Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส : Daily Trading Focus

21



ภาวะตลาด: SET Index วานนี้ ลดลง -12.73 จุด ปิ ดที่ 1601.05 มูลค่าซื้อขายลดลงเป็น 6.1 หมื่นลบ. จากการที่ ตลาดขาดปัจจัยบวกใหม่ ขณะที่ผลประกอบการ 2Q26 น่าจะเป็น Peak ของปีนี้แล้ว และเงินบาทแข็งก็กดดันกับกลุ่มส่งออก ซึ่งรวมถึงกลุ่อิเลคทรอนิกส์ด้วย นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ -3.7 พันลบ. สถาบันในปท.ขายสุทธิ -1.1 พันลบ. พอร์ตบล.ขายสุทธิ -1.8 พันลบ. ด้านรายย่อยซื้อสุทธิ +6.5 พันลบ.


ปัจจัยต่างประเทศ
- ภูมิรัฐศาสตร์: สกอตต์ เบสเซนต์ รมว.สหรัฐ ประกาศว่า อิหร่านจะต้องเผชิญกับ วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ (Economic D-Day) พร้อมประกาศมาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่อิหร่านใช้พยุงเศรษฐกิจของตนเอง
-สหรัฐ: กระทรวงการคลังสหรัฐ จะใช้เงินในบัญชี Treasury General Account ของทางกระทรวงฯ ไปซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล
-สหรัฐ: ติดตามดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.ค.26 ในวันพุธที่ 26 ส.ค.นี้ ซึ่งตลาดคาดว่าจะใกล้เคียงกับเดือนมิ.ย.26 และรอฟังสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการประชุมที่ Jackson Hole ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค.2026
-ตลาดหุ้นสหรัฐ Mix โดยหุ้นกลุ่มการเงินหนุนดัชนีดาวโจนส์ แต่แรงขายหุ้นเทคโนโลยีกดดันดัชนี S&P500 และ Nasdaq ให้ลดลง สัญญาน้ำมัน WTI & BRENT ลดลงกว่า 2 US$ มาปิดที่ 85-92 US$/bblจากแรงขายทำกำไร สัญญาทองคำส่งมอบธ.ค..26 ปรับขึ้นต่อ 17.20 US$ เป็น 4,697.80 US$/ออนซ์ (แต่ควรระวังการขายกำไรตามมา)
-ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ แข็งขึ้นเล็กน้อยสู่ 98.97 เงินบาทอ่อนเป็ น 32.70 บาท/US$ ด้าน US bond yield 10 ปี ลดเป็น 4.70% (จาก 4.73% วันก่อนหน้า) ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ทรงตัวที่ 131.5 (ต่ำสุด 125.75, สูงสุด 152.25) ดัชนี Baltic Dry Index ปรับขึ้นเป็น 2,882 (รอบนี้ต่ำสุด 2,490, สูงสุด 3,226)


ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
-ติดตามผลประชุมกนง.วันที่ 26 ส.ค.26 และรายงานตัวเลขส่งออกเดือนก.ค.26 ของไทย ทั้งนี้ DBSVTH Retail Research และตลาดคาดว่ากนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% หลังแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง ขณะที่เศรษฐกิจยังเปราะบางและต้องการแรงสนับสนุนต่อเนื่อง ส่วนมูลค่าส่งออกเดือนก.ค.26 คาดว่าจะเติบโต YoY ได้ต่อเนื่อง


กลยุทธ์ : เลือกซื้อจังหวะอ่อนตัว สัญญาณระยะสั้นเป็นลบ จากการที่ ดัชนีปิดต่ำกว่าเส้น SMA10 มากขึ้น ระยะสั้นให้ แนวรับไว้ที่ 1590-1587, 1574-1570, 1540-1530 ส่วนแนวต้านกรณีรีบาวด์ ให้ไว้ที่ 1615, 1630, 1640-1650 ตามลำดับ


หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: RJH- คาดกำไร 3Q26F จะเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ หนุนโดยรายได้ผู้ป่วยประกันสังคมที่เข้ามารักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะอาหาร และการทำ Sleep test ประกอบกับมีไข้หวัดใหญ่ระบาดในไตรมาสนี้ สำหรับทั้งปี 26F คาดกำไรสุทธิโตแกร่ง +36% YoY ปัจจัยที่เป็น Upside risk คือ การได้ค่าชดเชยต่อหัวจากสนง.ประกันสังคมเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลภายในสิ้นปี 26 นี้ สำหรับปันผล เราคาด DY ปี 26F ไว้ที่ 5%+ ต่อปี แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 18.60 บาท ทั้งนี้กำไร RJH เติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาล


นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

เขียว แดง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็น ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดมา ก็แเดง หุ้นไทย ก็แดง เขียว สลับไปมา ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้