Today’s NEWS FEED

News Feed

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มาเลเซียเปลี่ยนมาใช้ ASEAN Taxonomy เป็นฐาน: นัยต่อผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทานมาเลเซีย

39

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 28 กันยายน 2569 )---------• มาเลเซียกำลังปรับ Malaysia Taxonomy ให้ใช้ ASEAN Taxonomy for Sustainable Finance เป็นฐานหลักอย่างเต็มรูปแบบ โดยจะมีการทดลองใช้กับผู้เข้าร่วมบางส่วนก่อน และตั้งเป้าการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับการรายงานในปี 2028

•            สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินการตาม Thailand Taxonomy อยู่แล้วไม่น่าต้องปรับระบบใหม่ทั้งหมด เนื่องจาก Thailand Taxonomy มีโครงสร้างพื้นฐานสอดคล้องกับ ASEAN Taxonomy ค่อนข้างมาก แต่ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้โดยตรงในทุกเกณฑ์ จึงยังต้องระวังความแตกต่างของ Technical Screening Criteria การจัดประเภท Green/Transition และรายละเอียดข้อมูลระดับกิจกรรม

•            บริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของมาเลเซีย โดยเฉพาะผู้ผลิตวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่เป็นต้นน้ำ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยาง ปิโตรเคมี และสินค้าเกษตร เป็นกลุ่มที่ต้องจับตามากที่สุด เพราะเมื่อมาเลเซียใช้ ASEAN Taxonomy การพิสูจน์ว่ากิจกรรมปลายน้ำเป็น Green หรือ Transition อาจทำให้ต้องย้อนขอข้อมูล Carbon, Energy, Land Use และ Environmental Performance จากผู้ผลิตไทยมากขึ้น

•            บริษัทไทยที่เริ่มทำ Thailand Taxonomy และมีข้อมูลสิ่งแวดล้อมระดับกิจกรรมอยู่แล้ว จะมีต้นทุนการปรับตัวต่ำกว่า (Compliance Cost) และมีโอกาสเข้าถึง Green/Transition Supply Chain ได้ดีกว่าในอนาคต

•            อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การทำ ASEAN Taxonomy อีกระบบหนึ่ง แต่ควรพัฒนา Taxonomy-ready Data Architecture เนื่องจากการเริ่มมีความเชื่อมโยงกันของการใช้งานมาตรฐานไทย มาเลเซีย และภูมิภาคอาเซียน อาจกลายเป็นทั้ง แรงกดดันด้าน Compliance และ โอกาสในการสร้าง Green Supply Chain ของอาเซียน โดยบริษัทที่สามารถพิสูจน์ความสอดคล้อง (Taxonomy Alignment) ได้ก่อน อาจได้เปรียบทั้งในด้านการรักษาลูกค้า การเข้าถึง Green/Transition Finance และการเข้าไปอยู่ใน Low-carbon Supply Chain ของภูมิภาค

 

มาเลเซียเตรียมยกระดับ Taxonomy โดยใช้มาตรฐานอาเซียน

มาเลเซียกำลังปรับกรอบ Sustainable Finance Taxonomy ของประเทศให้มีความเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น โดยล่าสุด ธนาคารกลางมาเลเซีย (Bank Negara Malaysia) และหน่วยงานกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุนของประเทศมาเลเซีย (Securities Commission Malaysia) ประกาศว่าจะใช้ ASEAN Taxonomy for Sustainable Finance เป็นฐานหลักของ Malaysia Taxonomy for Sustainable Finance และตั้งเป้าการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบสำหรับการรายงานในปี 2028

ก่อนหน้านี้ มาเลเซียมีกรอบหลักอยู่ 2 ชุด ได้แก่ Climate Change and Principle-based Taxonomy (CCPT) สำหรับภาคธนาคาร และ Sustainable and Responsible Investment (SRI) Taxonomy สำหรับตลาดทุน ซึ่งช่วยให้สถาบันการเงินและนักลงทุนสามารถประเมินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามมิติด้าน Climate และ Sustainability ได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม กรอบดังกล่าวมีลักษณะค่อนข้าง อยู่ในรูปแบบเชิงหลักการ (Principle-based) และแยกการใช้งานระหว่างภาคธนาคารกับตลาดทุน

การใช้ ASEAN Taxonomy ของมาเลเซีย จะช่วยให้มาเลเซียมีเกณฑ์การจัดประเภท Green และ Transition ที่มีความเป็นมาตรฐาน และเพิ่มความสามารถในการเปรียบเทียบข้อมูล (Comparability) ระหว่างบริษัทและสถาบันการเงินในภูมิภาคได้ นอกจากนี้ ยังช่วยลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติตาม Taxonomy หลายชุดสำหรับธุรกิจที่ดำเนินงานข้ามประเทศ

 

Thailand Taxonomy อาจเทียบเคียงได้บางส่วนแต่ไม่ทั้งหมด

ประเทศไทยมี Thailand Taxonomy เพื่อใช้เป็นเครื่องมืออ้างอิงการจำแนกกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ ASEAN Taxonomy ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็น Common Language ในระดับภูมิภาคเพื่อให้แต่ละประเทศซึ่งอาจมี National Taxonomy ที่มีระดับการพัฒนาแตกต่างกัน สามารถนำมาใช้เทียบเคียงกันได้

แม้ Thailand Taxonomy ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับมาตรฐานภูมิภาคและนานาชาติ การเปรียบเทียบว่ากิจกรรมเศรษฐกิจของไทยผ่าน ASEAN Taxonomy หรือไม่ อาจมีความจำเป็นต้องทำการทำแผนที่ข้อมูล (Mapping) กิจกรรมเพื่อการรายงานที่สอดคล้องตามมาตรฐานที่ใช้รายงาน

 

Thai Suppliers อาจถูกดึงเข้าสู่ ASEAN Taxonomy โดยทางอ้อม

บริษัทไทยที่ดำเนินการตาม Thailand Taxonomy อยู่แล้วไม่น่าต้องปรับระบบใหม่ทั้งหมด เนื่องจาก Thailand และ ASEAN Taxonomy มีโครงสร้างและหลักเกณฑ์พื้นฐานที่สอดคล้องกัน อย่างไรก็ดี บริษัทที่อยู่ใน Supply Chain ของมาเลเซียยังต้องระวังความแตกต่างของ Technical Screening Criteria การจัดประเภท Green/Transition และรายละเอียดข้อมูลระดับกิจกรรม โดยเฉพาะเมื่อคู่ค้าหรือสถาบันการเงินมาเลเซียเริ่มใช้ ASEAN Taxonomy เพื่อการรายงานเต็มรูปแบบในปี 2028

อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมที่ ไทยเป็นต้นทางหรือเป็น supplier สำคัญให้ supply chain มาเลเซีย จะต้องปรับตัวมากที่สุด เช่น ยางธรรมชาติและผลิตภัณฑ์จากยาง, ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ขั้นต้น, เกษตรและอาหารแปรรูป, ชิ้นส่วนยานยนต์และชื้นส่วนโลหะ เป็นต้น โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเดิมที่อาจเพียงตอบ ESG questionnaire ในเชิงนโยบายจาก ต่อไปอาจถูกขอข้อมูลในระดับโรงงานหรือกิจกรรม เช่น Carbon Intensity, การใช้พลังงานหมุนเวียน, น้ำ, ขยะ หรือข้อมูลการไม่สร้างผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ (DNSH) เพื่อให้บริษัทมาเลเซียนำไปใช้ประกอบการรายงานหรือขอ Green Financing

 

สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรเตรียม

สำหรับบริษัทไทยที่ดำเนินการตาม Thailand Taxonomy อยู่แล้ว จะไม่มีภาระเพิ่มมากนัก สิ่งที่เปลี่ยนคือ รูปแบบและคุณภาพของข้อมูลที่รายงาน ในทางกลับกัน บริษัทที่ยังไม่มีข้อมูล Carbon, Energy และ Environmental Performance ในระดับกิจกรรม โดยเฉพาะ SME และผู้ผลิตต้นน้ำใน Supply Chain มาเลเซีย อาจมีต้นทุนการปรับตัวสูงกว่า

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การทำ ASEAN Taxonomy อีกระบบหนึ่ง แต่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอาจช่วยพัฒนา Taxonomy-ready Data Architecture เนื่องจากการเริ่มมีความเชื่อมโยงกันของการใช้งานมาตรฐานไทย มาเลเซีย และภูมิภาคอาเซียน อาจกลายเป็นทั้ง แรงกดดันด้าน Compliance และ โอกาสในการสร้าง Green Supply Chain ของอาเซียน โดยบริษัทที่สามารถพิสูจน์ Taxonomy Alignment ได้ก่อน อาจได้เปรียบทั้งในด้านการรักษาลูกค้า การเข้าถึง Green/Transition Finance และการเข้าไปอยู่ใน Regional Low-carbon Supply Chain

 

สุดท้าย ข้อมูลประเภท Environmental Performance ในระดับกิจกรรม จะสำคัญที่สุด

การที่มาเลเซียเลือก ASEAN Taxonomy เป็นฐาน สะท้อนทิศทางของ Sustainable Finance ที่กำลังเปลี่ยนจากการสร้าง Taxonomy แยกกันในแต่ละประเทศ ไปสู่การเพิ่มความสามารถในการใช้ข้อมูลร่วมกัน (Interoperability) ระหว่าง Taxonomy มากขึ้น โดย ASEAN Taxonomy ทำหน้าที่เป็น Common Language ในระดับภูมิภาค เช่นเดียวกับแนวคิด Common Ground Taxonomy ที่แสดงให้เห็นทิศทางในระดับโลกในการหาจุดร่วมระหว่าง Taxonomy ของตลาดสำคัญ เช่น EU และจีน เป็นต้น

สำหรับผู้ประกอบการไทย นัยสำคัญจึงไม่ใช่การต้องปฏิบัติตาม Taxonomy ใหม่หลายชุด แต่เป็นความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลผลการดำเนินงานหรือสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Performance) ในระดับกิจกรรมให้สามารถนำไป Map กับ Taxonomy ต่าง ๆ ได้

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้