สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(7 กันยายน 2569)------------อัตราเงินเฟ้อทั่วไปไทยในเดือนส.ค. 2569 เร่งตัวขึ้นที่ 2.5%YoY สอดคล้องกับที่คาด จากปัจจัยด้านอุปทาน ดังนี้
• ดัชนีราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้น 8.6%YoY (Contribution to inflation: 1.1%) กลับมาเร่งตัวขึ้นหลังชะลอลงติดต่อกัน 3 เดือน ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมายกระดับขึ้นในเดือนก.ค. โดยราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศเฉลี่ยในเดือนส.ค. 2569 อยู่ที่ 37.6 บาทต่อลิตร ปรับเพิ่มขึ้น 4.4%MoM หรือ 17.8%YoY แต่การปรับขึ้นยังไม่มากเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น 30.7%YoY ในช่วงเวลาเดียวกัน
ทั้งนี้ เห็นการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับเพิ่มขึ้น 0.7%MoM หลังจากชะลอลงเมื่อเดือนก่อนหน้า นอกจากนี้ การส่งผ่านต้นทุนยังขยายวงกว้างไปยังรายการสินค้าอื่นมากขึ้น โดยสินค้าที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นในเดือนส.ค. 2569 มีสัดส่วน 66.8% ของรายการสินค้าทั้งหมดที่อยู่ในตะกร้าเงินเฟ้อ 464 รายการ จาก 64.7% ในเดือนก่อนหน้า
• ดัชนีอาหารสดปรับเพิ่มขึ้น 2.7%YoY (Contribution to inflation: 0.5%)
เร่งขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยมีแรงกดดันหลักจากราคาผักและผลไม้ รองลงมาเป็นราคาไข่ไก่ ท่ามกลางผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นภายหลังไทยเข้าสู่ภาวะเอลนีโญอย่างเป็นทางการในเดือนมิ.ย. ประกอบกับต้นทุนพลังงานและปุ๋ยที่ยังอยู่ในระดับสูงจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่อง
o ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 แม้ราคาผู้ผลิตยังอยู่ในระดับสูง โดยในเดือนก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นที่ 7.3%YoY แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอ ส่งผลให้การส่งผ่านต้นทุนเป็นไปอย่างจำกัด ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับกลับมาอยู่ในระดับที่ไม่มีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจอีกครั้งในเดือนส.ค. 2569 ที่ 49.8 แม้มาตรการของภาครัฐจะเข้ามาพยุงความเชื่อมั่นได้ในระดับหนึ่ง ส่งผลให้แม้แนวโน้มการส่งผ่านราคาไปยังราคาผู้บริโภคคาดว่าจะยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่อาจไม่มากเท่ากับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน (รูปที่ 1)
รูปที่ 1 การส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคในปี 2569 ทำได้จำกัด ท่ามกลางอุปสงค์ที่อ่อนแอ
o ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4/2569 จากปัจจัยดังต่อไปนี้
• ราคาพลังงานยังมีแนวโน้มทรงตัวสูง ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีความยืดเยื้อและไม่แน่นอน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่าสุดอยู่เหนือกว่า 95 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (ณ 7 ก.ย. 2569) อย่างไรก็ดี มองว่าสถานการณ์ได้ผ่านจุดเลวร้ายที่สุดไปแล้วในไตรมาส 2/2569 และการยกระดับความขัดแย้งไม่ได้กลับไปสู่ระดับสูงสุด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีโอกาสปรับลดลงได้ในช่วงปลายปี นอกจากนี้ มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานของรัฐบาลส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับขึ้นไม่สูงเท่ากับราคาในตลาดโลก (รูปที่ 2) ขณะที่ค่าไฟฟ้าในเดือนก.ย.-ธ.ค. 2569 อยู่ที่ 3.86 บาทต่อหน่วย ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ -2.0%YoY
รูปที่ 2 รัฐบาลกลับมาอุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นหลังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมายกระดับขึ้นในเดือนก.ค. 2569
• ราคาสินค้าเกษตรและอาหารมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น จากความเสี่ยงเอลนีโญที่อาจจะพัฒนาไปสู่ระดับเอลนีโญขั้นรุนแรงในช่วงไตรมาสที่ 4/2569 ต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2570 ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วและกระทบต่อการเพาะปลูก ตลอดจนราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะข้าว ผักและผลไม้ให้ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าว