SCB : ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์ (2Q26)
SCB รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 1.11 หมื่นล้านบาท (-13% YoY, +9% QoQ) สูงกว่าประมาณการของเราและ Bloomberg Consensus 9% และ 5% ตามลำดับ โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรจาก FVTPL ที่แข็งแกร่ง ขณะที่องค์ประกอบอื่นของผลประกอบการโดยรวมเป็นไปตามคาด แม้เราจะเห็นแรงกดดันด้านคุณภาพสินทรัพย์
มุมมองของเราหลังการประชุม : เป็นกลาง การประชุมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับประเด็นคุณภาพสินทรัพย์ และการเติบโตของสินเชื่อที่อ่อนแอ ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินนโยบายควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ สะท้อนว่าทั้งสองประเด็นยังเป็นความกังวลหลักของตลาดในปัจจุบัน เมื่อพิจารณาว่ากำไรในช่วง 1H26 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน และฝ่ายบริหารยังมีมุมมองระมัดระวังต่อผลการดำเนินงานในช่วง 2H26 เราจึงไม่คาดว่า SCB จะได้รับการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้นมากกว่าธนาคารในกลุ่มเดียวกัน และยังคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ SCB โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 141.00 บาท
ประเด็นสำคัญจากผู้บริหาร
• ผู้บริหารประเมินว่าผลประกอบการยังมีความแข็งแกร่ง จากการมีแหล่งรายได้ที่กระจายตัวหลากหลาย โดยการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ยังคงเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดของกลุ่มบริษัท
• ผู้บริหารยังคงเป้าหมายปี FY26 ไว้ตามเดิม แต่คาดว่าการเติบโตของสินเชื่อ (เป้าหมายระดับ low to mid-single-digit) จะอยู่ใกล้กรอบล่างของเป้าหมาย NIM (เป้าหมาย 3.0–3.2%) จะอยู่ใกล้กรอบล่าง ขณะที่ Credit Cost มีแนวโน้มเข้าใกล้กรอบบนของเป้าหมายที่ 135–155 bps
คุณภาพสินทรัพย์
• การเพิ่มขึ้นของหนี้เสียเกิดใหม่มีสาเหตุหลักจากการปรับลดชั้นสินเชื่อของสินเชื่อเดิมที่มีคุณภาพอ่อนแอ เพื่อปรับปรุงคุณภาพงบดุล
Gen-II
• ผู้บริหารระบุว่า คุณภาพสินทรัพย์ของ Card X ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ Auto X มีคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับทรงตัว อย่างไรก็ตาม จากความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ ผู้บริหารยังคงใช้ความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่
• การที่ผลตอบแทนจากสินเชื่อของ Card X ลดลง เป็นผลจากการรับโอนลูกค้าที่มีคุณภาพดีจากธนาคารเข้ามาอยู่ในพอร์ตของ Card X ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วลูกค้ากลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่ำและอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าลูกค้าเดิมของบริษัท