สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 15 กันยายน 2569 )-------เลิกงานหัวค่ำ บางคนโหนรถไฟฟ้ากลับบ้าน บางคนต้องอดทนกับรถติด พลังงานสมองถูกใช้ไปกับการทำงานทั้งวัน สภาพร่างกายก็หมดแรงจนแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว ...
พอเปิดประตูเข้าห้อง สิ่งแรกที่อยากทำที่สุดคือ การทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาแล้วถอนหายใจยาวๆ แต่มือเจ้ากรรม! ดันหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูแอปฯ พอร์ตลงทุน ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ตัวเลขสีแดงแปร๊ด และกราฟที่ดิ่งลงจนใจเสีย ความรู้สึกกังวลเริ่มวิ่งเข้ามากระแทกในหัวทันที “เอายังไงดี? จะตัดใจขายทิ้งตรงนี้เลยไหม หรือจะทนถือต่อดี? แล้วพรุ่งนี้มันนจะดิ่งลงไปอีกไหมเนี้ย?” จากวันที่เหนื่อยงานอยู่แล้ว กลายเป็นว่าต้องมานั่งเครียดกับตัวเลขในพอร์ตจนนอนข่มตาไม่หลับไปอีกคืน
เชื่อว่าวัยทำงานหลายคนกำลังเจอภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ ความผันผวนรายวันมันสูบพลังชีวิตไปมากกว่าที่คิด จนในที่สุดหลายคนตัดบทด้วยการถอนเงินทั้งหมดกลับมาทิ้งไว้ในบัญชีออมทรัพย์ เพราะคิดว่า “ช่างมันเถอะ เงินไม่โตก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเงินก็ไม่หาย ได้นอนหลับสบายใจก็พอ”
แต่รู้ไหมว่า การเลือกทางนี้อาจไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด การปล่อยเงินให้นอนแช่นิ่งๆ ในบัญชีออมทรัพย์ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่วิ่งแซงหน้าไปไกล ก๋วยเตี๋ยวชามละ 40 บาทในวันนั้นกลายเป็น 60 - 70 บาทในวันนี้ มันไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้เงินออมของเราค่อยๆ ละลายหายไปอย่างเงียบๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเงินที่เราควรต้องสะสมระยะยาวเพื่อรองรับวัยเกษียณในอีก 10 – 20 ปีข้างหน้า
อันที่จริงพูดถึงเรื่องการวางแผนสร้างเงินเกษียณให้งอกเงย เราสามารถทำได้โดยที่ไม่ต้องแลกมาด้วยความเครียด ไม่ต้องเสียสุขภาพจิต และไม่ต้องนั่งเฝ้าจอทั้งวัน... เพียงแค่เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด และเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกด้วย 3 แนวคิดนี้

1. เปลี่ยนความเครียด ให้มืออาชีพดูแล ยอมรับกันเถอะว่า พวกเราส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นนักวิเคราะห์การเงิน และเราไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะมานั่งติดตามข่าวเศรษฐกิจโลก ข่าวสงคราม หรือการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด การพยายามลุยลงทุนในหุ้นรายตัวด้วยตัวเองโดยไม่มีเวลามากพอ ก็เหมือนกับการลงไปวิ่งแข่งในสนามมืออาชีพที่ตัวเราเองไม่ได้ซ้อม ผลลัพธ์มันก็มีโอกาสแพ้สูง
ทางออกที่ช่วยเซฟพลังงานชีวิตได้ดีที่สุดคือการใช้ “กองทุนรวม” เพราะนี่คือระบบที่มีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพพร้อมทีมวิเคราะห์ข้อมูล คอยทำหน้าที่สแกนหาสินทรัพย์ที่ดี ปรับพอร์ตให้เข้ากับสถานการณ์ และคอยกระจายความเสี่ยงให้เราเสร็จสรรพ หน้าที่ของเรามีแค่การเลือกธีมการลงทุนที่เข้ากับเป้าหมายชีวิตและระดับความเสี่ยงที่เรารับได้ จากนั้นก็ปล่อยให้มืออาชีพทำหน้าที่ของเขาไป ส่วนเราก็เอาเวลาไปใช้ชีวิตให้มีความสุขดีกว่า
2. ตั้งระบบ DCA ตัดอารมณ์ ตัดความผันผวน เลิกล้มเหลวกับการพยายามจับจังหวะตลาดแบบ “Market Timing” เพราะในความเป็นจริง แม้แต่คนเก่งระดับโลกก็ยังทำได้ยากมาก สิ่งที่ทำร้ายนักลงทุนมากที่สุดไม่ใช่สภาวะตลาด แต่คือ “อารมณ์ของเราเอง” ตอนตลาดขึ้นเราก็กลัวตกรถ พอตลาดร่วงเราก็กลัวจนไม่กล้าซื้อ
ปัญหานี้แก้ได้ด้วยกลยุทธ์ DCA (Dollar-Cost Averaging) หรือการตั้งระบบตัดเงินอัตโนมัติไปลงทุนเท่าๆ กันทุกเดือน เช่น ตัดเงินทุกวันที่ 25 ของเดือน เดือนละ 2,000 บาท วิธีนี้จะช่วยบังคับให้เราซื้อได้จำนวนหน่วยมากในวันที่ราคาตก และซื้อได้น้อยลงในวันที่ราคาแพง เฉลี่ยต้นทุนไปเรื่อยๆ ในระยะยาว โดยที่เราไม่ต้องมานั่งลุ้นกราฟรายวันให้เสียสุขภาพจิตอีกเลย
3. ยิงปืนนัดเดียวแต่ได้ 2 ต่อ ด้วย RMF สำหรับคนที่อยากถอดปลั๊กความกังวลในการวางแผนเกษียณ และอยากเห็นผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว การเลือกลงทุนผ่าน กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ถือเป็นตัวช่วยที่ออกแบบมาได้ตอบโจทย์ชีวิตคนทำงานมากที่สุด
ต่อที่ 1: เซฟเงินทันทีด้วยสิทธิลดหย่อนภาษี ลองจินตนาการดูว่า เงินที่เราต้องจ่ายภาษีให้รัฐไปฟรีๆ ทุกปี หากเราแบ่งเงินส่วนนั้นมาใส่ไว้ใน RMF เงินก้อนนี้จะถูกนำมาคำนวณเพื่อลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาทันที เท่ากับว่าเราได้ผลตอบแทนกลับมาในรูปแบบของ “เงินภาษีที่ประหยัดได้” ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มลงทุน เป็นกำไรเน้นๆ ที่เห็นตัวเลขชัดเจนโดยไม่ต้องลุ้น
ต่อที่ 2: ล็อคเป้าหมายอนาคต ป้องเงินรั่วไหล หลายคนเก็บเงินไม่อยู่เพราะเห็นเงินในบัญชีเหลือแล้วอดใจไม่ไหว ต้องแวะกดสั่งของในตะกร้าออนไลน์ตลอด เงื่อนไขการลงทุนระยะยาวของ RMF จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นวินัยชั้นดี คอยช่วยล็อคเงินส่วนนี้ไว้เพื่อการเกษียณโดยเฉพาะ ทำให้เงินออมได้ทำงานเติบโตสู้กับเงินเฟ้อไปยาวๆ โดยที่ไม่เผลอถูกหยิบออกมาใช้กับเรื่องไม่จำเป็นระหว่างทาง
ที่สำคัญ กองทุน RMF มีนโยบายลงทุนให้เลือกหลากหลายมาก อย่างใครเป็นสายเน้นชัวร์ อยากได้ความผ่อนคลาย หลับสบายก็เลือกลงทุนในกองทุน RMF ตราสารหนี้ หรือถ้าใครเป็นสายมองการณ์ไกล อยากสร้างโอกาสเติบโตไปกับ Megatrends ของโลก BBLAM ก็มีกองทุน RMF หุ้นต่างประเทศกลุ่มเทคโนโลยีให้เลือกลงทุนกันได้ตามต้องการ และในเร็วๆ นี้ ก็กำลังจะมีกองทุน RMF ที่ผสมผสานสินทรัพย์ลงทุนมาให้เราไม่ต้องเหนื่อยจัดพอร์ตเอง มาในรูปแบบของพอร์ตลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่หลากหลายอีกด้วย (รอติดตามกันนะ)
เห็นไหมว่าการสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคง ไม่ได้แปลว่าเราต้องยอมแลกมาด้วยความเครียด ความวิตกกังวล หรือการนั่งจ้องหน้าจอจนเสียงานเสียการ ลองเจียดเวลาสั้นๆ ในสัปดาห์นี้ หยิบสลิปเงินเดือนขึ้นมาเช็กฐานภาษีของตัวเอง แล้วลองใช้ DCA กับกองทุน RMF ที่ชอบ แล้วปล่อยให้หน้าที่การบริหารจัดการเงินเป็นของมืออาชีพดูแลไป เราจะได้ออกไป Boost Energy ให้ชีวิตและหัวใจของเราไม่อ่อม! เพราะเรื่องเงิน... แค่เริ่มวางแผนให้ถูกที่ ชีวิตก็สบายใจขึ้นเยอะ
By: พริ้มพัชร จิรบวรพงศา, AFPTTM