โดยอุปกรณ์เหล่านี้ทำหน้าที่รับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายไฟเบอร์ออปติก และถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญอย่างยิ่งใน DATA CENTERS หากประเด็นนี้มีการบังคับใช้จริง จะส่งผลลบโดยตรงต่อหุ้นกลุ่ม PHOTONICS จากทางจีน อาทิ DR: ZJINNO80อย่างไรก็ตาม เป็น SENTIMENT บวกต่อกลุ่ม PHOTONICS สหรัฐฯ อย่าง DR: LITE80 และ DR: COHR23

ยอดส่งออกเกาหลีใต้เดือน ก.ย. ทำสถิติสูงสุดใหม่
เกาหลีใต้รายงานยอดส่งออกเดือน ก.ย. ทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ระดับ $1.20 แสนล้าน เพิ่มขึ้น84% YOY และเพิ่มขึ้น 23% MOMโดยได้แรงหนุนหลักจากยอดส่งออก SEMICONDUCTOR โดยเฉพาะกลุ่มชิปMEMORY ที่เร่งตัวขึ้นแรง เนื่องจากทั้งราคาขายชิป DRAM และ NAND ที่ยังมีการปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับทางSAMSUNG ELECTRONICS และ SK HYNIX ที่ได้มีการเริ่มส่งออกชิป HBM มากขึ้น โดยเรามองว่าประเด็นนี้ยังเป็น SENTIMENT เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม MEMORY และเป็นการยืนยันว่า MEMORY CYCLE ยังไม่ถึงจุดพีคอย่างที่ตลาดเคยกังวลก่อนหน้านี้ แนะนำเก็งกำไร DR: MICRON01 และ DR: SNDK80

 

THAI FOCUS
BOND YIELD พุ่ง, เงินหลายสกุลอ่อนค่า ... รับมือด้วยหุ้นบาทอ่อนค่า
ภาพรวมของตลาดตราสารหนี้เห็นถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นของ BOND YIELD 10 ปี ในหลายประเทศ ซึ่งเป็นผลจากการที่ FED ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.69 และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นต่อใน 25 BPS.ในการประชุมช่วงที่เหลือของปี ทำให้DOLLAR INDEX แข็งค่า กดดันสกุลหลักในหลายประเทศ อาทิ กลุ่ม G10 ไม่ว่าจะเป็นเงินฟรังก์สวิส, ปอนด์สเตอร์ลิง, เยนญี่ปุ่น, ดอลลาร์แคนาดา, โครนเดนมาร์ก, ยูโร, โครนนอร์เวย์, โครนาสวีเดน, ดอลลาร์นิวซีแลนด์ และดอลลาร์ออสเตรเลีย ให้อ่อนค่าลงราว 1-2.5% ในช่วงหลังการประชุม FED ก.ย.69ถึงปัจจุบัน เสริมด้วยข้อมูลในอดีต ชี้ว่าดอกเบี้ย FED ที่ระดับ 4.5% ค่าเงินบาทอยู่บริเวณ 35-37 บาท/เหรียญฯ
(อ่อนค่าจากปัจจุบันอีกราว 4-10%)


ดังนั้น กระแสเงินทุนต่างชาติ (FUND FLOW) พบว่ามีการไหลออกของตลาดทุนหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เกาหลีใต้, ศรีลังกา, และเวียดนาม ล้วนเผชิญกับแรงขายอย่างหนัก ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน(WTD) ขณะที่ไทยมีปัจจัยกดดันเฉพาะตัวจากอุทกภัย ทำให้มูลค่าการขายสุทธิของต่างชาติ771 ล้านเหรียญฯ สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่มี MARKET CAP ใกล้เคียงกัน อาทิ ฟิลิปปนส์อินโดนีเซีย เวียดนามดังนั้น สภาวะที่เงินบาทอ่อนค่าเช่นนี้ ยังมีกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า อาทิ

• กลุ่มโรงพยาบาล: เช่น BH, BDMS, BCH, PR9
• กลุ่มท่องเที่ยว: เช่น AOT, CENTEL
• กลุ่มส่งออก: เช่น TU, ITC, CPF


SYNAPSE STRATEGY
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูง ส่งผลต่อ VALUATION ตลาดหุ้นอย่างไร ... แถมหุ้นเด่นวันนี้ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา BOND YIELD อายุ 10 ปีของทั่วโลกมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกๆประเทศ กว่า20 – 150 BPS. ผลจากวิกฤตพลังงาน-เงินเฟ้อ, ความเสี่ยงด้านการคลัง และการเทขายพันธบัตรทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประเมินมูลค่าของตลาดหุ้น โดยตามปกติแล้ว หาก BOND YIELD ปรับตัวขึ้นทุกๆ25 BPS. บริษัทจดทะเบียนจำเป็นต้องทำกำไรต่อหุ้น (EPS) ให้เติบโตเพิ่มขึ้น 5% เพื่อมาชดเชยผลกระทบ
ดังกล่าว จึงจะสามารถรักษาระดับอัตราส่วน P/E ของตลาดไว้ได้เท่าเดิม

 

เมื่อเปรียบเทียบข้อมูล BOND YIELD 10 ปีในระดับประเทศ พบว่า ฟิลิปปินส์ อินเดีย และอินโดนีเซีย มีผลตอบแทนสูงเกิน 7% ส่วนสหรัฐฯ เวียดนาม เกาหลีใต้ ฮ่องกงอยู่ในช่วง 4-5% ส่วนไทย มี BOND YIELD 10 ปีอยู่ที่ 2.4% และมีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบเล็กน้อยที่ -0.14% สะท้อนว่าต้นทุนทางการเงินที่แท้จริงในระบบไม่ได้ตึงตัวเกินไป ซึ่งเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กนง. จึงยังไม่มีความจำเป็นจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อนอกจากนี้ เมื่อประเมินความน่าสนใจของตลาดหุ้นผ่านส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างตลาดหุ้นและพันธบัตร(MEYG) พบว่า MEYG ปัจจุบันของไทยอยู่ที่ 3.7%(ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตย้อนหลัง 10 ปี) ซึ่งปรับตัวลดลงมา1.7% เมื่อเทียกับช่วงต้นปี 2026 ที่เคยอยู่ในระดับ 5.3% ขณะที่ประเทศอื่นๆ ก็ตกอยู่ในภาวะเดียวกัน อาทิฮ่องกง ฟิลิปปินส์ ยุโรป ไต้หวัน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ดังนั้นจึงอาจเห็น FLOW ต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้น หรือสินทรัพย์เสี่ยงในยามที่ผลตอบแทนจาก MEYG จูงใจน้อยกว่าช่วงต้นป

 

กลยุทธ์แนะนำถือเงินสดเพิ่มเป็น 30 – 40% ของพอร์ต ส่วนหุ้น TOPPICKS 3 ตัววันนี้ ได้แก่
KCE: คาดการณ์ว่ากำไรในช่วงไตรมาส 3 ถึง 4 จะมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นทั้ง QOQ และ YOY โดยได้รับอานิสงส์จากปัญหาการขาดแคลนแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) ทั่วโลก
SCC: ตลาดมีมุมมองเชิงบวกต่อการตัดสินใจไม่รวม (CONSOLIDATE) ธุรกิจโอเลฟินส์ และคาดว่าจะเกิดประโยชน์จากการทำงานร่วมกัน (SYNERGY) กับ PTTGC
CK: ได้รับผลบวกจากการเดินหน้าโครงการก่อสร้างพื้นฐานต่างๆ ของภาครัฐ และคาดการณ์ว่างบผลประกอบการในไตรมาส 3 จะเป็นจุดสูงสุด (PEAK) ของปีนี้

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

พลังเงิน By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ท่ามกลาง สถานการณ์น้ำ หลายจุด หลายพื้นที่ หลายจังหวัด ยังไม่น่าไว้วางใจ น้ำเหนือ ก็นับวัน นับคืนไหลมา ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้