26 ส.ค. 2569 10:41:55 21
BANKING : การเติบโตของสินเชื่อเดือนกรกฎาคมยังคงอ่อนแอ
การเติบโตของสินเชื่อมีความสำคัญมากขึ้นประเด็นสำคัญสำหรับหุ้นกลุ่มธนาคารในช่วงที่ผ่านมา คือการลงทุนเพื่อรับเงินปันผล ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยให้หุ้นกลุ่มธนาคารให้ผลตอบแทนดีกว่า SET มากกว่า 40% นับตั้งแต่ต้นปี 2024 เมื่อธนาคารส่วนใหญ่เริ่มเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น เนื่องจากมีโอกาสในการขยายสินเชื่อค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวดูเหมือนกำลังเข้าสู่ช่วงที่การเติบโตกลับมามีบทบาทมากขึ้น เนื่องจากงบดุลของหลายธนาคารได้รับการปรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อัตราการจ่ายเงินปันผลอาจเข้าใกล้จุดสูงสุดแล้ว และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 6% แม้เรามองว่ายังมีโอกาสที่บางธนาคารจะเพิ่มการจ่ายเงินปันผลได้อีก แต่การปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มธนาคารในระยะต่อไปน่าจะต้องอาศัยการเติบโตของรายได้และกำไรเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ในประเด็นนี้ การฟื้นตัวของการลงทุนภายในประเทศในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นสำคัญ โดยการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสุทธิเติบโตเฉลี่ย 34% ต่อปีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่อยู่ในระดับสูง อาจบ่งชี้ว่าการเติบโตดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไป ใน 1H26 มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนต่อ BOI รวม 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% YoY แม้ว่ามูลค่าถึง 1.11 ล้านล้านบาทจะมาจากการลงทุนในกลุ่มดิจิทัล (Data Center) ก็ตาม ธนาคารบางแห่งยังคงมีความหวังว่าการลงทุนเหล่านี้จะพัฒนาไปสู่ความต้องการสินเชื่อจากธนาคารในประเทศในที่สุด อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณดังกล่าวอย่างชัดเจน ดังนั้น ข้อมูลสินเชื่อรายเดือนจึงกลายเป็นตัวชี้วัดที่มีความสำคัญมากขึ้นในการติดตามว่าการเติบโตของสินเชื่อกำลังเริ่มเร่งตัวขึ้นหรือไม่
แต่ตัวเลขเดือนกรกฎาคมยังคงน่าผิดหวังธนาคารทุกแห่งได้รายงานงบดุลเดือนกรกฎาคมแล้ว และข้อมูลยังไม่สะท้อนการเร่งตัวของสินเชื่อ โดยกลุ่มธนาคารโดยรวมมีการเติบโตของสินเชื่อเพียง 0.1% MoM จากเดือนมิถุนายน ธนาคารส่วนใหญ่มีการเติบโตทรงตัวหรือหดตัวเล็กน้อย ยกเว้น KTB (+1.9% MoM) และ KKP (+1.0% MoM) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวอาจไม่ได้สะท้อนภาพการฟื้นตัวของความต้องการสินเชื่อตามที่ตลาดคาดหวัง เนื่องจาก KTB น่าจะได้รับแรงหนุนหลักจากสินเชื่อภาครัฐ ตามที่ผู้บริหารได้กล่าวไว้ในการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุด ขณะที่ KKP มีขนาดธุรกิจเล็กเกินกว่าจะเป็นตัวแทนของแนวโน้มทั้งกลุ่มธนาคารได้ นอกจากนี้ BBL ซึ่งถือเป็นธนาคารที่มีมุมมองเชิงบวกต่อความต้องการสินเชื่อภาคธุรกิจมากที่สุดแห่งหนึ่งในปีนี้ ยังรายงานสินเชื่อหดตัว 1.0% MoM ซึ่งสะท้อนว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์สินเชื่อภาคธุรกิจยังไม่ปรากฏอย่างชัดเจน
โดยสรุป เรายังคงมีมุมมองระมัดระวังต่อการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ และประมาณการอย่างเป็นทางการของเรายังคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตเพียง 2% ในปี 2026 (เทียบกับการเติบโต 2.1% YoY ใน 2Q26) เราจะติดตามข้อมูลสินเชื่อรายเดือนอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อประเมินว่าความต้องการสินเชื่อที่แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจ จะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงด้าน upside ต่อประมาณการของเราหรือไม่ ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ KTB และ KBANK โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 40.00 บาท และ 237.00 บาท ตามลำดับ
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็น ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดมา ก็แเดง หุ้นไทย ก็แดง เขียว สลับไปมา ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย .....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์