สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(12 กันยายน 2569)-----------------สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยยังปิดบวกได้ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน แม้จะทยอยลดช่วงบวกลงตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์
SET index ดีดตัวขึ้นแรงในช่วงต้นสัปดาห์ มาเคลื่อนไหวเหนือแนว 1,600 จุดได้อีกครั้ง ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งมีปัจจัยหนุนจากกระแสการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งรับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยเริ่มทยอยลดช่วงบวกลงตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ โดยเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์ซึ่งทยอยประกาศขึ้นเครื่องหมาย XD ประกอบกับตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง เนื่องจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการโจมตีและตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างต่อเนื่อง และปธน. สหรัฐฯ ส่งสัญญาณสงครามอาจลากยาวไปจนถึงหลังเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยเผชิญแรงเทขายลดเสี่ยงในหุ้นทุกกลุ่ม นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
• ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,604.52 จุด เพิ่มขึ้น 0.56% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 69,736.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.37% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.61% มาปิดที่ระดับ 227.36 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (14-18 ก.ย. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,590 และ 1,570 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,620 และ 1,630 จุด ตามลำดับ
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (15-16 ก.ย.) สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOE และ BOJ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือนส.ค. ของจีน อาทิ ยอดปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร