Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

33

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 23 ก.ค.69 ปิด +1.69 จุด อยู่ที่ 1,641.03 จุด มูลค่าการซื้อขาย 86,809 ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,891 ลบ. รายย่อยซื้อ 1,194 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 227 ลบ. และสถาบันขาย 2,858 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 3,160 ลบ. โดยมียอดซื้อ BBL,TOP,KTB,KKP,PTTEP และยอดขาย DELTA,GULF,SCB,AOT,HANA มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,451 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น E1VFVN3001,BH,SPALI โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 3,475 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 80,172 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 5,716 ลบ..

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.97%, S&P500 -1.21%, Nasdaq -2.15% นำโดยกลุ่มบริการสื่อสาร -5.2%, สินค้าฟุ่มเฟือย -5.12% หลังกลุ่มฮูตีได้ยิงเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำบริเวณช่องแคบในทะเลแดง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นอยู่ที่ $100.69/บาร์เรล และ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 83% & เดิม 68% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. ส่งผลให้ US Bond Yield 10 ปี วานนี้ปรับขึ้นสูงสุดที่ 4.715% ซึ่งเป็นผลลบต่อหุ้นกลุ่ม Growth โดยเม็ดเงินสลับไปเข้ากลุ่มอุต ฯ +1.7%, บริการสุขภาพ +1.3% โดย Alphabet -7% หลังบริษัทปรับเพิ่มงบ Capex ปีนี้จากเดิมที่ 1.8 – 1.9 แสน ล.ดอลลาร์ เป็น 1.95 – 2.05 แสน ล.ดอลลาร์ ส่วน Tesla -14.5% หลังรายงานกำไร Q2/69 ต่ำกว่าคาด กอปรกับกระแสเงินสดอิสระติดลบ สัปดาห์หน้าติดตามผลการประชุมเฟดวันที่ 29 ก.ค. ซึ่งตลาดคาดยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75%, US GDP Q2/69 , US PCE มิ.ย. และการรายงานงบของ MSFT, Meta Platform, Apple, Amazon
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 -1.18% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี -2.9% หลัง STMicroelectronics -17.7% ปรับลดคาดการณ์รายได้ Q3 นี้ลง และ BESI -7.3% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +1.54% ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ส่วนผลการประชุม ECB มีมติคงดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 2.25% แต่ถ้อยแถลงของ ปธ. ECB บ่งชี้มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. สัปดาห์หน้าติดตาม CPI ยูโรโซน ก.ค.      
  • ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ นิเกอิ +0.46% ได้แรงหนุนจากหุ้นผู้ผลิตชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI หลัง OpenAI เปิดเผยแผนการลงทุนมูลค่ามากกว่า 3 หมื่น ล.ดอลลาร์ในศูนย์ Data Center แห่งใหม่ แต่ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นยังถูกกดดันจาก Japan Bond Yield 10 ปี ปรับ่ขึ้นอยู่ที่ 2.774% +3.3 Bps ขณะที่ Kospi เกาหลีใต้ +4.4% นำโดย SK Hynix +4.8 หลัง Alphabet เผยรายได้จากธุรกิจคลาวด์ +82% YoY และเตรียมเพิ่มงบ Capex ด้าน AI ส่วนหุ้นกลุ่มกลาโหม Hanwha Aerospace +7.5% ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.25% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงิน และเทคโนโลยี เช่น Zhongji Innolight +1.1%, Foxconn Industrial Internet +3.6% และ CATL +3.7%
  • SET วานนี้ +0.10% ปริมาณการซื้อขาย 68 แสน ลบ. รายย่อยซื้อ 1,194 ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,891 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 227 ลบ. และสถาบันขาย 2,858 ลบ. โดยดัชนีได้ปัจจัยหนุนจากกลุ่มอิเล็ก ฯ +1.85% ฟื้นตัวตามหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปในสหรัฐ & เอเชียเหนือ หลังแรงบังคับขายในบัญชี Leverage เริ่มลดลง กอปรกับ Alphabet ได้ประกาศเพิ่มงบลงทุน Capex ปีนี้ขึ้นจากเดิม 1.5 หมื่น ล.ดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลบวกต่ออุปสงค์สินค้าในกลุ่มชิปและเซิร์ฟเวอร์ ขณะที่กลุ่มธนาคาร +1.3% เริ่มมีแรงซื้อกลับ หลังถูกแรงขาย Sell on Fact ในช่วงหลังประกาศงบ โดยเม็ดเงินเลือกซื้อลงทุนในหุ้นธนาคารที่มีอัตราจ่ายเงินปันผลสูง เช่น KBANK, SCB, KTB และ KKP ที่ได้ประโยชน์จากรายได้ค่าธรรมเนียมของตลาดเงิน & ทุนที่เติบโตได้ดี ส่วนกลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมีก็มีแรงซื้อสะสมเนื่องจากได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบ & สเปรดผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมียังทรงในระดับสูง หลังสถานการณ์รบในตะวันออกกลาง และรัสเซีย – ยูเคนที่รุนแรง อาจส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานขาดแคลน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่ม Domesctic Play, ท่องเที่ยว และขนส่งของไทย เนื่องจากต้นทุนการดำเนินผันผวนตามราคาเชื่อเพลิง โดยวานนี้ กบง. มีมติให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล บี0, บี7 และบี 20 ลง 2.40 บาท/ลิตร ตั้งแต่ 24 ก.ค. – 15 ส.ค. 69 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งจากการปรับลดราคาน้ำมัน 2 รอบในช่วง ก.ค. – ส.ค. คาดจะส่งผลลบต่อกำไรของกลุ่มโรงกลั่นราว 7.2 พัน ลบ.  ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ คือ การรายงานงบ Q2/69 ของ DELTA ในวันศุกร์ ซึ่ง Consensus คาดกำไรที่ราว 8.2 พัน ลบ. -9.3% QoQ แต่ +77% YoY และคาดการณ์ภาวะขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต จะมีแนวโน้มผ่อนคลายในช่วง Q3 นี้ 

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,620 – 1,630 แนวต้าน 1,650 คาดดัชนีมีแนวโน้ม Sideway Down หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางและรัสเซีย – ยูเครนมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และอยู่ระห่างรอการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่ม Real Sector แนะนำซื้อเก็งกำไรกลุ่มพลังงานต้นน้ำ & ปิโตรเคมี เช่น PTTEP, PTT, IVL ที่คาดกำไร Q2 – Q3 ยังขยายได้ดีตามราคาขายผลิตภัณฑ์ / กลุ่มส่งออก TU, ITC, AAI ที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า / กลุ่มพลังงานทดแทน GUNKUL,SSP,BBGI,TGE

 

  • PRM* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.65 บาท) แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโต QoQ, YoY หนุนจาก U-rate ที่ฟื้นตัวของธุรกิจเรือ FSU ตามความต้องการใช้กักเก็บน้ำมัน ประกอบกับกำลังการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากจำนวนเรือที่มีมากกว่าปีก่อน โดยในปี 69 คาดมีเรือใหม่เพิ่ม 2 ลำเป็น 72 ลำ ทั้งนี้ในปี 69-70 ตลาดคาดการณ์กำไรที่ 3 พันล้านบาท (+5%YoY) และ 2.45 พันล้านบาท (+7%YoY) หนุนจากการการขยายและปรับปรุงกองเรือ รวมถึงจำนวนวันที่เข้าอู่ซ่อมบำรุงน้อยลง valuation ไม่แพง Forward PER 69F 9.4x, Dividend Yield 6%

 

  • TRUE (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 16.00 บาท) แนวโน้มการดำเนินงานปกติในช่วง 2Q69 มีโอกาสที่จะบวกได้ทั้ง YoY และ QoQ โดยคาดหวังการบวก YoY ได้เด่นต่อเนื่องจากมาร์จิ้นปรับปรุงดีขึ้น หลังการได้มาซึ่งใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่(2300 MHz/1500MHz) และสินสุดสัญญาการจัดการความถี่กับ NT นอกจากนี้ คาดว่า TRUE จะสามารถควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย และ Finance Cost ได้ดี ขณะที่ปัจจัยบวกเพิ่มเติมจะมาจากการใช้ Data ที่คาดว่าจะสูงขึ้นในช่วงบอลโลก ภาพรวมเรายังมอง TRUE เป็นหุ้นรับความผันผวนได้ดีจากประเภทของธุรกิจซึ่งสอดค้ลองกับ Mega Trend ในแง่การใช้ Data ที่สูงขึ้น รวมถึงการ Migrate ของเทคโนโลยี(อัพ Package หนุน ARPU) ยังมองบวกต่อนโยบายการจ่ายเงินปันผลรายไตรมาส และยังมี 69F Dividend Yield ในโซนน่าสนใจที่ราว 4%

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ก.ย. +$5.36 อยู่ที่ $92.19 / บาร์เรล, Brent ก.ย.+$6.62 อยู่ที่ $100.69/บาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีได้ปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ และโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุ ฯ 2 ลำบริเวณทะเลแดง 

 

Gold Update (-) Comex Gold  ส.ค. -$101.70 ปิดที่ 4,050.20 ดอลลาร์/ออนซ์  ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.32% อยู่ที่ 101.445 และ US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.698%

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -13.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +55.94 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  ขายหุ้นอินโด ฯ  -68.31 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -1.24 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.698 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +10 จุด อยู่ที่ 2,725

(-) BitCoin เช้านี้  -1.18% อยู่ที่ 65,047 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

สัปดาห์ที่4  กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

   ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์

   รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

สัปดาห์ที่5  สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

 

ต่างประเทศ

22 ก.ค.      US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ 

23 ก.ค.      EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย  ( ก.ค.)

  EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป

                  US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

24 ก.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( ก.ค.)

  US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( ก.ค.)

                  US ยอดขายบ้านใหม่  (มิ.ย.)

                 

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BH, CPALL, STA*

 

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ร้องเพลงรอ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ขอสวมบทเป็น นักร้องคีย์เดียว ร้องเพลงรอให้กับตลาดหุ้นไทย รอปัจจัยบวก รอเงินนอกไหล เข้ามาในตลาดหุ้นไทย ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้