14 ส.ค. 2569 12:14:43 13
LPN : การยอมลดอัตรากำไรทำให้ผลประกอบการพลิกเป็นขาดทุน
การระบายสินค้าคงเหลือทำให้ LPN พลิกเป็นขาดทุนLPN รายงานผลขาดทุนสุทธิ 2Q26 ที่ 21.3 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 12.3 ล้านบาทใน 2Q25 และ 0.4 ล้านบาทใน 1Q26 โดยผลประกอบการที่อ่อนแอสอดคล้องกับประมาณการของเราและ Bloomberg Consensus อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 16.5% เนื่องจากบริษัทเร่งระบายสินค้าคงเหลือในโครงการแนวราบ (Low-rise) ด้วยอัตรากำไรที่ต่ำมาก ซึ่งส่งผลกระทบมากกว่าปัจจัยบวกจากรายได้ที่เติบโต 33% รายได้รวมเพิ่มขึ้น 33% YoY และ 8% QoQ สู่ระดับ 2.0 พันล้านบาท โดยรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 36% YoY เป็น 1.2 พันล้านบาท และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 29% เป็น 820 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 40% YoY ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 16.5% ฝ่ายบริหารคาดว่าผลประกอบการใน 3Q26 จะมีภาพรวมใกล้เคียงกับ 2Q26 เราจึงคงคำแนะนำ “ขาย” สำหรับ LPN โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 1.30 บาท
ยอดโอนเพิ่มขึ้น แต่แลกมาด้วยอัตรากำไรที่ต่ำมากยอดโอนใน 2Q26 อยู่ที่ 1.19 พันล้านบาท ประกอบด้วยรายได้จากคอนโดมิเนียมประมาณ 940 ล้านบาท และโครงการแนวราบ 250 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการแนวราบเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5% ลดลงจาก 7.5% ใน 1Q26 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของคอนโดมิเนียมทรงตัวใกล้ระดับ 19% ยอดจองในช่วง 6M26 อยู่ที่ 3.28 พันล้านบาท คิดเป็น 41% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 8 พันล้านบาท โดยไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก Backlog ของคอนโดมิเนียมลดลงเหลือ 1.11 พันล้านบาท ขณะที่ Backlog จากโครงการที่อยู่อาศัยลดลงเหลือ 87 ล้านบาท สินค้าคงเหลือคอนโดมิเนียมพร้อมขายลดลงเหลือ 8.82 พันล้านบาท จาก 1.05 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2025
ครึ่งปีหลังขึ้นอยู่กับการเปิดตัว 3 โครงการใหม่ฝ่ายบริหารระบุว่าแนวโน้มผลประกอบการใน 3Q26 จะใกล้เคียงกับ 2Q26 โดยมีโอกาสกลับมามีกำไรได้ แต่ไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.05 บาทต่อหุ้น ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากสองปีก่อนหน้า บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 4.5 พันล้านบาท ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม 2 โครงการ และโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ 1 โครงการ โดยจะทยอยเปิดตัวในช่วง 3Q26 และ 4Q26 ด้านการลงทุนที่ดินยังคงถูกชะลอออกไป ส่งผลให้บริษัทเหลือที่ดินสำรองสำหรับพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพียง 1 แปลง บริเวณพระราม 3 หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงเหลือ 8.75 พันล้านบาท จาก 9.90 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2025 ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.94 เท่า
แรงกดดันด้านอัตรากำไรมีแนวโน้มต่อเนื่อง; คงคำแนะนำ “ขาย”ฝ่ายบริหารระบุว่าอัตรากำไรของโครงการแนวราบอาจลดลงต่ำกว่า 5% หากมีการเร่งระบายสินค้าคงเหลือเพิ่มเติม ขณะที่การทบทวนการด้อยค่าของสินค้าคงเหลือในแต่ละไตรมาสอาจนำไปสู่การตั้งสำรองเพิ่มเติม นอกจากนี้ ราคาขายของโครงการเปิดตัวใหม่ยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบอาจเปิดขายด้วยอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า 20% แม้ว่ารายได้ใน 1H26 จะคิดเป็น 57% ของประมาณการรายได้ปี 2026F ของเรา แต่บริษัทกลับรายงานผลขาดทุน เมื่อเทียบกับประมาณการกำไรทั้งปีของเราที่ 146 ล้านบาท ส่งผลให้ช่องว่างของกำไรที่ต้องสร้างในช่วง 2H26 ยังคงอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การปรับลดลงเพิ่มเติมของอัตรากำไร การตั้งสำรองด้อยค่าสินค้าคงเหลือ การตอบรับที่อ่อนแอต่อโครงการใหม่ที่มีแผนเปิดตัว ต้นทุนดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง และการลดลงของที่ดินสำรองสำหรับพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็น ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดมา ก็แเดง หุ้นไทย ก็แดง เขียว สลับไปมา ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย .....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์