วันจันทร์ที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน โดยในช่วงเช้าดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมีแรงขายกดดันมากในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ นำโดย DELTA ตามแรงขายในหุ้นกลุ่มชิปสหรัฐ อย่างไรก็ดีช่วงบ่ายดัชนีพลิกตัวขึ้นมายืนในแดนบวก โดยมีแรงซื้อหนุนจากหุ้นธนาคาร และพลังงาน ประกอบกับFund Flow ที่ยังคงไหลเข้ามา เป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,646.00 จุด+6.96 จุด +0.42% มูลค่าการซื้อขาย 93,290 ลบ. Program Trading +50.01 ลบ. ต่างชาติ +1,819.03 ลบ.TFEX +4,879 สัญญา ตราสารหนี้+1,930.52 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในเดือน ก.ย. ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน
ยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิม แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯเพิ่งออกมากล่าวหาว่าจีนแทรกแซงการเลือกตั้งก็ตาม
+ ธนาคารกลางจีนมีมติคงอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีไว้ที่ระดับ 3% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีไว้ที่ระดับ 3.5%ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเดือนที่ 14 และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด
+ หุ้นกลุ่มธนาคารที่ส่งงบการเงินงวด 2Q69 และ 6M69 ส่วนใหญ่ดีกว่าคาดการณ์
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 307.16 จุด หรือ -0.59% ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ซึ่งรวมถึง Alphabet และ Intel
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่83.23 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากที่ปรับตัวผันผวนตลอดทั้งวัน โดยนักลงทุประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ในขณะเดียวกันก็มีสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปิดช่องทางการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
- ผลสำรวจซึ่งธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ระบุว่า ธนาคารพาณิชย์ในเกาหลีใต้คาดว่าจะคุมเข้มมาตรฐานการปล่อยกู้ให้กับภาคครัวเรือน
ในไตรมาส 3/2569 ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสินเชื่อ
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามในประกาศฝ่ายบริหาร3 ฉบับเมื่อ เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมอีก 50% ส าหรับสินค้าบางประเภทจากแคนาดา โดยระบุว่าแคนาดาเลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ
- กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย หลังจากทั้งสองฝ่ายเปิดฉากโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยมีแรงหนุนมาจาก Fund Flow นักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง มองกรอบดัชนีในวันนี้1,640-1,655 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
-ไทยช่วยไทยพลัส : CPAXT BJC TNP MOTHER
- สินค้าส่งออกเดือน พ.ค. ที่ยังเติบโต : KCE HANA CPF GFPT AAI ITC
-หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BH GULF KBANK
-พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ : CK STECON WHAUP CPALL CPAXT
-แผน PDP ฉบับใหม่ : GULF BGRIM GPSC GUNKUL