Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : MAJOR คงคำแนะนำ "Buy" เป้าหมาย 8.6 บาท

42

 

MAJOR ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน 9.97%
MAJOR ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน วงเงินไม่เกิน 550 ล้านบาท จำนวนไม่เกิน 68 ล้านหุ้น หรือ 9.97% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด โดยจะซื้อผ่านตลาดหลักทรัพย์ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 26–31 มี.ค. 27 เรามองว่าการซื้อหุ้นคืน หากบริษัทลดจำนวนหุ้นหลังจบโครงการจะช่วยเพิ่ม ROE และ EPS รวมถึงทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลต่อหุ้นสูงขึ้น เนื่องจากหุ้นที่ซื้อคืนไม่มีสิทธิรับเงินปันผล และช่วยลดจำนวนหุ้นหมุนเวียนในตลาด (จำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อย free float ณ 9/3/26 = 42.65%) แต่หากบริษัทจำหน่ายหุ้นคืนในตลาดฯ ที่ราคาสูงกว่าราคารับซื้อจะมีผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น ทั้งนี้บริษัทได้เปิดเผยว่าจะขึ้นกับความเหมาะสมในขณะนั้น
โดยก่อนหน้านี้ 4/9/26 บริษัทเพิ่งลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว โดยตัดหุ้นซื้อคืนเดิม 75.67 ล้านหุ้น ทำให้จำนวนหุ้นลดจาก 757.92 ล้านหุ้น เหลือ 682.25 ล้านหุ้น มีผลวันที่ 11 ก.ย. 26 ดังนั้น ในเชิงโครงสร้าง การประกาศซื้อหุ้นคืนรอบใหม่ หากบริษัทลดจำนวนหุ้นจะทำให้ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลลงเพิ่มเติม หากบริษัทซื้อคืนได้ครบ 68 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ EPS และเงินปันผลต่อหุ้นในอนาคต แม้แลกกับการใช้เงินสดของบริษัทสูงสุด 550 ล้านบาท


แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังกลับมาฟื้นตัวมากกว่าครึ่งปีแรก
แนวโน้มผลประกอบการ 3Q26 กลับมาเติบโต จากเริ่มเห็นหนังทำเงินหลายเรื่องที่เกิน 100 ล้านบาท ได้แก่ Spider Man4 483 ล้านบาท, The Odyssey 260 ล้านบาท และเรื่อง คำสารภาพของหมอผี 258 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้ตั๋วหนังที่ยังไม่จบ 3Q26F มากกว่าปีที่แล้วราว 10% YoY เราคาดครึ่งปีหลังฟื้นตัวมากกว่าครึ่งปีแรก จากการเข้าสู่ High Season ที่มีหนังฮอลลีวู้ดฟอร์มใหญ่และหนังไทยภาคต่อเข้าฉายหลายเรื่อง

คงคำแนะนำ "Buy" เป้าหมาย 8.6 บาท, Valuation สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว
เราคงคำแนะนำ "Buy" ราคาเป้าหมาย 8.6 บาท อิง Historical PE Forward 3 ปี ที่ -1SD หรือ 12x บน EPS26F ที่ 0.72 บาท ซึ่งเป็นระดับอนุรักษ์นิยมที่สะท้อนความไม่แน่นอนของคอนเทนต์ไปแล้ว ที่ราคาปัจจุบัน MAJOR ซื้อขายที่ PER26F เพียง 9.6x พร้อม Dividend Yield'26F ที่ 3.1% โดยราคาเป้าหมายยังไม่รวมการลดทุนจดทะเบียนวันที่ 4/9/26 หลังซื้อหุ้นคืน 10% ซึ่งจะเป็น Upside เพิ่มเติมต่อ EPS และเงินปันผล ความเสี่ยง: คุณภาพและจำนวนคอนเทนต์ครึ่งปีหลัง แต่ด้วยฐานะการเงินแข็งแกร่ง และ Valuation ที่ยัง Discount เรามอง Downside ค่อนข้างจำกัด

ประวัติการซื้อหุ้นคืนของ MAJOR โดยใน 3 โครงการล่าสุด
บริษัทสามารถซื้อหุ้นคืนได้ในสัดส่วนสูง 91–100% ของจำนวนที่ประกาศ และมีการนำหุ้นซื้อคืนไปลดทุนในเวลาต่อมา โดยโครงการล่าสุดที่สิ้นสุดวันที่ 11 พ.ย. 2025 บริษัทซื้อคืนครบ 75.7 ล้านหุ้น มูลค่า 544 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 7.19 บาทต่อหุ้น และลดทุนในวันที่ 4 ก.ย. 2026 ทำให้จำนวนหุ้นลดลงเหลือ 682 ล้านหุ้น จากเดิม 758 ล้านหุ้น

ขณะที่โครงการใหม่ที่ประกาศวันที่ 22 ก.ย. 2026 บริษัทมีแผนซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติมไม่เกิน 68 ล้านหุ้น ภายใต้วงเงิน 550 ล้านบาท หากซื้อคืนได้ครบจำนวนดังกล่าว และหากบริษัทดำเนินการลดทุนจะทำให้จำนวนหุ้นลดลงเหลือประมาณ 614 ล้านหุ้น ซึ่งจะช่วยลดจำนวนหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล และมีแนวโน้มช่วยเพิ่ม EPS และเงินปันผลต่อหุ้นในอนาคต แต่หากบริษัทจำหน่ายหุ้นคืนในตลาดฯ ที่ราคาสูงกว่าราคารับซื้อจะมีผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น ทั้งนี้บริษัทได้เปิดเผยว่าจะขึ้นกับความเหมาะสมในขณะนั้น

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้