KKP : ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์ (2Q26)
มุมมองของเราหลังการประชุม : เป็นบวก ผู้บริหารมองว่ายังมีโอกาสที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจตลาดทุน โดยเฉพาะ Dime! จะเติบโตต่อได้อย่างน้อยในระยะสั้น ขณะที่ธุรกิจธนาคาร/สินเชื่อก็อยู่ระหว่างการปรับรูปแบบเพื่อสร้าง Synergy และสนับสนุนธุรกิจตลาดทุนมากขึ้น ทั้งนี้ เราคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ KKP โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 84.00 บาท
ประเด็นสำคัญจาก CEO
• ผู้บริหารปรับเพิ่มเป้าหมาย ROAE เป็น 12–13% (จากเดิม 10–11%) จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 1H26 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากธุรกิจตลาดทุน ขณะที่เป้าหมายของธุรกิจสินเชื่อยังคงเดิมเกือบทั้งหมด ยกเว้น Credit Cost ที่ปรับลดลงเล็กน้อย จากตัวเลขที่ต่ำกว่าคาดในช่วง 1H26
• ธุรกิจตลาดทุนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของผลประกอบการธนาคาร โดยตัวชี้วัดสำคัญ เช่น AUA (Assets Under Advice), AUM (Assets Under Management) และ AUP (Assets Under Platform) เติบโตเป็นไปตามเป้าหมายของฝ่ายบริหาร
ธุรกิจสินเชื่อ
• ผู้บริหารยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่ และมุ่งขยายเฉพาะสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ แม้ว่าจะให้ผลตอบแทนไม่สูง
• คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมดีขึ้น จากผลขาดทุนจากการขายหลักประกันที่ลดลง และการติดตามหนี้คืนที่ยังอยู่ในระดับดี การเพิ่มขึ้นของ Credit Cost เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เป็นผลจากการตัดหนี้สูญของสินเชื่อ SME ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว หลังธนาคารปรับนโยบายการตัดหนี้ สินเชื่อกลุ่มนี้มีสิทธิเรียกร้องต่อ TGC และธนาคารตัดสินใจตัดหนี้ออกจากบัญชี เนื่องจากมีเงินสำรองหนี้สูญเพียงพออยู่แล้ว
• ในช่วงเวลาที่ความเสี่ยง/ผลตอบแทนสำหรับสินเชื่อใหม่ยังมีความท้าทาย ธนาคารกำลังพยายามบริหารงบดุลโดยการแสวงหาการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากงบดุล หนึ่งในด้านที่ธนาคารกำลังพิจารณาคือบริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์แบบครบวงจร ซึ่งให้บริการสำหรับนักลงทุนรายใหญ่/สถาบัน รวมถึงการจัดหาเงินทุนและสินเชื่อเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์
ธุรกิจตลาดทุน
• ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมี AUA ทะลุ 1 ล้านล้านบาท แตะ 1.09 ล้านล้านบาท (+13% YTD) โดยมีเงินลงทุนใหม่จำนวน 52,000 ล้านบาท ธุรกิจจัดการกองทุนมี AUM เพิ่มขึ้น 14% YTD มาอยู่ที่ 340,000 ล้านบาท ธุรกิจวาณิชธนกิจ (IB) ฟื้นตัว โดยได้รับแรงหนุนจากดีลเสนอขายหลักทรัพย์ขนาดใหญ่หลายรายการ
Dime!
• การใช้งานแพลตฟอร์มยังเติบโตต่อเนื่อง โดยมีผู้ใช้งานประจำต่อวัน 621,000 ราย (+54% YTD) และ AUP อยู่ที่ 173,000 ล้านบาท (+66% YTD) เป้าหมายระยะยาวของ Dime! คือการเป็นแอปบริการทางการเงินครบวงจร ไม่ใช่เพียงแอปลงทุน โดยล่าสุดได้เปิดให้บริการด้านการชำระเงินเพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ดังกล่าว ขั้นต่อไปจะเพิ่มบริการประกันภัย และในปีหน้าจะเปิดให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม
• Dime! มี Operating Leverage สูง โดยปีที่แล้วมีกำไรสุทธิประมาณ 200 ล้านบาท จากรายได้ 800 ล้านบาท และฝ่ายบริหารคาดว่าอัตรากำไรสุทธิในปีนี้จะสูงขึ้น
• โครงสร้างผู้ใช้งานประจำต่อวัน: นักลงทุนรายย่อยเป็นฐานลูกค้าหลัก, Gen Z คิดเป็น 50%, Gen Y คิดเป็น 40%, Gen X และ Baby Boomers รวมกันน้อยกว่า 5%, รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งานอยู่ที่ 400–500 บาทต่อปี, มูลค่าสินทรัพย์เฉลี่ยบนแพลตฟอร์ม (AUP) ต่อผู้ใช้อยู่ที่ประมาณ 5,000–6,000 บาท
• เป้าหมายระยะยาว: เมื่อเริ่มก่อตั้ง Dime! บริษัทตั้งเป้ามีผู้ใช้งาน 4 ล้านราย ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือบัตรเครดิตในประเทศไทย ปัจจุบันแพลตฟอร์มมีผู้ใช้งาน 2.2 ล้านราย
• ผู้บริหารมองว่า การนำ Dime! เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย เนื่องจากจะทำให้ Synergy ภายในกลุ่มลดลง
• ปัจจุบัน 60% ของหลักทรัพย์ที่ซื้อขายบนแพลตฟอร์มเป็นหุ้นสหรัฐฯ โดยบริษัทมีแผนเปิดให้ซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ 23 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มความสนใจของผู้ใช้งานและกระตุ้นปริมาณการซื้อขายบนแพลตฟอร์มได้มากขึ้น