Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

123

 

หุ้นบวกอยู่ดีๆ แต่ควันความเสี่ยงเริ่มพัดมา

 

HORIZON MARKET VIEW
• ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรทั่วโลกต่างปรับตัวลดลง จากความกังวลว่าราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง จะเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่อาจทำให้ FED จำเป็นต้องกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปีนี้
• ขณะที่ล่าสุด BRENT ยืนเหนือ 90 เหรียญ และทองคำสูงสุดในรอบ 2 เดือน หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลามหลายพื้นที่ใน เดือน ส.ค. 69 อีกทั้ง ความหวังในการสร้างสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเผชิญอุปสรรคครั้งใหม่ หลัง ปธน. ทรัมป์ปฏิเสธขยายข้อตกลงหยุดยิง (วันหมดอายุ 17 ส.ค. 69) และปธน. ทรัมป์ ยังมีการขู่ยิงถล่มโอมาน หากเข้ามาขวางแผนของสหรัฐฯ ในการเจรจาอิหร่าน ปมช่องแคบฮอร์มุซ
• นอกจากนี้ BOND YIELD 30Y สหรัฐฯ สูงสุดในรอบ 19 ปีที่สำคัญเห็นข้อมูลเดือนมิ.ย. พบ FOREIGN HOLDINGS ของ U.S. TREASURY ลดลง เหลือ US$9.299TN

 

REGION RADAR
• สัปดาห์นี้จะมีหุ้น BIG TECH จีนรายงานค่อนข้างมาก โดยวันอังคาร:BAIDU, XIAOMI พุธ: BIREN TECHNOLOGY, KUAISHOUพฤหัสบดี: ALIBABA, NETEASE และ POP MART ซึ่งในงบหุ้นจีนที่จะรายงานออกมาสัปดาห์นี้ เราชื่นชอบ DR: BABA80 มากสุด
• SMIC (981 HK) เป็นหนึ่งในหุ้นเทคจีนที่น่าสนใจที่สุดในช่วงนี้ หลังจากผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาแข็งแกร่ง เรายังคงแนะนำเก็งกำไรต่อเนื่องสำหรับ DR: SMIC23 และเป็น TOP PICK หุ้นจีนประจำไตรมาส 3 เนื่องจากบริษัทกำลังอยู่ในช่วงถูกปรับประมาณการกำไรขึ้น

 

THAI FOCUS
• ภาพรวม GDP ขยายตัว +1.9%YOY แต่หดตัว -0.2%QOQ มาจากการใช้จ่ายและการลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชนชะลอตัว ทำให้ไทยมีความเสี่ยงที่จะเกิด TECHNICAL RECESSION ในไตรมาสถัดไป
• ภาครัฐและเอกชนต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยไตรมาส 3/69 (3Q69)ต้องดัน GDP ให้เติบโตอย่างน้อย +2.2% YOY เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย อีกทั้งการนำเข้าที่เติบโตมากกว่าส่งออก กดดันให้ไทย ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส ซึ่งอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าได้

 

SYNAPSE STRATEGY
• นักลงทุนระมัดระวังหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ สะท้อนจากยอด NET SHORT น้อยกว่า +2.2% เพื่อให้ทั้งปี GDP 2569F +2.3%ดัชนี NASDAQ100 พุ่งขึ้น 4 เท่าตัว ทำสถิติสูงสุดของปีนี้ ส่วนไทยดัชนีมีแนวต้านสำคัญที่ 1,630 จุด ซึ่งเสี่ยงเผชิญแรงขาย ส่วนการปรับขึ้นที่ผ่านมากระจุกตัวอยู่แค่หุ้นบางกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
• กลยุทธ์เน้นเลือกซื้อเป็นรายตัวที่มีปัจจัยบวก PTTEP รับอานิสงส์ราคาน้ำมันฟื้นตัว CPF แนวโน้มครึ่งปีหลังฟื้นตัวตามราคาเนื้อสัตว์DELTA ยอดขายกลุ่ม AI และ DATA CENTER เติบโตดี และราคาหุ้นยัง LAGGARD (ตามหลัง) บริษัทแม่ที่ไต้หวันอยู่ 17%


HORIZON MARKET VIEW
ปัจจัยแวดล้อมมีความกังวลถูกกระตุ้น
ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรทั่วโลกต่างปรับตัวลดลง จากความกังวลว่าราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง จะเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ FED จำเป็นต้องกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปีนี

 


ขณะที่ล่าสุด BRENT ยืนเหนือ 90 เหรียญ และทองคำสูงสุดในรอบ 2 เดือน หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลามหลายพื้นที่ใน เดือน ส.ค.69 อาทิ อิสราเอลสังหารผู้บัญชาการระดับสูงของ HEZBOLLAH ในเลบานอน,มีผู้เสียชีวิต 11 รายจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล, ฮามาสถูกโจมตีในฉนวนกาซา, กลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือในทะเลแดง, เรือหลายลำถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ, มีเหตุปะทะเพิ่มเติมในเขตปาเลสไตน์เป็นต้นอีกทั้ง ความหวังในการสร้างสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเผชิญอุปสรรคครั้งใหม่ หลัง ปธน. ทรัมป์ปฏิเสธขยายข้อตกลงหยุดยิง (วันหมดอายุ 17 ส.ค. 69) และปธน. ทรัมป์ยังมีการขู่ยิงถล่มโอมาน หากเข้ามาขวางแผนของสหรัฐฯ ในการเจรจาอิหร่าน ปมช่องแคบฮอร์มุซ


นอกจากนี้ BOND YIELD 30Y สหรัฐฯ พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 สะท้อนความกังวลเรื่องหนี้สหรัฐฯและการขาดวินัยทางการคลังมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสำหรับสาเหตุหลักมาจาก การใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างมากการออกพันธบัตรระยะยาวจำนวนมหาศาล รวมถึงเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังอยู่เหนือเป้าหมายของ FED ต่อเนื่องมา
นานกว่า 5 ปี

ที่สำคัญเห็นข้อมูลเดือน มิ.ย. พบ FOREIGN HOLDINGS ของ U.S. TREASURY ลดจาก US$9.371TN เหลือUS$9.299TN โดยญี่ปุ่นลด -2.3% MOM เหลือ US$1.116TN และจีนลด -4.0% MOM เหลือ US$633.4BNต่ำสุดตั้งแต่ปี 2008


REGION RADAR
สัปดาห์การประกาศงบของหุ้น BIG TECH จีน
สัปดาห์นี้ (17-21 ส.ค.) จะมีหุ้น BIG TECH จีนรายงานค่อนข้างมาก โดยวันอังคาร: BAIDU, XIAOMI พุธ:BIREN TECHNOLOGY, KUAISHOU พฤหัสบดี: ALIBABA, NETEASE และ POP MART ซึ่งในงบหุ้นจีนที่จะรายงานออกมาสัปดาห์นี้ เราชื่นชอบ DR: BABA80 มากสุดเนื่องจากคาดหวังการเติบโตของธุรกิจ CLOUD ที่มีแนวโน้มที่จะเซอร์ไพรส์ตลาดจากความต้องการ CLOUD ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญและธุรกิจ FOODDELIVERY ที่เคยกดดันราคาหุ้นมาหลายไตรมาส จะเริ่มเห็นผลขาดทุนลดลงในรอบนี้ นอกจากนี้ เรายังชอบDR: NETEASE80 จากธุรกิจเกมที่ยังแข็งแกร่ง และ DR: XIAOMI80 คาดหวังผลประกอบการไตรมาส 2 เป็นจุดต่ำสุดของปี พร้อมฟื้นตัวแรงในช่วงครึ่งปีหล


SMIC กำลังอยู่ในช่วง EARNING UPGRADE CYCLE
SMIC (981 HK) เป็นหนึ่งในหุ้นเทคจีนที่น่าสนใจที่สุดในช่วงนี้ และเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตชิปของจีน หลังจากผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาเซอร์ไพรซ์ตลาดอย่างมาก โดยบริษัทรายงานรายได้รวมอยู่ที่ 3.01 พันล้านหยวน +36% YOY (สูงกว่าคาด 5%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.06 หยวน +200% YOY (สูงกว่าคาด 74%) โดยได้แรงหนุนหลักจากความต้องการชิปที่แข็งแกร่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างมากสู่ระดับ 25.3% (ตลาดคาดที่ระดับ 21.4%) โดยเรายังคงแนะนำเก็งกำไรต่อเนื่องสำหรับ DR: SMIC23 และเป็น TOP PICK หุ้นจีนประจำไตรมาส 3 เนื่องจากบริษัทกำลังอยู่ในช่วงถูกปรับประมาณการกำไรขึ้นหลังจากที่เผยงบไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งและบริษัทส่งสัญญาณเติบโตต่อในช่วงครึ่งปีหลังจากการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น

 

THAIFOCUS
เศรษฐกิจไทย 2Q69 โตแผ่ว พร้อมความท้าทาย TECHNICAL RECESSION ในไตรมาส 3ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 (2Q69) อยู่ในสภาวะ "โตน้อย YOY ลดลง QOQ" โดยตัวเลข GDP +1.9%YOY แต่ -0.2%QOQ เมื่อเจาะลึกถึงเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจพบว่าปัจจัยภายในประเทศเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก
• การใช้จ่ายภาคเอกชน : ชะลอตัวลง ทั้งในกลุ่มสินค้าคงทน สินค้าไม่คงทน รวมถึงภาคบริการอย่างหมวดภัตตาคาร โรงแรม และการขนส่ง
• การใช้จ่ายภาครัฐ : มีการปรับตัวลดลง ทั้งจากการซื้อสินค้าและบริการ การโอนเพื่อสวัสดิการสังคมและค่าตอบแทนแรงงาน
• การลงทุนภาครัฐ : แม้การลงทุนของรัฐบาลกลางจะขยายตัว แต่ในภาพรวมกลับลดลงตามการชะลอตัวของการลงทุนจากรัฐวิสาหกิจ

ในขณะที่เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ภาคการค้าระหว่างประเทศกลับเป็นจุดเด่นที่ขยายตัวได้อย่างชัดเจนใน2Q69 โดยการส่งออกขยายตัวได้ดี +12.5%YOY มาจากกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีและยานยนต์เติบโตอย่างก้าวกระโดด นำโดย อุปกรณ์โทรคมนาคม (+129.0%), ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ (+65.5%), รถกระบะและรถบรรทุก (+55.8%) รวมถึงเครื่องจักรและผลิตภัณฑ์โลหะ (+23.1%) อย่างไรก็ตามมูลค่านำเข้าก็เยอะเช่นกัน โดยมีการนำเข้าชิ้นส่วนแผงวงจรพุ่งสูงถึง +131.8% แผ่นวงจรพิมพ์ (+79.8%) รวมถึงการนำเข้าน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นถึง+117.3%

 

ภาพตัวเลขนำเข้าที่เยอะกว่าส่งออก กดดันให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาสโดยเป็นการขาดดุล ทั้งดุลการค้าและดุลบริการซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่กระทบต่อค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงได้อีกทั้งจากตัวเลข GDP 2Q69 ที่ติดลบเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (-0.2% QOQ) ทำให้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงเกิด TECHNICAL RECESSION (GDP ติดลบต่อเนื่อง 2 ไตรมาส) ดังนั้น จะต้องผลักดันให้ GDP 3Q69 เติบโตให้ได้อย่างน้อย 2.2% (YOY) (บนสมมติฐานที่การเติบโตแบบ QOQ เท่ากับ 0%) ดังนั้นภาพรวมเศรษฐกิจไทยจึงอยู่ในช่วงบททดสอบของทั้งภาครัฐและเอกชนในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังเติบโตมากกว่าน

 

SYNAPSE STRATEGY
จับตาสัญญาณระมัดระวังใน NASDAQ ท่ามกลาง SET ทดสอบแนวต้าน และกลยุทธ์คัดหุ้นเด่นภาพรวมตลาดการลงทุนในช่วงนี้เริ่มมีสัญญาณของความเสี่ยงที่ก่อตัวขึ้น โดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐฯ ข้อมูลจากCFTC ล่าสุดชี้ให้เห็นถึงปริมาณการทำสถานะขายสุทธิ (NET SHORT) ในดัชนี NASDAQ100 ของกลุ่มนักเก็ง
กำไรที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยยอด NET SHORT พุ่งขึ้นจากระดับ 9.9K สัญญาณ ไปเป็น 42.9Kสัญญาณ (ณ วันที่ 11 ส.ค.69) หรือเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าตัวภายในช่วง 2 สัปดาห์ ถือเป็นสัปดาห์ที่มียอด NETSHORT สูงสุดของปีนี้ สะท้อนถึงมุมมองการป้องกันความเสี่ยงและความระมัดระวังต่อกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น


สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทย ภาพทางเทคนิคในระยะสั้นมีโอกาสสูงที่จะเผชิญกับแรงขายเมื่อดัชนีปรับตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้านสำคัญที่ 1,630 จุด แม้ว่าภาพรวมตลาดช่วงที่ผ่านมาจะสามารถปรับตัวบวกขึ้นได้ แต่เมื่อพิจารณารายบริษัท จะพบว่าแรงขับเคลื่อนหลักกระจุกตัวอยู่เพียงในหุ้นบางกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นแรง อาทิHANA, PLANB, CRC และ CK (แรงหนุนจากปัจัจยเฉพาะตัว หรืองบ 2Q69 ออกมาดี) ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางและไม่แข็งแกรงของตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้


ภายใต้สภาวะที่ SENTIMENT ฝั่งต่างประเทศมีความเสี่ยงปกคลุมและอัพไซด์ของดัชนีในประเทศเริ่มจำกัด กลยุทธ์การลงทุนจึงควรเน้นไปที่การคัดเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและมี VALUATION หรือโมเมนตัมที่น่าสนใจ (SELECTIVE BUY) ได้แก่

PTTEP : ได้อานิสงส์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวตอบรับความเสี่ยงในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น
CPF : แนวโน้มผลประกอบการ 2H69 ฟื้นตัวชัดเจนจากทิศทางราคาเนื้อสัตว์ที่ปรับขึ้น รวมถึงมีการจ่ายปันผลระหว่างกาลที่น่าสนใจ (0.45 บาท/หุ้น)
DELTA : คาดรายได้ 2H69 จะเติบโตเด่นจากยอดขายกลุ่ม AI และ DATA CENTER นอกจากนี้ ในเชิงเปรียบเทียบราคาหุ้น DELTA ไทยยังคงมีความน่าสนใจ เนื่องจากราคา LAGGARD หุ้นบริษัทแม่ที่ไต้หวันอยู่ถึง 17% ในช่วง2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้