Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

186

 
3 สงคราม กับ FUND FLOW 3 ทิศ

HORIZON MARKET VIEW
• ตลาดการเงินโลกยังเผชิญแรงกดดันจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (MIDDLE EAST WAR), สงครามการค้าสหรัฐฯ (TRADE WAR) และการแข่งขันด้าน AI (TECH WAR) ส่งผลให้แรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงชะลอลง
• ตลาดกังวลความเสี่ยงการขนส่งน้ำมันผ่านทะเลแดง บวกกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านที่ยังสูง ทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน
• สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บ ภาษีนำเข้า 50% กับสินค้าบางประเภทจากแคนาดา ถือเป็นสัญญาณว่าสงครามการค้าอาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง และเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก
• KIMI K3 AI จากจีน ที่มีประสิทธิภาพสูงเทียบเท่ากับฝั่งสหรัฐฯ แต่ใช้ต้นทุนต่ำกว่าสะท้อนการแข่งขัน AI เปลี่ยนจากแข่งเทคโนโลยี สู่แข่งรายได้และกำไรอย่างชัดเจน


REGION RADAR
• จีนได้สร้างกระแสฮือฮาให้บรรดานักลงทุนทั่วโลกอีกครั้งหลังบริษัทMOONSHOT ได้เปิดตัวโมเดล AI ตัวใหม่ของจีน “KIMI K3”นอกจากนี้ ได้แรงหนุนจาก FUND FLOW ต่างชาติกลับเข้ามาซื้อมากสุดในรอบหลายปี แนะนำ 8 หุ้นเด็ด DR จีน อาทิ DR: BABA80
• สัปดาห์นี้จะเริ่มมีการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของกลุ่มMAG7 นำโดย TESLA และ ALPHABET ในวันพุธนี้ ซึ่งตลาดจับตางบลงทุน CAPEX ของกลุ่ม HYPERSCALER ว่าจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ อีกทั้งยังมีงบของ INTEL ที่จะรายงานในวันพฤหัสบดีน

THAI FOCUS
• วันศุกร์นี้ติดตามตัวเลขออกไทยจะโต 15.2% (YOY) แต่การนำเข้าพุ่งสูงถึง 35.8% ส่งผลให้ไทยยังคงขาดดุลการค้าระดับสูงราว 4,000ล้านเหรียญฯ ซึ่งจะกดดันดุลบัญชีเดินสะพัดให้ลดลง เสี่ยงทำให้เงินบาทอ่อนค่า เกิดปัญหาเงินเฟ้อนำเข้า และกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน โดยต้องรอดูว่าภาคท่องเที่ยวจะช่วยพยุงสถานการณ์ได้หรือไม่
• อีกทั้งตัวเลขส่งออกไทยแม้จะดีขึ้น แต่ยังเติบโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก (เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และจีน) สะท้อนให้เห็นว่าไทยยังได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการค้าโลกไม่เต็มท

 

SYNAPSE STRATEGY

• เม็ดเงินย้ายเงินออกจากหุ้นกลุ่มเติบโตสูงและ AI ไปยังกลุ่ม AI ที่สร้างรายได้จริง (AI MONETIZATION), กลุ่มน้ำมัน และหุ้นกลุ่มคุณค่าปันผลสูง ซึ่งไทยคือ 1 ในเป้าหมายนั้น โดยเห็นเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นเดือนถึง 4.4 หมื่นล้านบาท เพื่อหนีความผันผวนจากสงคราม และการเมืองในประเทศที่มีเสถียรภาพ
• โดยเม็ดเงินต่างชาติเน้นลงทุนในหุ้น กลุ่มสื่อสาร, พลังงาน และธนาคาร (TRUE, PTTEP, KBANK, TOP, BBL, GULF, TIDLOR)ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์โลกที่เน้นลงทุนในหุ้น VALUE และ OIL

 

ORIZON MARKET VIEW
MIDDLE EAST– TRADE – TECH WAR !!!
ตลาดการเงินโลกยังเผชิญแรงกดดันจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (MIDDLEEAST), สงครามการค้าสหรัฐฯ (TRADE WAR) และการแข่งขันด้าน AI (TECH WAR) ส่งผลให้แรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงชะลอลง รายละเอียดดังนี้

MIDDLE EAST WAR : ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น หลังกลุ่มฮูตี (อิหร่านสนับสนุน) ประกาศปิดล้อมทางทะเลและสนามบินต่อซาอุดีอาระเบีย พร้อมเริ่มสั่งปิดช่องแคบบับอัล-มันเดบ (ทางออกสู่ทะเลแดง) เพื่อตอบโต้ที่ซาอุดีอาระเบียยกระดับความขัดแย้งในเยเมน ซึ่งความกังวลการส่งออกน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียไปยังเอเชียหยุดหยุดชะงัก บวกกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านที่ยังสูง ทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน BRENT แตะ 89 เหรียญฯ/บาร์เรล เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัวและจำกัดโอกาสการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง


TRADE WAR : สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บ ภาษีนำเข้า 50% กับสินค้าบางประเภทจากแคนาดา อาทิผลิตภัณฑ์นมและครีม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอุปกรณ์ฮอกกี้ พร้อมยกเลิกข้อยกเว้นบางส่วนภายใต้ข้อตกลง USMCA ผ่านการใช้ SECTION 338 OF THE TARIFF ACT OF 1930 ซึ่งไม่เคยถูกนำมาใช้จริงมาก่อน ถือเป็นสัญญาณว่าสงครามการค้าอาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง และเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก


TECH WAR : MOONSHOT AI สตาร์ทอัพ AI จากจีน สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดหลังเปิดตัว KIMI K3โมเดลAI แบบ OPEN-WEIGHT ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงโมเดลชั้นนำของสหรัฐฯ แต่มีต้นทุนการใช้งานต่ำกว่า ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ให้บริการ AI และ CLOUD รายใหญ่ในสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังต้องจับตาฤดูกาลประกาศผลประกอบการของ BIG TECH โดย 22 ก.ค.TESLA และ ALPHABET จะเป็นสองบริษัทแรกที่รายงานผลประกอบการ ตามด้วย 29 ก.ค. MICROSOFT, META, APPLE และ AMAZON ซึ่งผลประกอบการและแนวโน้มการลงทุน AI จะมีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก

REGION RADAR
8 อรหันต์หุ้นเด็ด DR จีนต้อนรับเดือนสิงหาคม
จีนได้สร้างกระแสฮือฮาให้บรรดานักลงทุนทั่วโลกอีกครั้งหลังบริษัท MOONSHOT ได้เปิดตัวโมเดล AI ตัวใหม่ของจีน “KIMI K3” โดยได้มีการทดสอบและจัดอันดับให้โมเดล AI จากจีนตัวนี้มีคะแนนที่สูงกว่าโมเดล AI ของทางสหรัฐฯ อาทิ CHATGPT และ GEMINI ส่งผลให้เป็น SENTIMENT เชิงบวกต่อตลาดหุ้นจีน นอกจากนี้ FUNDFLOW จากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นจีนเดือน ก.ค. อยู่ที่ราว $3 หมื่นล้านเหรียญ เป็นเดือนแรกที่มีเม็ดเงิน FUND FLOW ไหลเข้าตลาดหุ้นจีนและทำสถิติสูงสุดในรอบหลายปี แนะนำ 8 หุ้นเด็ด DR ต้อนรับเดือนสิงหาคม โดยเราคาดว่าผลประกอบการของหุ้นทั้ง 8 ตัวนี้จะเติบโตโดดเด่นในช่วงครึ่งปีหลัง แนะนำ DR:TENCENT80, BABA80, MEITUAN80, NETEASE80, XPENG03, GEELY80, KUAISH23 และ XIAOMI80


สัปดาห์เริ่มต้นการรายงานงบกลุ่ม MAG7
สัปดาห์นี้จะเริ่มมีการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของกลุ่ม MAG7 นำโดย TESLA และ ALPHABET ในวันพุธนี้ ซึ่งตลาดจับตางบลงทุน CAPEX ของกลุ่ม HYPERSCALER ว่าจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ หากวันพุธนี้ALPHABET ยืนยันการเพิ่มงบลงทุน CAPEX จะเป็น SENTIMENT บวกต่อกลุ่ม SUPPLY CHAIN AI ที่ปรับตัวลงมาแรงก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ INTEL จะมีการรายงานงบในวันพฤหัสบดีซึ่งมีประเด็นที่ต้องติดตามคือ การเพิ่มงบลงทุน CAPEX สำหรับการสร้างโรงงานและขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม หากบริษัทมีการเพิ่มงบลงทุนCAPEX มากกว่าที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้จะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่ม SEMICONDUCTOR EQUIPMENT อาทิ DR:ASML01, AMAT19 และ KLAC23


THAI FOCUS
จับตาส่งออกไทย มิ.ย. 69 คาดฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน
วันศุกร์นี้เตรียมลุ้นตัวเลขส่งออก-นำเข้า คาดส่งออกไทยโต 15.2%YOY (ดีขึ้นจากเดือนก่อนที่ 10.6%YOY) แต่การนำเข้าพุ่งสูงถึง 35.8%YOY ทำให้ไทยยังขาดดุลการค้าประมาณ -4,000 ล้านเหรียญฯ(แม้จะขาดดุลน้อยลงจากเดือนก่อนที่ -5,711 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ก็ยังถือเป็นตัวเลขการขาดดุลที่สูง) การขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่องนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อดุลบัญชีเดินสะพัด (ดุลบัญชีเดินสะพัด = ดุลการค้า + ดุลบริการ รายได้ และเงินโอน) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ทั้งค่าเงินบาทอ่อนค่า, ปัญหาเงินเฟ้อนำเข้า, ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง ซึ่งต้องติดตามภาคการท่องเที่ยว (ดุลบริการ) ว่าจะสามารถช่วยพยุงได้มากน้อยแค่ไหน

นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบการส่งออกของประเทศในภูมิภาค (การส่งออกของประเทศต่างๆ YOY) จะเห็นได้ชัดเจนว่า แม้การส่งออกของไทยจะเติบโตดี แต่ยังถือว่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เกาหลีใต้ที่แตะระดับ 70.7%,ไต้หวัน 40.3%, เวียดนาม 28.1% และจีน 27% ซึ่งสะท้อนว่าไทยอาจยังไม่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการค้าโลกเท่าที่ควร


SYNAPSE STRATEGY
ทิศทาง FUND FLOW ยังไหลเข้าหุ้นไทย รับอานิสงส์สงครามและการเมืองนิ่งในปัจจุบันที่สภาวะเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์มีความผันผวนสูง ทั้งจากปัจจัยด้านสงครามและความตึงเครียดต่างๆจึงเห็นการ ROTATION ของเม็ดเงินไปยัง 3 ปลายทางหลัก ได้แก่


• ทิศทางที่ 1 GLOBAL ROTATION (หมุนกลุ่มเล่นในตลาดโลก): เกิดการเทขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเติบโตสูง, เซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐาน AI และเม็ดเงินกำลังย้ายไปสู่หุ้นกลุ่ม AIMONETIZATION (ผู้ที่นำ AI ไปสร้างรายได้จริง เช่น ซอฟต์แวร์, ไซเบอร์ซีเคียวริตี้), หุ้นกลุ่มน้ำมัน (OIL)และหุ้นคุณค่า/ปันผลสูง

• ทิศทางที่ 2 CHINA ROTATION (เงินไหลกลับเข้าจีน): ตลาดหุ้นจีนเริ่มกลับมาน่าสนใจ โดยพบว่ามีเม็ดเงินไหลเข้า ETF หุ้นจีนในเดือนกรกฎาคม (MTD) สูงกว่า 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พลิกกลับจากการขายสุทธิตลอด 6 เดือนก่อนหน้า ปัจจัยหนุนมาจากกองทุนของรัฐบาลจีนที่เข้ามาพยุงตลาด และความผันผวนของตลาดหุ้นไต้หวันและเกาหลีใต้

• ทิศทางที่ 3 THAILAND ROTATION (เป้าหมายเงินทุนหลบภัย): ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการกระจายความเสี่ยง โดยมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว โดยสถิติในอดีตชี้ให้ว่า FUND FLOWต่างชาติมักไหลเข้าหุ้นไทยอย่างโดดเด่นในเวลาที่มีสงคราม และการเมืองในประเทศมีเสถียรภาพ อาทิจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่ชัดเจน เช่นเดือน มิ.ย. 2019 (พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ) และเดือน ก.พ.2026 (อนุทิน เป็นนายกฯ) ดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติได้กว่า 47,000 และ 54,000 ล้านบาทตามลำดับ ส่วนวิกฤตความขัดแย้งระดับโลก เช่นในเดือน ก.พ. 2022(จุดเริ่มต้นสงครามรัสเซีย-ยูเครน) และ ส.ค. 2022(ผลกระทบจากสงครามและ FED เร่งขึ้นดอกเบี้ย) ซึ่งต่างชาติเข้าซื้อหุ้นไทยสูงถึง 63,000 และ 57,000 ล้านบาทตามลำดับ

 

โดยปัจจุบันเห็น FLOW ต่างชาติไหลหุ้นไทย 4.4 หมื่นล้านบาท(MTD) พบว่ากลุ่มที่ได้รับความสนใจ คือ กลุ่มสื่อสาร, พลังงาน และธนาคาร ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ GLOBAL ROTATION ที่เน้นหุ้น VALUE และ OIL อาทิ TRUE PTTEP KBANK TOP BBL GULF KTB SCB CPF AOT เป็นต้น

 

ส่วน TOPPICK ในวันนี้เลือก SCGP PTTEP TIDLOR

 

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้