Today’s NEWS FEED

News Feed

สคส. เคลียร์ชัด ติดกล้อง CCTV ไม่ได้หมายความว่าผิด PDPA ทุกกรณีย้ำใช้เพื่อดูแลชีวิต–ทรัพย์สิน ใช้เป็นหลักฐานอุบัติเหตุหรือคดีได้ แต่ต้องไม่ใช้ภาพละเมิดสิทธิผู้อื่นเกินสมควร

47

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 31 สิงหาคม 2569)----------กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความกังวลในโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ข้อความบน Facebook จำนวนมาก ระบุว่า ประชาชนที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ภายในบ้าน แล้วหันกล้องออกไปยังถนนหรือทางสาธารณะ อาจมีความผิดตามกฎหมาย PDPA และถูกปรับเป็นเงินหลักล้านบาท จนเกิดคำถามตามมาว่า แล้วกล้องที่ติดไว้เพื่อเฝ้าระวังภัย ป้องกันทรัพย์สิน หรือเก็บไว้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุและคดีความ ยังสามารถใช้ได้หรือไม่ ทั้งที่ในหลายเหตุการณ์ ภาพจากกล้องของประชาชนมีส่วนสำคัญต่อการติดตามผู้กระทำผิดและช่วยระงับเหตุได้จริง

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ สคส. ชี้แจงว่า การกล่าวอ้างว่าเพียงติดกล้องภายในบ้านแล้วหันออกไปเห็นถนนหรือพื้นที่สาธารณะ จะถือว่าผิด PDPA และถูกปรับหลักล้านบาทนั้น ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย หากเป็นการติดตั้งภายในเคหสถานหรือที่พักส่วนตัว เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองหรือบุคคลในครอบครัว ซึ่งเข้าข่ายการใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวตามมาตรา 4 (1) และไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของ PDPA

“สคส. ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก การติดตั้งกล้องวงจรปิดในบ้านหรือที่พักส่วนตัวเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ได้หมายความว่าหากกล้องหันออกไปเห็นถนนหรือพื้นที่สาธารณะแล้วจะผิด PDPA หรือถูกปรับเป็นเงินหลักล้านบาททันที เรื่องดังกล่าวต้องพิจารณาจากวัตถุประสงค์และลักษณะของการนำข้อมูลไปใช้ด้วย”

ทั้งนี้ มาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดข้อยกเว้นสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดา เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น ดังนั้น หากประชาชนติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้านหรือที่พักส่วนตัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้พักอาศัย หรือเพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดอุบัติเหตุหรือคดีความ ย่อมเข้าลักษณะการใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัว และไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของ PDPA ตามมาตรา 4 (1)

อย่างไรก็ตาม สคส. ย้ำว่า “ได้รับยกเว้นจาก PDPA ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำภาพจากกล้องไปใช้อย่างไรก็ได้” ผู้ติดตั้งกล้องควรใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อกล้องสามารถบันทึกภาพบุคคลอื่นบนถนน ทางสาธารณะ หรือพื้นที่ภายนอกบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานหรือเผยแพร่ภาพในลักษณะที่เป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นเกินสมควร รวมถึงต้องระมัดระวังไม่ให้การนำภาพไปใช้เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอื่น

ตัวอย่างเช่น การนำภาพจาก CCTV ไปเผยแพร่เพื่อโจมตี ทำให้บุคคลอื่นเสียชื่อเสียง หรือเผยแพร่ภาพที่กระทบต่อสิทธิและความเป็นส่วนตัว อาจต้องพิจารณาตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ประมวลกฎหมายอาญา พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความรับผิดฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แล้วแต่ข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่ประชาชนควรทำความเข้าใจคือ กฎหมายแยกกรณี “กล้องที่บ้านเพื่อประโยชน์ส่วนตัว” ออกจาก “กล้องที่ติดตั้งเพื่อการประกอบธุรกิจหรือโดยองค์กร” อย่างชัดเจน โดยกรณีหลังจะไม่ได้รับข้อยกเว้นเช่นเดียวกับการติดกล้องภายในบ้าน

สำหรับการติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยหน่วยงานของรัฐ บริษัท สมาคม มูลนิธิ องค์กรเอกชน นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร รวมถึงพื้นที่ประกอบกิจการหรือธุรกิจ เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม หอพัก โรงงาน สถานพยาบาล หรือสถานประกอบการอื่น ไม่ว่าจะดำเนินการโดยนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา หากเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลในฐานะ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” จะไม่ได้รับข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (1) และต้องปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA

โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล การจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม การดำเนินการเมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และการมีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ซึ่งหากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ก็อาจเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมายและมีโทษทางปกครองได้

“หัวใจสำคัญของ PDPA ไม่ใช่การปิดกั้นการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน แต่คือการสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากข้อมูลกับการคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่น กล้องวงจรปิดยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันเหตุและสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยของสังคม สิ่งที่ต้องระวังคือการนำภาพหรือข้อมูลที่ได้จากกล้องไปใช้ต่อ โดยเฉพาะการเผยแพร่ต่อสาธารณะ ต้องคำนึงถึงสิทธิ ความจำเป็น และผลกระทบต่อบุคคลอื่นด้วย” พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าว

สคส. จึงขอให้ประชาชนแยกแยะข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะข้อความที่ระบุในลักษณะเหมารวมว่า “ติดกล้อง CCTV หันออกถนน = ผิด PDPA และถูกปรับหลักล้าน” ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะการพิจารณาตามกฎหมายต้องดูทั้งผู้ที่ติดตั้ง วัตถุประสงค์ในการเก็บภาพ และลักษณะการนำข้อมูลไปใช้หรือเปิดเผยเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ สคส. พร้อมเดินหน้าสื่อสารสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้กล้องวงจรปิดและ PDPA ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เทคโนโลยีในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมั่นใจ ควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

โลกเปลี่ยน By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เมื่อโลกเปลี่ยน เรา ก็ต้องปรับตัว ธรรมชาติ ก็ถูกใช้งานอย่างหนัก ก็ต้องปรับตัว สร้างความสมดุลใหม่...

FLE โรดโชว์ ห้องค้าบล.ฟิลลิป ตอกย้ำพื้นฐานแกร่ง นักลงทุนเชื่อมั่นศักยภาพของธุรกิจและความเชี่ยวชาญผู้บริหาร

FLE โรดโชว์ ห้องค้าบล.ฟิลลิป ตอกย้ำพื้นฐานแกร่ง นักลงทุนเชื่อมั่นศักยภาพของธุรกิจและความเชี่ยวชาญผู้บริหาร

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้