สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(24 กรกฎาคม 2569)----------สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
• เงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 15 เดือน ก่อนฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนท้ายสัปดาห์
เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ตามทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย แต่สวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง (โดยเฉพาะบริเวณทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ) ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงโจมตีตอบโต้กัน ทำให้สัญญาณการกลับมาเจรจาจากทั้ง 2 ฝ่ายยังไร้ความคืบหน้า นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการที่ตลาดประเมินว่า ราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นในช่วงนี้ อาจทำให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
เงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 15 เดือนที่ 33.868 บาทต่อดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ และราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่ขยับขึ้นไปแตะ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ตามแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชันก่อนการประชุมเฟด ประกอบกับมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก (สวนทางราคาน้ำมันที่ย่อตัวกลับมา)
• ในวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.61 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (17 ก.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 20-24 ก.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 6491 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทยที่ 10,155 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 10,151 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 4 ล้านบาท)
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 27-31 ก.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมเฟด (28-29 ก.ค.) ผลการประชุม BOE (30 ก.ค.) BOJ (31 ก.ค.) สถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัด และรายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนมิ.ย. ของไทย
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมิ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 (Advance Est.) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตาม PMI เดือนก.ค. ของจีน ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 และเงินเฟ้อเดือนก.ค. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน