.JPG)
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 15 กันยายน 2569 )-------ตลาดหลักทรัพย์ฯ CMDF NIA และพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน เปิดตัว 2 กลไกหลัก ในระบบนิเวศนวัตกรรม เชื่อมครบวงจร ตั้งแต่ห้องแล็บถึงตลาดทุน ได้แก่ จัดตั้ง PE Trust มูลค่าเริ่มต้น 1,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจ New Economy สนับสนุนการเติบโตสู่ตลาดทุน จัดตั้ง University Holding Consortium โดยสถาบันอุดมศึกษา 15 แห่ง และหน่วยงานพันธมิตร เพื่อ แปลงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่การสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ประกาศจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust: PE Trust) มูลค่าเริ่มต้น 1,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจ New Economy และในโอกาสนี้ สถาบันอุดมศึกษา 15 แห่ง พร้อมบริษัทโฮลดิ้งของแต่ละสถาบัน และพันธมิตร ร่วมเปิดตัว University Holding Consortium เชื่อมศักยภาพและทรัพยากรของมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันผลักดันธุรกิจ Deep-Tech จากงานวิจัยสู่การเติบโตเชิงพาณิชย์และการลงทุนในระดับที่ใหญ่ขึ้น โดยงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "Thailand New Economy: From Knowledge to National Growth" ในวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ ตลาดหลักทรัพย์ฯ
ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ประเทศไทยมีฐานองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีเชิงลึก หรือ Deep-Tech ซึ่งมีโอกาสต่อยอดไปสู่การจัดตั้งบริษัท Spin-off และธุรกิจ New Economy ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้ อย่างไรก็ตาม การผลักดันธุรกิจเหล่านี้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องอาศัยกลไกที่เชื่อมตั้งแต่การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การจัดตั้งธุรกิจ การพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อขยายการเติบโต ตลอดจนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และตลาดทุน การจัดตั้ง PE Trust และ University Holding Consortium จึงเป็นสองกลไกสำคัญที่ช่วยเติมเต็มระบบนิเวศดังกล่าว โดย University Holding Consortium จะช่วยเชื่อมศักยภาพของมหาวิทยาลัย และร่วมกันพัฒนาธุรกิจจากงานวิจัยที่มีศักยภาพ ขณะที่ PE Trust เติมกลไกเงินทุนเพื่อสนับสนุนธุรกิจให้สามารถขยายการเติบโตได้ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้งานวิจัยและนวัตกรรมไทยสามารถพัฒนาไปสู่ธุรกิจที่เติบโต แข่งขันได้ และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในบริบทที่โครงสร้างเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน New Economy ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่คือทิศทางที่ประเทศไทยต้องเดินหน้าอย่างจริงจัง PE Trust จะทำหน้าที่เติมเต็มช่องว่างด้านเงินทุนสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรมให้สามารถเติบโตจากระยะเริ่มต้นไปสู่การเป็นกิจการที่พร้อมเข้าสู่ตลาดทุนได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ขณะที่ University Holding Consortium จะช่วยปลดล็อกองค์ความรู้จากห้องแล็บสู่การสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นการสร้างระบบนิเวศที่จะเอื้อต่อการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ประเทศไทยต้องการอย่างแท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น กลไกนี้จะเชื่อมโยงกับการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับเกณฑ์เปิดกว้างให้บริษัท New Economy ที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงเป็นการเชื่อมต่อเส้นทางการเติบโตของธุรกิจที่ครบวงจร ตั้งแต่การบ่มเพาะในมหาวิทยาลัย การจัดตั้งบริษัท การเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่าน PE Trust ไปจนถึงการเข้าจดทะเบียนในตลาดทุนได้ตามความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ทั้งนี้ PE Trust มุ่งลงทุนในธุรกิจ New Economy อาทิ เทคโนโลยีเชิงลึก ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีทางการแพทย์และสุขภาพ และเทคโนโลยีการเกษตรและอาหารแห่งอนาคต โดยเปิดโอกาสให้ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมลงทุน นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เสนอแก้ไขกฎหมายโครงสร้างหุ้นสองระดับ (Dual-Class Shares) ต่อกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจ Startup และ New Economy ยังคงสามารถกำหนดทิศทางการดำเนินงานได้แม้จะเข้ามาระดมทุน ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจเข้าสู่ตลาดทุนได้ง่ายขึ้น
นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) กล่าวว่า ผู้ประกอบการ New Economy ไทยจำนวนมากมีศักยภาพในการเติบโต แต่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุนในช่วงที่ธุรกิจกำลังขยายตัว PE Trust จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นกลไกเติมเต็มช่องว่างด้านเงินทุน โดยมุ่งช่วยยกระดับหรือ Value Up กิจการ ทั้งด้านกลยุทธ์ การบริหารจัดการ ธรรมาภิบาล และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดทุน โดย CMDF เข้ามามีส่วนในการสนับสนุนเพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้ภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนมากขึ้น รวมถึงเพิ่มโอกาสให้บริษัท New Economy ไทยสามารถเติบโตและก้าวเข้าสู่ตลาดทุนได้ในระยะยาว ทั้งนี้ จะเปิดรับสมัคร Trust Manager ในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้ และดำเนินการหาผู้ร่วมลงทุนไปพร้อมกัน
ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมไทย หลังการเพิ่มบทบาทจากผู้ให้ทุนสนับสนุนสู่การเป็นผู้ร่วมลงทุนผ่านกลไก "NIA Venture" เพื่อเชื่อมรอยต่อระหว่างการรับทุนระยะเริ่มต้นกับการเข้าถึงเงินทุนขยายธุรกิจ โดยกลไกดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและภาคเอกชน ผ่านกรอบการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวง อว. ทั้งรูปแบบ PE Trust และ University Holding Consortium ทั้งนี้ NIA คาดหวังว่าความร่วมมือนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดทุนและเวทีสากล ตลอดจนสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศในระยะยาว
ติดตามรายละเอียดของ PE Trust และการรับสมัคร Trust Manager ได้ที่เว็บไซต์ www.set.or.th และ www.cmdf.or.th สอบถามเพิ่มเติมโทร SET Contact Center 0 2009 9999