สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (6 สิงหาคม 2569 ) ---- บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)ADVANC เปิดเผยว่า ในปี 2569 คาดว่ารายได้จากการให้บริการหลักจะเติบโตประมาณร้อยละ 3 ถึง 5 โดยมีแรงสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจดิจิทัล อย่างไรก็ดี ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทาง เศรษฐกิจโดยรวมยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว บริษัทยังคงดำเนินงานภายใต้ความระมัดระวัง ต่อแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี เนื่องจากความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจมหภาคและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค แม้ว่าจะมี ปัจจัยสนับสนุนในระยะสั้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐก็ตาม บริษัทยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีวินัย โดยให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับ การยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า และจะติดตามพัฒนาการของสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับกลยุทธ์และบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม ต่อไป
การเติบโตในกลุ่มลูกค้าผู้บริโภค (B2C) คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากการใช้งานข้อมูลที่สูงขึ้น การใช้งาน 5G ที่เติบโตขึ้น และจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูง เอไอเอสจะยังคงมุ่งเน้นยกระดับมูลค่าแก่ลูกค้า ผ่านการส่งเสริมการขายสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศของบริษัท ต่อยอดการนำเสนอบริการมูลค่าเพิ่ม อาทิ คอนเทนต์ ด้านความบันเทิงจากความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก แพ็กเกจคอนเทนต์กีฬา รวมถึงแพ็กเกจ PlayAll ที่เปิดตัวใหม่ สมาร์ทโฮมโซลูชัน และการเชื่อมต่อ IoT นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าจะ ดำเนินการรวมธุรกิจกับ TTTBB ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และขยายโอกาสในการขายสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง
ในกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร B2B การตัดสินใจลงทุนของลูกค้าอาจจะยังมีความระมัดระวังท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การเติบโตยังคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ของปี 2569 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการบริการโครงข่ายการเชื่อมต่อ ได้แก่ Enterprise Data Services (EDS), คลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ โดยคาดว่า การเร่งปรับตัวสู่การทำงาน ดิจิทัลขององค์กร การใช้งาน 5G ในภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนานวัตกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจลูกค้าองค์กรในระยะยาว
คาดการณ์กำไร EBITDA เติบโตประมาณร้อยละ 2 ถึง 4 ตามการเติบโตของรายได้ ขณะที่บริษัทให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาว ในปี 2569 การเติบโตของกำไร EBITDA จะสอดคล้องกับการเติบโตของรายได้และกำไรจากการอุปกรณ์ที่ขยายตัวขึ้น ร่วมกับการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่ แน่นอน อย่างไรก็ตามการเติบโตของกำไร EBITDA คาดว่าจะถูกชดเชยบางส่วนจากค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 อันเป็นผลจากการลงทุนในโครงข่ายและระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาว รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการบริหารที่อาจเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในช่วงท้ายป
นอกจากนี้ การลงทุนธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) คาดว่าจะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งด้านแพลตฟอร์ม และกระจายที่มาของรายได้ในอนาคตนอกเหนือจากบริการ โทรคมนาคมแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตามการลงทุนดังกล่าวอาจส่งผลกดดันต่อ EBITDA ในระยะแรก โดย เอไอเอส คาดว่าธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาจะสามารถเริ่มสร้างผลกำไรได้ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป
ตั้งเป้างบลงทุนระหว่าง 30,000 ถึง 35,000 ล้านบาท เพื่อรักษาสถานะผู้นำโครงข่าย สอดคล้องกับความต้องการการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้นและสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตอย่าง ยั่งยืนในระยะกลาง
เงินลงทุนดังกล่าวจะสะท้อนการลงทุนรอบใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของการใช้งานข้อมูลและการตั้งเป้าหมายการเป็นผู้นำด้านคุณภาพโครงข่ายในระยะยาว โดยการเพิ่มขึ้นของ งบลงทุน เมื่อเทียบกับปีก่อน จะเป็นการลงทุนในโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายขีดความสามารถและความครอบคลุมของโครงข่ายเพื่อรองรับการเติบโตอย่าง ต่อเนื่องของการใช้งาน 5G และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การคงความเป็นผู้นำด้านโครงข่ายจะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเอไอเอสและลูกค้า และ สนับสนุนการเติบโตของ ARPU ในระยะยาว ทั้งนี้เอไอเอสจะยังคงติดตามแนวโน้มความต้องการใช้งานอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางภาวะความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง พร้อมทั้งบริหารงบลงทุน อย่างมีวินัยและยืดหยุ่นตามความเหมาะสม
ควบคู่กันนี้ การลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหลัก (Core IT systems) รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ความคล่องตัวในการให้บริการ และ ส่งเสริมความสามารถในการขยายตัวในระยะยาว โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรากฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งและสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้แก่ลูกค้า
สำหรับโครงสร้างการจัดสรรเงินลงทุนคาดว่าจะประกอบด้วย การลงทุนในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ประมาณร้อยละ 55 ถึง 60 ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงประมาณร้อยละ 20 ธุรกิจลูกค้าองค์กร ประมาณร้อยละ 10 และระบบ IT รวมถึงรายการอื่น ๆ ประมาณร้อยละ 15 ทั้งนี้เอไอเอสคาดว่างบลงทุนจะอยู่ที่ระดับประมาณ 15% ของรายได้รวมในระยะกลาง