Today’s NEWS FEED

News Feed

InnovestX "คาดวันนี้ SET พักตัว จับตาซัมมิตทรัมป์-สี"

39

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (24 กันยายน 2569 ) ---- InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 คาด SET แกว่งพักตัว หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นจากท่าทีที่แข็งกร้าวของอิหร่านและสหรัฐฯ รวมทั้ง Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางความกังวล Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดจับตาการประชุมระหว่าง ปธน.ทรัมป์และ ปธน.สีในวันนี้ หลังจากรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่าทั้ง 2 ฝ่ายตกลงขยายเวลาสงบศึกการค้าถึง 10 ม.ค. ปีหน้า นอกจากนี้ประเด็นในประเทศวันนี้ติดตามตัวเลขส่งออก-นำเข้า ส.ค. ของไทย ทางเทคนิคดัชนีฟื้นขึ้นแต่อาจมีย่อตัวสลับ หากยังยืนเหนือ 1600 จุดได้ มองยังเป็นแนวโน้มที่ดีอยู่


ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 3.9% แตะ $103.08/bbl หลังปธน. อิหร่านกล่าวว่าอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ ขณะที่ ปธน. ทรัมป์ ขู่จะถล่มอิหร่าน หากไม่สามารถหาข้อตกลงได้ ทำให้บรรยากาศการลงทุนกลับมาตึงเครียดและดันให้ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปีกลับไปยืนเหนือระดับ 5% อีกครั้ง ระยะสั้นกดดันสินทรัพย์เสี่ยง มองลบต่อกลุ่ม Anti-Oil แต่บวกต่อกลุ่มประกัน (BLA TLI) และกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC IRPC)
• กบน. มีมติลดเงินชดเชยดีเซลลง ส่งผลให้ราคาขายปลีกดีเซลปรับขึ้น 0.75 บาท/ลิตร โดย B7 ขึ้นเป็น 41.44 บาท/ลิตร และ B20 เป็น 36.44 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่ 24 ก.ย. เป็นต้น เพื่อประคองฐานะกองทุนน้ำมันฯ หลังราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น ประเมินกดดันต่อค่าครองชีพและปริมาณการบริโภคน้ำมันในระยะต่อไป ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (OR PTG) และกลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR)
• Fitch ประกาศปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิต 5 ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำในไทย EXIM, KTB, TTB, SCBT และ UOBT สู่ระดับ "มีเสถียรภาพ" จากเดิม “เป็นลบ” สอดคล้องกับการอัปเกรดเครดิตประเทศก่อนหน้า สะท้อนมุมมองบวกต่อเสถียรภาพทางการเงินและทิศทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น มองบวกต่อกลุ่มธนาคาร (KTB TTB BBL KBANK)
• ม. หอการค้าไทยหนุนรัฐเร่งปิด 3 ดีลการค้าใหญ่กับสหรัฐฯ, EU และ UAE เพื่อยกระดับการส่งออกและเปิดทางรับ FDI และการลงทุนเทคฯ ขั้นสูง คาดจะสนับสนุน GDP ไทยเติบโตเพิ่มอีกราว 2% ภายใน 3 ปี เมื่อผสานกับล่าสุดทิศทางเงินบาทอ่อนค่าลง ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มส่งออก (DELTA HANA KCE TU ITC) และนิคม (WHA AMATA)
• ครม. หารือกับผู้บริหารระดับสูง (BofA, Microsoft, PIMCO) ที่นิวยอร์ก ชูนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล Data Center และพลังงานสะอาด หวังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนก้อนใหญ่เข้าประเทศ ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA) และพลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM WHAUP GUNKUL)


กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนและมีความเสี่ยงทางลง (Downside Risk) หลังดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุดได้ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันจากปัจจัยมหภาค ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนและส่งสัญญาณ Hawkish ผ่าน Dot Plot ที่บ่งชี้ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูง, แรงกดดันด้านอุปทานและเงินเฟ้อ หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$100/bbl กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip”

 

แนวรับ – แนวต้าน : 1600/1595 – 1615/1620

 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET ผันผวนและมีความเสี่ยงทางลง หลังดัชนีหลุดแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุด อีกทั้งบรรยากาศลงทุนยังถูกกดดันจากปัจจัยมหภาค ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนและส่งสัญญาณ Hawkish อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้, แรงกดดันด้านอุปทานและเงินเฟ้อ หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1. Rate Hike & Weak Baht Play ที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างจากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งสร้างความได้เปรียบด้าน Reinvestment Yield โดยกระแสเงินสดและตราสารที่ครบกำหนดอายุสามารถนำไปลงทุนใหม่ในอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้อย่างกลุ่มธนาคาร (BBL KTB) และกลุ่มประกันชีวิต (TLI) รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าอย่างกลุ่มส่งออก (TU)
2. Domestic Play ที่อิงรายได้ในประเทศเป็นหลัก มีอำนาจต่อรองราคาสูง และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้มีความทนทานต่อปัจจัยเสี่ยงภายนอกได้ดี ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC) และกลุ่มการแพทย์ (BCH PR9)
3. High Dividend Play ซึ่งคาดให้ Div. Yield สม่ำเสมอสูงเกินปีละ 5% เพื่อสร้างกระแสเงินสดและเป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความผันผวนของตลาด ได้แก่ BBL KTB FTREIT LHSC


Daily Top Picks
GUNKUL: ปัจจัยสนับสนุนจากโอกาสการเติบโตผ่านนโยบายภาครัฐ มาตรการสนับสนุนโซลาร์รูฟท็อป และความต้องการกำลังการผลิตพลังงานสะอาด ทำให้ได้ประโยชน์ในฐานะผู้จำหน่าย, ผู้ติดตั้ง และผู้เข้าร่วมประมูล ประเมินกำไรสุทธิปี 2026F จะเติบโต 31% และเติบโตต่อเนื่องที่ 12% ในปี 2027F เป้าหมายระยะสั้นที่ 5.45 บาท

PR9: มองว่าจะได้รับผลกระทบจำกัดจากปัจจัยภายนอกที่ตึงเครียดขึ้น ขณะที่ผลประกอบการใน 2H26 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งจากจำนวนผู้ป่วยในประเทศที่ฟื้นตัวและผู้ป่วยต่างประเทศที่ทยอยกลับมารับบริการ, รายได้จากบริการการแพทย์ซับซ้อนสูงขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เป้าหมายระยะสั้นที่ 19.90 บาท

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้