Today’s NEWS FEED

News Feed

DELTA แจง Q2/69 กำไรสุทธิโตสูง 31.3% จากปีก่อน หลังยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐาน , AI แกร่ง

176

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 24 กรกฎาคม 2569 ) --- บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) DELTA เปิดเผยผลการดำเนินงานใน ไตรมาสสอง (เม.ย. – มิ.ย.) ของปี 2569 ตามงบการเงินรวมฉบับสอบทานสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยสรุปดังนี้


ยอดขายสินค้าและบริการในไตรมาสนี้อยู่ที่ 65,191 ล้านบาท ส่งมอบการเติบโตในระดับสูงร้อยละ 46.5 จากไตร มาสเดียวกันของปีก่อน และปรับตัวดีขึ้นร้อยละ 6.2 จากไตรมาสที่แล้ว โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักในสายธุรกิจเพาเวอร์ อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ยังคงมีโมเมนตัมการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง หนุนโดย อุปสงค์ที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เกิดจากการนำ AI ไปใช้งานในวงกว้าง ก่อให้เกิดการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อการประมวลผลสมรรถนะสูง โดยกลุ่มผู้นำใน อุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่างเร่งเดินหน้าเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ AI อย่างต่อเนื่อง ส่งผลถึงปริมาณคำสั่งซื้อจำนวนมากทั้ง ระบบกำลังไฟ ระบบระบายความร้อนและการบริหารจัดการพลังงานดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานด้าน เครือข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติภาคอุตสาหกรรม และโซลูชั่นอาคารอัจฉริยะ ล้วนมี แนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มพลังงานยานยนต์ไฟฟ้ายังเผชิญสภาวะความผันผวนของอุปสงค์ในตลาดโลกทำ ให้ยอดขายยังคงอ่อนตัว ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เร่งขยายกำลังการผลิต และเปิดใช้งานอาคารโรงงานใหม่สองแห่งที่นิคม อุตสาหกรรมบางปูในไตรมาสนี้ เพื่อรองรับแนวโน้มรายได้ขาขึ้น พร้อมคงมุมมองธุรกิจเชิงบวกบนหลักความระมัดระวัง เพื่อสร้างเสถียรภาพในการดำเนินงาน ภายใต้ปัจจัยมหภาคที่กดดันห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี รวมถึง แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อ และราคาพลังงาน

 

กำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ มีจำนวน 17,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 57.2 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ ปรับตัวลดลงร้อยละ 10.3 จากไตรมาสที่แล้ว โดยบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้เกิดอุปสรรค ในการขับเคลื่อนแผนการผลิต อันส่งผลถึงปริมาณสินค้าคงคลังที่ไม่สมดุลจากการผลิตและส่งมอบให้กับลูกค้าได้ไม่ เต็มที่ โดยภาพรวมอัตรากำไรไตรมาสนี้มีปัจจัยกดดันจากราคาต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น และมีการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง เพิ่มเติม รวมถึงสัดส่วนการขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์มีอัตรากำไรต่างจากไตรมาสก่อน ทั้งนี้ บริษัทฯ เร่งบริหารจัดการ ห่วงโซ่อุปทานเพื่อบรรเทาสถานการณ์ ซึ่งคาดว่าจะมีแนวโน้มคลี่คลายในไตรมาสถัดไป

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมการวิจัยและพัฒนา) มีจำนวน 11,354 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.2 จาก ไตรมาสที่แล้ว และปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 88.8 จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุจากค่าสิทธิจ่ายเพิ่มสูงขึ้นสอดคล้องกับการ ผลิตและแนวโน้มการขายสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีจากสิทธิบัตรของบริษัทแม่ในไต้หวัน ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีบันทึก ค่าใช้จ่ายด้านการขายในส่วนภาษีศุลกากรภายใต้การเรียกเก็บของรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลให้บริษัทฯ เกิดค่าใช้จ่ายอากร เพื่อส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลงร่วมกันในการเรียกเก็บคืนจากลูกค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งจำนวนเงินส่วนนี้จะถูก บันทึกในรายได้ตามหลัก IFRS นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสนี้เพื่อรองรับการผลิตและ ส่งมอบสินค้าปริมาณสูงตามความต้องการของลูกค้า ส าหรับค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้นตามทิศทางเชิงกล ยุทธ์เพื่อขยายขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนการบริหารได้ ดี ส่งผลให้มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายประเภทดังกล่าวต่อรายได้รวมลดลงจากปีที่แล้ว


กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้ มีจำนวน 6,114 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรร้อยละ 9.4 ซึ่งลดลงจากร้อย ละ 11.4 ของงวดเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงอุปสรรคด้านการขาดแคลนวัตถุดิบส่งผลต่อต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการบันทึกรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงอาคาร โรงงาน พร้อมรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 526 ล้านบาท รายได้ค่าสิทธิ 388 ล้านบาท ร่วมกับรายได้ชดเชยการผิด สัญญาทางการค้าและรายได้อื่น ๆ รวมทั้งบันทึกประมาณการหนี้สินภาษีส่วนเพิ่ม 1,032 ล้านบาท ตามกฎการคำนวณ ภาษีเงินได้เสาหลักที่สอง (Pillar Two model rule) ที่ริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 6,075 ล้านบาท เติบโตสูงร้อยละ 31.3 จากปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ ร้อยละ 9.3 และกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.49 บาท เทียบกับ 0.37 บาทต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

น้ำมันแพง By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง มองเห็นราคาน้ำมันในตลาดโลก พุ่งต่อเนื่อง เกมหุ้น ก็ต้องหุ้นพลังงาน โรงไฟฟ้า ปิโตร ....

รายงานพิเศษ : มหากาพย์คฤหาสน์ ตัน ภาสกรนที และภรรยา ... ศาลฎีกา สั่งรื้อถอนฯ

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ นำเสนอมหากาพย์คฤหาสน์ของ “ตัน ภาสกรนที” และภรรยา...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้