FED จะขึ้นดอกเบี้ยทั้ง 2 รอบที่เหลือของปี เลยหรอ?
HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงราว -0.7% ถึง 1.1% หลังกลับมาเผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงเงินเฟ้อทั้ง 2 ส่วน ได้แก่ COST PUSH INFLATION: ราคาน้ำมันพุ่งBRENT ทะลุ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลด้านอุปทาน หลังสหรัฐฯพิจารณาแนวทางจำกัดการส่งออกดีเซลผ่านความร่วมมือกับโรงกลั่นน้ำมัน ขณะที่ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่ชัดเจน และ DEMAND PULLINFLTION: สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่ง สะท้อนจากดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ เดือน ก.ย. ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี
• ส่งผลให้ตลาดเริ่มให้น้ำหนักว่า FED อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่อง (HIGHER FOR LONGER) สะท้อนจาก BOND YIELD สหรัฐฯ พุ่ง
REGION RADAR
• จับตา TRUMP พบ XI หากต่ออายุพักรบการค้า หนุนหุ้นจีนอย่างBABA80, JD80, TENCENT80, หากผ่อนข้อจำกัดชิป/AI หนุนNVDA80, AMD80, ASML01, หากผ่อน RARE EARTH หนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ ขณะที่ตลาดรับความหวังไปบางส่วนแล้ว หากไม่คืบหน้าต้องระวัง SELL ON FACT
• หุ้นเด่นวันนี้ META80 ได้แรงหนุนจากการสร้างรายได้จาก AI ผ่านMUSE ขณะที่ PANW80 เด่นจากธีมความปลอดภัยไซเบอร์ และงบ
ลงทุน CYBERSECURITY ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
THAI FOCUS
• วันที่ 25 ก.ย. 69 กระทรวงพาณิชย์มีรายงานตัวเลขส่งออกไทยเดือนส.ค. 69 โดย CONSENSUS คาด +24.8%YOY สูงกว่าเดือนก่อนที่+21.6%YOY ซึ่งถือเป็นระดับเติบโตที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับทิศทางการฟื้นตัวของการค้าโลก
• วันที่ 28 ก.ย. 69 รอจับตาคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง หากผลออกมาไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองไทย จะทำให้การเดินหน้านโยบายต่างๆ ไม่สะดุด คาดช่วยเพิ่มระดับความมี่น และลดแรงกดดันเม็ดเงินไหลออกได้
SYNAPSE STRATEGY
• ตลาดหุ้นโลกเผชิญความผันผวนมากขึ้น หลังนักลงทุนกังวลประเด็น RECESSIONเงินเฟ้อมากขึ้น สะท้อนจาก BOND YIELD 10 ปี สูงสุดรอบ 19 ปี และ2 ปี เร่งตัวสูงสุดรอบ 2 ปี จนเกิดรูปแบบ BEAR FLATTENING ที่สำคัญ ตลาดคาด FED อาจขึ้นอกเบี้ยทุกรอบที่เหลือในปีนี้
• กลับมาที่ตลาดไทย FUND FLOW ยังไหลออกมา 2 วัน 4.1 พันล้านบาท กดดัน SET มี UPSIDE จำกัด แนวต้านสำคัญที่ 1610, 1630 จุดแนะหุ้น DOMESTIC CPN, THAI, CENTEL, BDMS, MAJORADVANC, CK
HORIZON MARKET VIEW
แรงกดดันเงินเฟ้อกลับมาอีกแล้ว
วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงราว -0.7% ถึง 1.1% หลังกลับมาเผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงเงินเฟ้อทั้ง 2 ส่วน
1. COST PUSH INFLATION: ราคาน้ำมันพุ่ง BRENT ทะลุ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลด้านอุปทาน หลังสหรัฐฯ พิจารณาแนวทางจำกัดการส่งออกดีเซลผ่านความร่วมมือกับโรงกลั่นน้ำมันขณะที่ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่ชัดเจน ทำให้ตลาดกังวลต่อภาวะSUPPLY SHORTAGE
2. DEMAND PULL INFLTION: สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่ง สะท้อนจากดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ เดือน ก.ย. ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ป
ส่งผลให้ตลาดเริ่มให้น้ำหนักว่า FED อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่อง (HIGHER FORLONGER) ขณะที่ FEDWATCH TOOL มองว่า FED อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ สูงกว่าที่ DOT PLOTส่งสัญญาณไว้ที่ 1 ครั้ง
ในอีกแง่มุมหนึ่ง BOND YIELD 5Y ของสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 5% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 นอกจากนี้การที่ BONDYIELD ระยะสั้นเร่งตัวขึ้นมากกว่าระยะยาว ทำให้ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในการเกิด INVERTED YIELD CURVE(ผลต่าง BOND YIELD 10Y –2Y ติดลบ) ซึ่งในอดีตมักเป็นสัญญาณเตือนความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย
REGION RADAR
TRUMP–XI SUMMIT: 3 SCENARIO หนุนหุ้นต่างกัน
ตลาดจับตาการพบกันระหว่าง DONALD TRUMP และ XI JINPING วันนี้ ท่ามกลางความคาดหวังว่าสหรัฐ–จีนอาจต่ออายุ TRADE TRUCE ที่จะหมดอายุวันที่ 10 พ.ย. 2026 พร้อมหารือประเด็นสำคัญทั้ง TARIFF, AI/CHIPRESTRICTIONS และ RARE EARTH ซึ่งแต่ละผลลัพธ์จะหนุนหุ้นคนละกลุ่ม ขณะที่ตลาดรับความหวังเชิงบวกไปบางส่วนแล้ว ทำให้หากการเจรจาไม่คืบหน้ามากกว่าที่คาด อาจเกิดแรง SELL ON FACT ได้
▪ พักรบทางการค้า หนุน CHINA TECH / CONSUMPTION : BABA80, JD80, TENCENT80,BIDU80, HKTECH13 แต่ EV จีนยังได้ประโยชน์จำกัด เพราะสหรัฐยังมีแรงต่อต้านการเปิดตลาดให้ผู้ผลิตจีน
▪ ผ่อน CHIP / AI RESTRICTIONS หนุน SEMICONDUCTOR : NVDA80, AMD80, QCOM23,TSEMI23, ASML01เพราะช่วยลด GEOPOLITICAL DISCOUNT และเพิ่มโอกาสด้านยอดขายและSUPPLY CHAIN
▪ ผ่อน RARE EARTH RESTRICTIONS หนุน INDUSTRIAL / AUTO / TECH SUPPLY CHAIN แต่ลบ MP23 หากจีนผ่อนการส่งออก RARE EARTH จะช่วยลดความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ แต่กดดันผู้ผลิตRARE EARTH ในสหรัฐ เช่นกัน
สำหรับหุ้นแนะนำเพิ่มเติม มอง META80 เด่นจากธีม AI MONETIZATION หลัง MUSE เริ่มถูกมองเป็นREVENUE ENGINE ใหม่ ขณะที่ PANW80 ได้แรงหนุนจากธีม AI SECURITY / CYBERSECURITYSPENDING ซึ่งยังเป็นโครงสร้างเติบโตและพึ่งพาผลการเจรจา TRUMP–XI น้อยกว่ากลุ่ม SEMICONDUCTOR
THAI FOCUS
ลุ้นปัจจัยบวกหนุนตลาดหุ้นไทย
วันที่ 25 ก.ย. 69 กระทรวงพาณิชย์มีรายงานตัวเลขส่งออกไทยเดือน ส.ค. 69 โดย CONSENSUS คาด+24.8%YOY สูงกว่าเดือนก่อนที่ +21.6%YOY ซึ่งถือเป็นระดับเติบโตที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับทิศทางการฟื้นตัวของการค้าโลก
อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องติดตาม คือ คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 28 ก.ย. 69โดยคาดเกิดขึ้นได้ 3 ฉากทัศน์ดังนี้
กรณีไม่ขัดรัฐธรรมนูญ (BEST CASE): การเลือกตั้ง 8 ก.พ.สามารถเดินหน้าต่อไปได้ รัฐบาลมีเสถียรภาพสามารถเดินหน้าเบิกจ่ายงบประมาณและพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อได้
กรณีพบปัญหา แต่ผลกระทบจำกัด (NEUTRAL CASE): กกต. อาจถูกกดดันและต้องไปปรับปรุงกระบวนการทำงาน แต่โดยภาพรวมรัฐบาลยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ตลาดหุ้นอาจแกว่งตัวออกข้าง (SIDEWAYS)กรณีเลวร้าย กระทบความชอบธรรมของการเลือกตั้ง (WORST CASE): การเลือกตั้งที่ผ่านมาอาจโฆฆะและนำไปสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใหม่ หรือเกิดสุญญากาศทางการเมือง ตลาดหุ้นอาจถูกกดดัน จากความกังวลเรื่องงบประมาณที่สะดุดและไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ซึ่งหากย้อนดูข้อมูลสถิติผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่มีวิกฤตหรือประเด็นร้อนทางการเมือง (เช่น การยุบพรรค, การถอดถอนนายกฯ, การเลือกตั้งเป็นโมฆะ) ตั้งแต่ปี 2006 ถึง 2022 พบรูปแบบที่น่าสนใจ คือ
• ช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ (BEFORE): ตลาดหุ้นมักจะปรับตัวลดลงจากความกังวลและความไม่แน่นอนโดยสถิติเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วันก่อนรู้ผล ตลาดจะติดลบราว-3.66%
• ช่วงหลังเหตุการณ์ (AFTER): เมื่อศาลมีคำตัดสินหรือความไม่แน่นอนจบลง (ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นบวกหรือลบทางการเมือง) ตลาดมักจะเริ่มฟื้นตัว โดยสถิติเฉลี่ย 30 วันหลังเหตุการณ์ ตลาดหุ้นไทยมักจะกลับมาเป็นบวกได้ราว +0.92% (BUY ON FACT)
SYNAPSE STRATEGY
รับมือดอกเบี้ยมา กดดันตลาดย่อ
ตลาดหุ้นโลกเผชิญความผันผวนมากขึ้น หลังนักลงทุนกังวลประเด็นเงินเฟ้อมากขึ้น สะท้อนจาก BOND YIELD10 ปี สูงสุดรอบ 19 ปี และ 2 ปี เร่งตัวสูงสุดรอบ 2 ปี จนเกิดรูปแบบ BEAR FLATTENING ที่สำคัญ ตลาดคาดFED อาจขึ้นอกเบี้ยทุกรอบที่เหลือในปีนี้
กลับมาที่ตลาดไทย FUND FLOW ยังไหลออกมา 2 วัน 4.1 พันล้านบาท กดดัน SET มี UPSIDE จำกัด แนวต้านสำคัญที่ 1610, 1630 จุด แนะหุ้น DOMESTIC CPN, THAI, CENTEL, BDMS, MAJOR ADVANC, CK
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์