สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(4 กันยายน 2569)-------กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โชว์ผลการพัฒนาธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ปี 2569 เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นผ่าน 2 กิจกรรมสำคัญ 'สมาร์ทโชห่วย พลัส' และ 'พัฒนาร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นต้นแบบ' สามารถพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการสะสมรวม 26,554 ราย ยกระดับร้านค้าสู่สมาร์ทโชห่วยแล้ว 8,027 ร้านค้า และพัฒนาร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นต้นแบบรวม 390 ร้านค้าทั่วประเทศ พร้อมจัดกิจกรรมไทยช่วยไทย x Local Low Cost เชื่อมโยงร้านค้ากว่า 100 ร้านค้า รวมกว่า 800 สาขา เพิ่มโอกาสทางการตลาดและยกระดับ ขีดความสามารถการแข่งขัน รองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค
นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานแถลงผลการดำเนินงานการพัฒนาธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ปี 2569 'ก้าวใหม่ ค้าปลีกไทย: รวมใจ เติบโต ไปด้วยกัน' ในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 ณ ชั้น 6 ศูนย์ประชุมกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการกระจายสินค้า การสร้างรายได้และการจ้างงานในพื้นที่ รวมถึงเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคในชุมชน โดยในปีงบประมาณ 2569 กรมฯ ได้ดำเนินโครงการสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพธุรกิจค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น ผ่าน 2 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ กิจกรรม 'สมาร์ทโชห่วย พลัส' และกิจกรรม 'พัฒนาร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นต้นแบบ' เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง นำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
รองอธิบดีสถาพรฯ กล่าวต่อว่า "ผลความสำเร็จของการดำเนินโครงการฯ เริ่มต้นจาก กิจกรรมสมาร์ทโชห่วย พลัส ที่มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการโชห่วยและร้านค้าปลีกรายย่อย พร้อมเสริมสร้างองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการบริหารธุรกิจยุคใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริงและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งแต่ปี 2560 - 2569 มีผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างความรู้มาแล้วจำนวนทั้งสิ้น 26,554 ราย และในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการที่เข้าร่วมในปี 2569 จำนวน 2,622 ราย ขณะเดียวกัน กรมฯ ยังได้พัฒนาร้านค้าให้เป็น สมาร์ทโชห่วย จำนวน 8,027 ร้านค้า ซึ่งในปี 2569 ดำเนินการพัฒนาจำนวน 102 ร้านค้า ครอบคลุม 4 ภูมิภาค โดยทั้งหมดได้ผ่านการปรับภาพลักษณ์ร้านค้าให้มีความทันสมัย และต่อยอดความรู้ผ่านกิจกรรม Workshop 'Next Level Retail: รู้ก่อน รวยก่อน สร้างยอดขายด้วยเทคโนโลยี' ซึ่งกรมฯ ยังได้ติดตามผลการนำเทคโนโลยี ไปใช้จริงในธุรกิจและช่วยประสิทธิภาพการบริหารจัดการและสร้างโอกาสทางการตลาดได้มากขึ้น"
"นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลท์ของปีนี้ คือ กิจกรรมไทยช่วยไทย x Local Low Cost โดยได้เชื่อมโยงร้านค้าส่งค้าปลีกกว่า 100 ร้านค้า รวมกว่า 800 สาขาทั่วประเทศเข้าด้วยกัน เพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ร้านค้าท้องถิ่น เพิ่มช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภค และเปิดโอกาสให้ร้านค้าท้องถิ่นมีส่วนร่วมในกิจกรรมส่งเสริมการค้าในระดับประเทศด้วย ซึ่งคาดการณ์การเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 70 ล้านบาท"
"สำหรับ กิจกรรมพัฒนาร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นต้นแบบ กรมฯ มุ่งยกระดับร้านค้าท้องถิ่นจากการดำเนินธุรกิจรูปแบบเดิม สู่การมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐาน และสามารถพัฒนาได้อย่างเป็นระบบ โดยในปี 2569 ได้คัดเลือกร้านค้า 31 ร้านค้า เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและให้คำปรึกษาเชิงลึก เพื่อให้สามารถนำคำแนะนำไปปรับใช้ได้จริงและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจ จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง กรมฯ ได้พัฒนาร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นสู่ ร้านค้าต้นแบบรวมทั้งสิ้น 390 ร้านค้า ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมุ่งให้ร้านค้าต้นแบบเป็นทั้ง 'ต้นแบบและพี่เลี้ยง' ถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้แก่ร้านค้ารายย่อยในพื้นที่ เกิดการขยายผลจาก 'หนึ่งร้าน' สู่ 'เครือข่ายร้านค้า' และยกระดับธุรกิจค้าส่งค้าปลีกในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม"
"อย่างไรก็ดี ภายในงานวันนี้ ยังมีกิจกรรมที่ช่วยต่อยอดองค์ความรู้และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยได้รับความร่วมมือจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท ธีร์แพลน จำกัด นำเสนอการออกแบบผังร้านและการจัดเรียงสินค้า หรือ Planogram เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่ขาย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa นำเสนอมาตรการสนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ในธุรกิจ ภายใต้โครงการ AI Transformation รวมถึงแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าออนไลน์ 'รวมมิตร' ซึ่งช่วยเชื่อมโยงผู้ผลิต ร้านค้าส่ง และร้านค้าปลีก เพิ่มช่องทางการซื้อขายและอำนวยความสะดวกในการสั่งซื้อ"
"นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ 'ยกระดับธุรกิจค้าปลีกด้วย AI และเทคโนโลยี' โดยผู้ประกอบการและผู้มีประสบการณ์ตรง ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้จริง"
"สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2569 ได้สะท้อนความมุ่งมั่นของกรมฯ ในการ 'พัฒนาคน พัฒนาร้านค้า และพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ' เพื่อให้ผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นสามารถปรับตัว ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสทางการตลาดได้มากขึ้น โดยเป้าหมายของกรมฯ ไม่ใช่เพียงให้ร้านค้า 'อยู่รอด' แต่ต้องสามารถ 'เติบโตและแข่งขันได้' ไปพร้อมกับชุมชน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจส่งค้าค้าปลีกไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง" รองอธิบดีสถาพรฯ กล่าว