Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.โกลเบล็ก : Morning Call

31

 

วันจันทร์ที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวขึ้น โดยมีแรงหนุนจากสภาพัฒน์เผย GDP ไตรมาส 2/69 ขยายตัวมากกว่าตลาดคาดการณ์ มีแรงซื้อมากในหุ้นขนาดใหญ่ทั้งในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ค้าปลีก ธนาคาร เป็นต้น หลังจากบริษัททยอยประกาศผลงานดำเนินงานงวด 2Q69 จนครบ โดยหุ้นที่มีผลการดำเนินงานออกมาดีกว่าตลาดคาดและมีแนวโน้มที่เติบโตต่อเนื่อง ทำให้มีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มข้างต้น ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่1,626.44 จุด +17.38 จุด +1.08% มูลค่าการซื้อขาย 75,660.86 ลบ. Program Trading +1,659.91 ลบ.ต่างชาติ+2,199.87 ลบ. TFEX +36,735 สัญญา ตราสารหนี้ -3,528.64 ลบ.

 


ปัจจัยบวก
+ ธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์ก เปิดเผยดัชนีภาคการผลิต ดีดตัวสู่ระดับ20.6 ในเดือนส.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 19.6 จากระดับ15.6 ในเดือนก.ค. ดัชนีอยู่ในระดับสูงกว่า 0 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก
+ สภาพัฒน์รายงาน GDP 2Q69 โต 1.9% ดีกว่าที่ตลาดคาดโต 1.7% และปรับเพิ่มประมาณการ GDP) ของไทยในปีนี้เป็น 2.0-2.5% (ค่ากลาง 2.2%)จากเดิม 1.5-2.5% (ค่ากลาง 2.0%) เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากการขยายตัวในระดับสูงของการลงทุนภาคเอกชน การบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ ตลอดจนการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวสูง โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ตามวัฎจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของโลก
+ BOI รายงานว่าเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นภูมิภาคที่มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดในช่วงปี 2566 ถึงครึ่งแรกปี 2569มีคำขอรับการส่งเสริม การลงทุน 4,566 โครงการ มูลค่า 2.6 ล้านล้านบาทคิดเป็นครึ่งหนึ่งของมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ3 อุตสาหกรรมที่มีเงินลงทุนสูงสุด ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมดิจิทัล 2.อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และ 3.ยานยนต์และชิ้นส่วน

 

ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 272.63 จุด หรือ -0.51% ถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากันอิหร่าน ขณะเดียวกันนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่บริษัทค้าปลีกรายใหญ่จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.10 ดอลลาร์ หรือ 2.55% ปิดที่84.50 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่าง
สหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก แม้มีรายงานว่าปริมาณน้ำมันดิบในคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ลดลง 5.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมาสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1982
- ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ระบุว่าคะแนนนิยมของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ลดลงเหลือ 33% ต่ าสุดนับตั้งแต่ด ารงต าแหน่งปธน. ท่ามกลางความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
- ปัจจุบันครบกำหนด MOU ระหว่างสหรัฐฯ แล้ว แต่สหรัฐยังไม่สามารถบรรลุชัยชนะทางการทหารหรือฟื้นฟูการเจรจาทางการทูตเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาคได้ตามเป้า ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน(IRGC) ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ที่ว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับ IRGC ผ่านช่องทางลับเพื่อยุติสงครามอิหร่าน ส่วนอิหร่านเปิดว่าไม่มีแผนทำการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขยายระยะเวลาของ MOU


แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้เคลื่อนไหว Sideway up โดยได้แรงหนุนจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าและสภาพัฒน์ปรับเพิ่มคาดการณ์GDP จาก 1.5-2.5% เป็น 2.0-2.5% อย่างไรก็ตามสหรัฐได้ขู่ว่าจะโจมตีโอมานหากขัดขวางการเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุชเป็นปัจจัยกดดัน มองกรอบดัชนีในวันนี้ 1,617-1,637 จุด


กลยุทธ์การลงทุน
- ไทยช่วยไทยพลัส : CPAXT BJC TNP MOTHER
- หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BH GULF KBANK
- พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ : CK STECON WHAUP CPALL CPAXT
- แผน PDP ฉบับใหม่ : GULF BGRIM GPSC GUNKUL
- หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการ 2Q26 จะออกมาดี : CBG STA
- รัฐอุดหนุน Solar Roof : GUNKUL GULF SOLAR COM7 KUMWEL ASEFA

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้