Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

78


ช่วงสั้นเบาใจ แต่...ความเสี่ยงยังค้างคา

HORIZON MARKET VIEW
• ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มผ่อนคลาย หลังอิหร่านเผยการหารือกับโอมานเพื่อจัดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความคืบหน้า ขณะที่ TRUMP ระบุว่าการเจรจาอาจได้ข้อสรุปภายใน 1–2 วัน แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด จึงยังต้องติดตามความเสี่ยงการปะทะอย่างใกล้ชิด
• เศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแข็งแกร่งต่อเนื่อง หลังดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ก.ค.อยู่ที่ 55.6 ขยายตัวเร็วที่สุดในรอบกว่า 4 ปี สะท้อนการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อ การผลิตการจ้างงาน และการส่งออก อย่างไรก็ตาม แรงกดดันเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยที่อาจทำให้FED มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้
• สหรัฐฯ ส่งสัญญาณลดความผันผวนของเงินเยน ทำให้ตลาดคาดการณ์โอกาสเกิดการแทรกแซงค่าเงินร่วม จับตาความกังวลต่อ YEN CARRY TRADE


REGION RADAR
• PALANTIR (PLTR US) เผยรายได้รวมอยู่ที่ $1.93 พันล้าน +93%YOY (สูงกว่าคาด 7%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $0.41 +156% YOY (สูงกว่าคาด 18%) หนุนจากรายได้จากรัฐบาลที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะรายได้จากรัฐบาลสหรัฐฯ แนะนำเก็งกำไร DR: PLTR06
• ALIBABA (9988 HK) เปิดตัวโมเดล AI “QWEN 3.8 MAX” โดยภาพรวมมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าโมเดล AI จากทางสหรัฐฯ อย่างCHATGPT และ GEMINI อีกทั้งมีประสิทธิภาพเทียบเคียงโมเดล AIเบอร์ 1 ของโลกอย่าง CLAUD

 

THAI FOCUS

• รมว.คลัง ผลักดันกองทุน TISA ภายใน ก.ย.69 เพื่ออุดช่องว่างการออมระยะยาวเพื่อการเกษียณของคนชั้นกลางและผู้มีรายได้น้อย จะให้วงเงินลดหย่อนที่6 แสนบาทต่อปีไม่มีตัวคูณเพิ่มเติม
• แม้วงเงินลดหย่อนจะลดลง แต่หวังเม็ดเงินสลับเข้าสู่หุ้นขนาดใหญ่ที่พื้นฐานแข็งแกร่ง จ่ายปันผลสม่ำเสมอ และดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG(ESG RATING สูงๆ) อาทิ กลุ่มธพ. BBL KTB KBANK SCB, กลุ่มพลังงาน PTT GULF BGRIM, กลุ่มสื่อสาร ADVANC, กลุ่มอาหารค้าปลีก CPALL CRC BJC CPF และกลุ่ม รพ. BDMS PR9

 

SYNAPSE STRATEGY

• กำไรไตรมาส 2/69 ของ NASDAQ ออกมาดีกว่าคาดถึง 57% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (เช่น AMZN, GOOGL) ทำให้มีการปรับเป้ากำไรขึ้น ส่งผลให้ค่า P/E ถูกลงเหลือเพียง 24 เท่า ทำให้เกิดแรงขายสุทธิในตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงไทย (ไหลออก 48 ล้านเหรียญฯ)
• กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ SELECTIVE BUY ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว MAJOR รายได้หนังฟื้นตัวจากหลายเรื่อง BDMS ผลประกอบการครึ่งปีหลังโตเด่น CPALL รับอานิสงส์จากนโยบายรัฐบาล4 แสนล้านบาท


HORIZON MARKET VIEW
ความหวังกับความเสี่ยง (ที่ยังอยู่)
วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นราว 1.3% - 2.1% จากปัจจยแวดล้อมมีความกังวลผ่อนคลายลง แต่อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงที่ยังต้องจับตาอยู่ รายละเอียดดังต่อไปนี้

ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มผ่อนคลาย หลังอิหร่านเผยการหารือกับโอมานเพื่อจัดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความคืบหน้า ช่วยเพิ่มความหวังต่อการขนส่งน้ำมันและการค้าโลก แม้อิหร่านยืนยันว่าไม่ใช่การเจรจากับสหรัฐฯ ขณะที่ TRUMP ระบุว่าการเจรจาอาจได้ข้อสรุปภายใน 1–2 วัน แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด จึงยังต้องติดตามความเสี่ยงการปะทะอย่างใกล้ชิด

เศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแข็งแกร่งต่อเนื่อง หลังดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ก.ค. อยู่ที่ 55.6 สูงกว่าคาด53.9 และขยายตัวเร็วที่สุดในรอบกว่า 4 ปี สะท้อนการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อ การผลิต การจ้างงาน และการส่งออกอย่างไรก็ตาม แรงกดดันเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ FED มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีน

อีกประเด็นที่ตลาดจับตาคือความร่วมมือด้านค่าเงินระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น หลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณลดความผันผวนของเงินเยน ทำให้ตลาดคาดการณ์โอกาสเกิดการแทรกแซงค่าเงินร่วม รวมถึงความเป็นไปได้ที่ทั้ง FEDและ BOJ อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน หากแรงกดดันเงินเฟ้อยังสูง ขณะที่นโยบายการคลังของ SANAETAKAICHI อาจกดดันเงินเยนเพิ่มเติม แม้ความกังวลต่อ YEN CARRY TRADE ยังต่ำกว่าปี 2024 แต่ยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามหากเงินเยนกลับมาแข็งค่าอย่างรวดเร็ว

 

REGION RADAR
PALANTIR ปรับเพิ่มการเติบโตของรายได้และกำไรปีนี้ขึ้น
PALANTIR (PLTR US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ $1.93 พันล้าน +93% YOY (สูงกว่าคาด 7%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $0.41 +156% YOY (สูงกว่าคาด18%) หนุนจากรายได้จากรัฐบาลที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะรายได้จากรัฐบาลสหรัฐฯ +90% YOY จากความร่วมมือกับทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อีกทั้งรายได้จากภาคเอกชนมีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี 2026 โดยคาดรายได้อยู่ที่ $8.15-$8.16 พันล้าน (จากเดิม $7.65-$7.66)และคาดกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ $4.89-$4.90 พันล้าน (จากเดิม $4.44-$4.45 พันล้าน) จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ PALANTIR เรามีมุมมองเชิงบวกต่อทั้งกลุ่ม DEFENSE โดยชอบ DR: PALANTIR ในด้าน DEFENSE SOFTWARE และ DR: LMT03 เนื่องจากเป็นผู้นำในด้านการผลิต MISSILE ในสหรัฐฯ และBACKLOG แข็งแกร่ง

 

ALIBABA เปิดตัว “QWEN 3.8 MAX”
ALIBABA (9988 HK) ประกาศเปิดตัวโมเดล AI “QWEN 3.8 MAX” โดยบริษัทระบุว่า QWEN 3.8-MAX มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในด้านการให้เหตุผล การเขียนโค้ด ความสามารถของ AI AGENT และการทําความเข้าใจข้อมูลหลายรูปแบบ พร้อมทั้งมีต้นทุนการประมวลผลที่ต่ํากว่ารุ่นก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าโมเดล AI จากทางสหรัฐฯ อย่าง CHATGPT และ GEMINI อีกทั้งมีประสิทธิภาพเทียบเคียงโมเดล AI เบอร์ 1 ของโลกอย่าง CLAUDE แนะนำเก็งกำไร DR: BABA80 จากการเปิดตัวโมเดล AI “QWEN 3.8 MAX” และแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ฟื้นตัวจากผลขาดทุนธุรกิจส่งอาหารที่ลดลง


THAIFOCUS
TISA เตรียมคลอด ก.ย.69 หุ้นอะไรน่าลงทุนบ้าง
รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง(ดร.เอกนิติ) เตรียมผลักดันกองทุน TISA (THAILAND INDIVIDUAL SAVINGACCOUNT) ภายใน ก.ย.69 โดยมีเป้าหมายเพื่ออุดช่องว่างการออมของคนชั้นกลางและผู้มีรายได้น้อย และคาดว่าจะปรับมาใช้วงเงินลดหย่อนที่ 600,000 บาทต่อปี(ครอบคลุม หุ้น ตราสารหนี้ และกองทุนรวม) และไม่มีตัวคูณที่เพิ่มลดมูลค่าลดหย่อน ซึ่งต้องติดตามการประกาศเหณฑ์ของโครงการอีกครั้งหนึ่งซึ่งคาดว่าจะออกมาในเร็ววันเมื่อนโยบายภาครัฐชัดเจนขึ้น กลยุทธ์การลงทุนแนะนำสะสมหุ้นกลุ่มปันผลสูงที่มีหุ้น ESG เนื่องจากเงื่อนไขของTISA เน้นการลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณ เม็ดเงินจากรายย่อยและกองทุนจะไหลเข้าสู่หุ้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานแกร่ง จ่ายปันผลสม่ำเสมอ และมีการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG(ESG RATING สูงๆ) อาทิกลุ่มธพ. BBLKTB KBANK SCB, กลุ่มพลังงาน PTT GULF BGRIM, กลุ่มสื่อสาร ADVANC, กลุ่มอาหาร-ค้าปลีก CPALLCRC BJC CPFและกลุ่ม รพ. BDMS PR9

 

SYNAPSE STRATEGY
ผลประกอบการ MAG-7 สหรัฐฯ พุ่งแรง หนุนเงินทุนไหลออกจากฝั่งเอเชีย
บริษัทในดัชนี NASDAQ ที่ประกาศผลประกอบ 2Q69 มาแล้ว 682 บริษัท พบว่ามีกำไรออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึง 57% โดยเฉพาะกลุ่ม CONSUMER DISCRETIONARY (+165%), COMMUNICATIONS (+118%) และTECHNOLOGY (+25.64%) ซึ่งหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง AMAZON (AMZN) ประกาศกำไรสูงกว่าคาด+214% และ ALPHABET (GOOGL) สูงกว่าคาด +213% หนุนให้ประมาณการ EPS ของ NASDAQ ถูกปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ VALUATION หรือ P/E RATIO ปัจจุบันถูกลงเหลือเพียงประมาณ 24 เท่า ทำให้ตลาดหุ้นNASDAQ มีความน่าสนใจมากขึ้น

ดังนั้น วานนี้จึงเริ่มเห็นนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในภูมิภาคเอเชียและโยกกลับไปฝั่งสหรัฐฯมากขึ้น โดยเฉพาะในเอเชียเหนือ เช่น ไต้หวัน (-592 ล้านเหรียญฯ) และ เกาหลีใต้ (-2119 ล้านเหรียญฯ) ส่วนกลุ่ม TIP (ไทย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์) อินโดนีเซียมีเงินไหลออกสุทธิ -39 ล้านเหรียญฯ, ไทยไหลออก 48 ล้านเหรียญฯ และฟิลิปปินส์ไหลเข้า1 ล้านเหรียญฯ

 

ดังนั้นหุ้นที่น่าสนใจในช่วงนี้ คงเน้นกระแส BOX OFFICE CYCLE หลังหนังฟอร์มยักษ์อย่าง THE ODYSSEY ที่เข้าฉาย ช่วยผลักดันยอดขายตั๋ว (BOX OFFICE), เพิ่มจำนวนคนเข้าโรงหนัง และกระตุ้นรายได้อาหาร/เครื่องดื่ม(F&B) รวมทั้งโฆษณา ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุน (SENTIMENT) ในหุ้นกลุ่มโรงภาพยนตร์ปรับตัวดีขึ้น หุ้นโรงภาพยนตร์ต่างประเทศและในไทยปรับตัวขึ้นโดดเด่นตั้งแต่หนังเข้าฉาย ได้แก่ AMC US +37.7% MCS US+36.2% IMAX US +30.9% CNK US +26.9% MAJOR TB (ไทย) +9.8%


ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนเลือกลงทุนแบบเจาะจง (SELECTIVE BUY) ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เพื่อทำกำไรจากรอบการแกว่งตัวของตลาดในระยะสั้น TOPPICKS เลือก
MAJOR : รับอานิสงส์จากตัวเลข BOX OFFICE ที่ฟื้นตัว และมี UPSIDE จากโอกาสการตัดหุ้นคืน
BDMS : แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลัง (2H69) ดีกว่าครึ่งปีแรก และราคาหุ้นยังมี UPSIDE
CPALL : คาดกำไรทยอยยกระดับขึ้นตามนโยบายรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ (พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท)

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้