Today’s NEWS FEED

News Feed

"ADVANC" ออกหุ้นกู้ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โชว์แกร่งบริหารการเงินหนุนโต

95

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (12 มีนาคม 2569 )-----ท่ามกลาง  สถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดวิกฤติพลังงาน ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้น    ตลอดจนสงครามการค้า  การตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐฯ  กระทบเศรษฐกิจทั่วโลก  ในแง่ของการลงทุน "หุ้นกู้ หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยภาคเอกชนเพื่อกู้ยืมเงินระยะยาว" นับว่าเป็นทางเลือกเหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนแต่ได้รับความเสี่ยงน้อยกว่าตราสารทุน   โดยนักลงทุนควรมุ่งเน้นหุ้นกู้คุณภาพสูง


ทั้งนี้ ล่าสุด ADVANC ออกหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐ มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ  (ราว 31,000 ล้านบาท) ให้ผู้ลงทุนในต่างประเทศ  โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่ อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.26% และอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.894%  จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์

ความน่าสนใจคือ  บริษัทจะเข้าทำสัญญา Cross Currency Swap เพื่อแปลงภาระผูกพันทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาของหุ้นกู้ทั้งจำนวนเป็นสกุลเงินบาทเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยในอนาคต รวมทั้งรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับเดียวกันกับแหล่งกู้ยืมภายในประเทศ เพื่อรักษาต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของบริษัทให้ใกล้เคียงปัจจุบันที่อัตราโดยประมาณ 2.7% ถึง 2.8% ทั้งนี้ หุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Standard & Poor’s Rating Services (S&P) ที่ระดับ BBB+ ซึ่งเป็นอันดับเครดิตในระดับ Investment Grade สะท้อนถึงสถานะทางการเงินและความสามารถในการชำระคืนหนี้ของบริษัทที่มีความมั่นคงสูง โดยภายหลังการออกหุ้นกู้ เอไอเอสยังคงมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ในระดับไม่เกิน 2.5 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่ยังคงแข็งแกร่ง และมีความสามารถในการชำระคืนหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคต

ขณะที่มูลค่าการออกหุ้นกู้สกุลดอลล่าร์สหรัฐสูงที่สุดในบริษัทโทรคมนาคม (ไม่รวมญี่ปุ่น) ตั้งแต่ปี 2563   ด้านอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับถือว่ามี Credit spread ที่ต่ำที่สุดสำหรับการออกหุ้นกู้สกุลดอลล่าร์สหรัฐที่ออกโดยบริษัทในประเทศไทย และบริษัทโทรคมนาคมในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ที่มีอันดับเครดิตระดับเดียวกัน

อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับถือว่ามี Credit spread ต่ำที่สุดในรอบ 31 ปีสำหรับหุ้นกู้สกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีในกลุ่มบริษัทโทรคมนาคมในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ที่มีอันดับเครดิตระดับเดียวกันซึ่งเป็นผลจากฐานะทางการเงินและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งของเอไอเอส อีกทั้งยังช่วยกระจายแหล่งเงินทุนสู่ตลาดต่างประเทศ เพิ่มความหลากหลายของฐานนักลงทุนตราสารหนี้ และเสริมความยืดหยุ่นในการบริหารกระแสเงินสด โดยบริษัทยังได้ให้ความสำคัญกับการบริหารด้านการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อเสริมสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคง พร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน”



นายธีร์ สีอัมพรโรจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ADVANC   เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 บริษัทฯ ได้ดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิ ซึ่งได้เสนอขายให้กับผู้ลงทุนในต่างประเทศ จำนวนรวม 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 31,000 ล้านบาท) เพื่อใช้สำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัทฯ ซึ่ง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การชำระหนี้และการให้กู้ยืมแก่บริษัทในกลุ่ม โดยหุ้นกู้นี้จดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX-ST) แบ่งออกเป็นสองรุ่นได้แก่

(1) หุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิ จำนวน 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (US$600,000,000 4.260 per cent. Notes due 2031) (ประมาณ 18,600 ล้านบาท) ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.260 ต่อปี โดยมีอายุ 5 ปี วันครบ กำหนดไถ่ถอนวันที่ 4 มีนาคม 2574 และ

(2) หุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิ จำนวน 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (US$400,000,000 4.894 per cent. Notes due 2036) (ประมาณ 12,400 ล้านบาท) ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.894 ต่อปี โดยมีอายุ 10 ปี วันครบ กำหนดไถ่ถอนวันที่ 4 มีนาคม 2579


"บริษัทฯ  ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐ (USD Bond) มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมียอดจองซื้อเข้ามากว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกินจำนวนเสนอขายกว่า 5 เท่า ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่มี Credit Spread ต่ำที่สุดสำหรับการขายหุ้นกู้สกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ ที่ออกโดยบริษัทจากประเทศไทยและบริษัทโทรคมนาคมในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ที่มีอันดับเครดิตระดับเดียวกัน และต่ำที่สุดในรอบ 31 ปีสำหรับหุ้นกู้สกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีในกลุ่มบริษัทโทรคมนาคมในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ที่มีอันดับเครดิตระดับเดียวกัน แสดงถึงความแข็งแกร่งด้านฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดของเอไอเอส การออกขายหุ้นกู้ดังกล่าวยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ด้วยการขยายฐานนักลงทุนสู่ตลาดทุนต่างประเทศ เปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันในยุโรปและเอเชียเข้าร่วมลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการเป็นบริษัทโทรคมนาคมดิจิทัลชั้นนำ ด้วยศักยภาพการเติบโตและความแข็งแกร่งทางการเงินของเอไอเอสที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล"  นายธีร์ กล่าว 


นายธีร์  กล่าวเพิ่มเติมว่า  “การออกหุ้นกู้ครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการบริหารโครงสร้างเงินทุนให้สอดคล้องกับแผนการลงทุนและทิศทางธุรกิจ พร้อมรองรับการขยายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

 
ขณะเดียวกันหลังจากการออกขายหุ้นกู้ในครั้งนี้บริษัทฯ จะมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไร EBITDA (Net Debt to EBITDA) ในระดับไม่เกิน 2.5 เท่า ทำให้บริษัทฯ ยังคง ความสามารถบริหารการเงินได้อย่างยืดหยุ่นเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคต


เอไอเอส ในฐานะบริษัทโทรคมนาคมดิจิทัลชั้นนำ ได้ขยายตัวจากการเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม เข้าสู่การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล “Intelligent Digital Infrastructure” ครอบคลุมการขยายโครงข่าย 5G อินเทอร์เน็ตบ้าน รวมทั้งการลงทุนในธุรกิจใหม่อย่างดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และบริการดิจิทัล ซึ่งมุ่งตอบโจทย์ทั้งลูกค้า B2C และ B2B ที่เร่งเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล


การเสนอขายหุ้นกู้สกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ ในจำนวนเทียบเท่า 31,000 ล้านบาทในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศเป็นอย่างดี สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของเอไอเอสที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล


 การออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการบริหารโครงสร้างเงินทุนของบริษัทฯ ให้ สอดคล้องกับแผนการลงทุนและทิศทางการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนเป็นการกระจายแหล่งเงินทุนไปยังตลาดต่างประเทศ เพิ่มความหลากหลายของฐานนักลงทุนตราสารหนี้ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการบริหารกระแสเงินสดของบริษัทฯ สำหรับปี 2569 บริษัทฯ มีแผนลงทุนรวมประมาณ 30,000 – 35,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมุ่งพิจารณาการ ลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจใหม่ อาทิ ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และบริการดิจิทัล ซึ่งเป็นการวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว

 



ขณะที่ นายวทัญ จิตต์สมนึก นักกลยุทธ์   บริษัท หลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)   ให้ความเห็นว่าการที่   ADVANC ได้ประกาศออกหุ้นกู้สกุลต่างประเทศมูลค่าราวๆ 3.2 หมื่นล้านบาท (1,000 เหรียญสหรัฐ) สาเหตุส่วนหนึ่งเชื่อว่าบริษัทต้องการเงินลงทุนให้กับโครงการใหญ่ๆในอนาคต อาทิเช่น Data Center รวมไปถึงเก็บเป็นสภาพคล่องเพิ่มเติม เพราะในช่วง เม.ย. ADVANC อาจจะต้องจ่ายเงินสดก้อนใหญ่ราวๆ 8 หมื่นล้านบาท หากไปดูผลประกอบการรายปี 2025 พบว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท เงินสดจากกิจกรรมการลงทุนอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท ทำให้บริษัทจะเหลือกระแสเงินอิสระที่ 7.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากไม่นำเงินสดจากงบดุลมาก็อาจจะไม่เพียงพอกับปันผลจ่าย แต่หากใช้เงินสดจากงบดุลมากจนเกินไปก็อาจรบกวนกับการลงทุนต่างๆในอนาคต 

การเพิ่มสภาพคล่องบางส่วนให้กับบริษัทจึงเป็นกลยุทธ์ที่ต้องทำ แม้อาจมีความกังวลเกี่ยวกับภาระดอกเบี้ยจ่ายแต่ ADVANC ระบุชัดเจนว่าการกู้ครั้งนี้บริษัทจะเข้าทำสัญญา Cross Currency Swap เพื่อแปลงภาระผูกพันทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตลอดจนอายุสัญญาของหุ้นกู้ทั้งจำนวนเป็นสกุลเงินบาทเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยในอนาคต รวมถึงรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับเดียวกับแหล่งกู้ในประเทศ (2.7-2.8%) หุ้นกู้อันดับดังกล่าวได้รับการจัดอันดับอยู่ในช่วง BBB+ จาก S&P จัดเป็นระดับ Investment Grade และแม้จะออกหุ้นกู้ครั้งนี้แต่ระดับ Net Debt / EBITDA ยังไม่เกิน 2.5x สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารการเงินของบริษัทที่ยืดหยุ่นเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต




---จบ----

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

ฝ่า1,600จุด By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง มองหุ้นไทย คงใช้หุ้นใหญ่ ไม่กี่ตัว ตีฝ่า วงล้อม ให้ ฝ่าดัชนีตลาดไปที่ 1,600 จุด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้