Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : ICHI คงคำแนะนำ “BUY” ราคาเป้าหมาย 17.80 บาท

57


ICHI
2H26 ฟื้นตัวเด่น กำไรเร่งใน 4Q26 คง BUY รับอัพไซด์และปันผลสูง
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้ม 2H26 ของ ICHI หลังปัญหาคอขวดด้านการผลิตทยอยคลี่คลาย ทำให้คาดกำไรจะเร่งตัวต่อเนื่องและสูงสุดใน 4Q26 ขณะที่ธุรกิจน้ำด่างและกลุ่ม Non-Tea ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโต พร้อมได้รับประโยชน์จากกำลังการผลิต OEM และสิทธิ BOI ที่ช่วยหนุนอัตรากำไร เราจึงคงคำแนะนำ BUY โดยมองว่าหุ้นยังน่าสนใจจากแนวโน้มกำไรฟื้นตัวและ Dividend Yield สูงราว 8.2%


ICHI ยังคงเป้ารายได้ปี 2026F เติบโต 12% สู่ราว 9 พันล้านบาท
ผู้บริหารคาดผลประกอบการเร่งตัวใน 2H26 และทำสถิติสูงสุดใน 4Q26 หลังแก้ปัญหาคอขวดการผลิตได้แล้ว ขณะที่อุปสงค์ตลาดยังแข็งแกร่งโดยเฉพาะธุรกิจน้ำด่างซึ่งยังรักษาเป้ารายได้ 1.14 พันลบ. และครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 90% ด้าน RTD Tea ยังแข่งขันรุนแรง แต่ยอดขาย Traditional Trade เริ่มกลับมาเติบโตตั้งแต่ ก.ค.26 บริษัทเตรียมเพิ่มกำลังผลิตผ่าน OEM (Hon Chuan) และยึดกลยุทธ์ Asset-light ต่อเนื่อง โดยไม่กระทบอัตรากำไรอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ยังได้รับประโยชน์จาก BOI ต่อเนื่อง รักษานโยบายปันผลในระดับสูง พร้อมมองหาโอกาสลงทุนและ M&A ที่สร้างรายได้ทันที รวมถึงขยายการเติบโตในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะลาวและมาเลเซีย


ครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง คาดกำไรหลักทั้งปี 2026E ยังเติบโต
เราคาดกำไร 3Q26F จะเติบได้ YoY และ QoQ หนุนจากตลาดในประเทศและกลุ่ม Non-Tea แม้ยังได้รับผลกระทบจากสินค้าขาดสต็อกซึ่งคาดคลี่คลายหมดในเดือน ก.ย.26
ด้าน Margin ยังคงแข็งแกร่ง คาด GPM ไม่ต่ำกว่า 23.5% และ NPM ไม่ต่ำกว่า 14.5% พร้อมได้รับแรงหนุนจากสิทธิประโยชน์ BOI ขณะที่ 4Q26 คาดเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีหลังปัญหาคอขวดการผลิตหมดไปและเริ่มรับรู้กำลังผลิตจาก OEM เพิ่มเติม เราคงกำไรสุทธิทั้งปี 2026E ที่ 1,358 ล้านบาท (+2% YoY) หรือกำไรหลัก +10% YoY


คงคำแนะนำ “BUY” ราคาเป้าหมาย 17.80 บาท
เราคงคำแนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 17.80 บาท อ้างอิงจาก PER Sector -1SD ที่ 17 เท่า สะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้นและแนวโน้มเงินปันผลที่จ่ายสม่ำเสมอ โดยคาดDividend Yield ทั้งปี 8.2% คิดเป็น Total Return ราว 37%ซึ่งยังถือว่าน่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผล

 

สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์
ICHI ยังคงเป้ารายได้ปี 2026 เติบโต 12% สู่ระดับประมาณ 9 พันล้านบาท โดยผู้บริหารเชื่อว่าผลประกอบการจะเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง และคาดช่วง 4Q26 รายได้สูงสุด หลังปัญหาคอขวดด้านการผลิตที่กระทบในช่วงครึ่งปีแรกได้รับการแก้ไขแล้ว ทั้งนี้บริษัทมองว่าความต้องการสินค้าในตลาดยังแข็งแกร่ง และปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นข้อจำกัดด้านอุปทานมากกว่าด้านอุปสงค์
• ธุรกิจน้ำด่างยังเป็นดาวเด่นของบริษัท โดย 2Q26 สร้างรายได้ราว 282 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายครึ่งปีแรกอยู่ที่ประมาณ 550 ล้านบาท และยังคงเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่ 1.14 พันล้านบาท ผู้บริหารมองว่าตลาดน้ำด่างยังมีศักยภาพเติบโตสูงเมื่อเทียบขนาดกับตลาดน้ำดื่มรวม ขณะที่ ICHI ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดน้ำด่างในประเทศในระดับมากกว่า 90%
• ตลาดชาพร้อมดื่ม (RTD Tea) ผู้บริหารมองว่าการแข่งขันยังเข้มข้น โดยคู่แข่งสำคัญไม่ได้จำกัดเฉพาะแบรนด์ชา แต่รวมถึงสินค้าทุกประเภทที่จำหน่ายในราคา 10 บาทในตู้แช่ ส่วนการที่คู่แข่งบางรายสูญเสียส่วนแบ่งตลาดอาจมาจากการปรับภาพลักษณ์แบรนด์และการเปลี่ยนสูตรสินค้าเพื่อรองรับภาษีน้ำตาล ซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคเดิม
• ยอดขายช่องทางร้านค้าทั่วไป (Traditional Trade) เริ่มกลับมาเติบโตเป็นบวกในเดือน ก.ค.26 หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากปัญหาเครื่องจักรขัดข้องและต้องรออะไหล่นำเข้านานกว่า 1.5 เดือน ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตามผู้บริหารยืนยันว่าความต้องการผู้บริโภคไม่ได้อ่อนตัวลง
• เตรียมโอนการผลิตสินค้าบางส่วนไปยังพันธมิตร OEM อย่าง Hon Chuan ตั้งแต่เดือน พ.ย.26 โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นราว 300,000-400,000 ลังต่อเดือน การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารกำลังการผลิตและลดความเสี่ยงจากปัญหาคอขวดในอนาคต
• ผู้บริหารยืนยันนโยบาย Asset-light อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีแผนลงทุนสร้างโรงงานใหม่ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า แต่จะใช้ความร่วมมือกับโรงงาน OEM หลายแห่งแทน ซึ่งช่วยลดภาระการลงทุนและค่าเสื่อมราคา ขณะเดียวกันยังสามารถรักษาสิทธิ์ในการเข้าถึงกำลังการผลิตก่อนเป็นลำดับแรกได้ ทั้งนี้ต้นทุนการจ้างผลิตอยู่ในระดับใกล้เคียงกับการผลิตเอง จึงไม่คาดว่าจะกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
• ด้านการเงิน บริษัทได้รับประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI อย่างต่อเนื่อง โดยใน 2Q26 ใช้สิทธิไป 36 ล้านบาท และคาดว่าจะใช้ได้เพิ่มเติมอีกไตรมาสละประมาณ 28 ล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี ขณะที่ลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 เกิดจากการเลื่อนกำหนดชำระเงินของลูกค้ารายใหญ่เพียงชั่วคราว และได้รับชำระเงินครบแล้ว จึงไม่มีประเด็นด้านคุณภาพลูกหนี้ที่น่ากังวล
• สำหรับนโยบายเงินปันผล อัตราการจ่ายปันผลมีแนวโน้มไม่เกิน 100% ของกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตามผู้บริหารยังพยายามรักษาระดับเงินปันผลที่ 1.10 บาทต่อหุ้น หากผลประกอบการเอื้ออำนวย นอกจากนี้ค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรหลักจะเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2028 ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนกำไรในระยะยาว
• ด้านต้นทุน ผู้บริหารมองว่าราคาบรรจุภัณฑ์เริ่มทรงตัว แต่ยังมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนราคาน้ำตาลยังอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม โดยบริษัทเลือกใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า 2-3 เดือนแทนการล็อกราคาระยะยาวเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน ขณะที่ความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญเนื่องจากบริษัทมีความมั่นใจในปริมาณน้ำต้นทุนที่เพียงพอ
• การเติบโตระยะยาว ICHI ไม่มีแผนซื้อหุ้นคืน แต่กำลังศึกษาการลงทุนในธุรกิจใหม่และโอกาส M&A ที่สามารถสร้างรายได้ได้ทันทีและมีความเสี่ยงต่ำ โดยหลีกเลี่ยงโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ด้านตลาดต่างประเทศยังมีพัฒนาการเชิงบวก โดยตลาดลาวทำยอดขายสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดมาเลเซียเริ่มเห็นโอกาสเติบโตจากการเป็นแบรนด์น้ำด่างรายแรกที่ได้รับการรับรองจาก FDA และกำลังขยายช่องทางจำหน่ายเข้าสู่ร้านสะดวกซื้อจำนวนมากทั่วประเทศ

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้