คาด SET Index Sideways to Sideways Down:แรงกดดันจากภาพ Outlook ของ TSMC ซึ่งสร้างความกังวลให้ภาพกำไรของบริษัทในระยะถัดไป
แนวรับ-ต้าน
1,615 –1,640
กลยุทธ์การลงทุน
1) เก็งงบ 2Q69: BAY, BBL, KBANK, KKP, KTB,KTC, MTC, PTT, SAWAD, SCB, STECON,TIDLOR, TTB
2) หุ้นโซนต่ำ : PR9, BH, BCH, CPALL, BJC
3) หุ้นปันผล : KKP, TISCO, SIRI, AP, SPALI, PT,VAYU1
4) ไ ท ย เ ที่ ย ว ไ ท ย พ ลั ส : CRC, CPALL, CPN,MINT, ERW, AWC, BA, AAV, AOT, THAI
5) โรงไฟฟ้า : GUNKUL, GULF, RATCH, EGCO
TSMC ผู้เขย่าขวัญตลาด
TSMC เขย่าตลาด แต่หุ้นไทยยังพอมีทางออก : ดัชนี Nasdaqปรับตัวลงกว่า 1.47%หลัง TSMC เผยผลประกอบการออกมามีกำไร7.06 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน ขยายตัว 77%y-y และ 23%q-qภาพรวมกำไรในไตรมาสล่าสุดดูไม่น่ากังวล แต่สิ่งที่ตลาดกังวลคือภาพ Outlook ซึ่งผู้บริหารเผยว่าบริษัทกำลังเร่งขยายธุรกิจออกนอกไต้หวัน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนเกิดขึ้นค่อนข้างมาก และ ได้ปรับเพิ่มประมาณการค่าใช้จ่ายในส่วน Cap Ex. เพิ่มขึ้นจาก 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการขยายการลงทุนในสหรัฐเพิ่มเติมอีก 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซ่ึ่งอาจสร้างแรงกดดันภาพกำไรในระยะถัดไป หุ้นที่เกี่ยวเนื่องในอุตสาหกรรมเดียวกันปรับตัวลง มองเป็นลบต่อหุ้นกลุ่มชนิ้ ส่วนอิเล็กฯของไทยด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดีเรามองภาพการลงทุนในวันนี้ SET อาจมีการย่อลงตาม Sentiment ลบที่เข้ามากดดัน แต่เนื่องจากการปรับตัวขึ้นมาในรอบนี้เป็นการปรับขึ้นที่กระจายกันข้ึนในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงยังมีเม็ดเงินเข้าซื้อสุทธิจากต่างชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่องจงึมองจะเป็นการปรับฐานลงมาสั้น ๆ และ ยังมีหุ้นบางกลุ่มที่สลับกันปรับตัวขึ้น มองหุ้นที่อยู่ในโซนต่า เช่น กลุ่มโรงพยาบาล และ ค้าปลีก หรือ หุ้นในกลุ่มปันผล เช่น กลุ่มธนาคาร และอสังหาฯ ยังมีความน่าสนใจ และเป็นแหล่งพักเงินที่ดียามตลาดผันผวน
น้ำมัน และ ภาษี ที่ยังต้องจับตาต่อ: ราคาน้ามันดิบ WTI เช้านี้ปรับตัวลงมาที่ 78.89 ดอลลาร์ต่อบ่าร์เรล ท่ามกลางการรอจับตาความคืบหน้าสถานการณ์ในตะวันออกกลางใกล้ชิด นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้าจะเป็นการสิ้นสุดมาตรา 122 Global Tariff 10% คาดจะเห็นการบังคับใช้กำแพงภาษีใหม่ซ่ึงคาดอยู่ที่ 12.5% ตามที่ USTRประกาศในเบื้องต้นสำหรับไทย จึงอาจกลับมาสร้างความกังวลด้านเงินเฟ้อฝั่งอปุ ทานทั้งจากพลังงานและภาษีให้ตลาดอกีครั้ง และ อาจทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกกลับมา Hawkish มากขึ้น
ปัจจัยสำคัญอื่นๆที่น่าจับตาในสัปดาห์หน้า : US - S&P GlobalManufacturing PMI (Jul)/ S&P Global Services PMI (Jul)/New Home Sales (Jun), CN- China Loan Prime Rate 2Y and5Y (Jul), EU- การประชุม ECB
ปัจจัยเพิ่มเติม
(+)กรมการค้าต่างประเทศเผยผู้ประกอบการไทยใช้สิทธิประโยชน์ FTA เดือนเม.ย.69 เพิ่มขึ้น 10.19% y-y และมีอัตราการใช้สิทธิ 81.41% สะท้อนว่าผู้ประกอบการไทยเริ่มใช้เครื่องมือทางการค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
(+)TSMC เผยผลประกอบการ 2Q69 มีก าไรสุทธิ NT$706,560 ล้าน เพิ่มขึ้น77.4% y-y นับเป็นการทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 5 และสะท้อนอุปสงค์ชิปประมวลผลสำหรับ AI ที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
(-) กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยยอดจดทะเบียนนิติบุคคล 6M69 มียอดจดทะเบียนเลิกเพิ่มขึ้น 12% และทุนของนิติบุคคลที่เลิกเพิ่มข้ึนมากถึง 224% นับเป็นสัญญาณแรงกดดันทางธุรกิจ อาทิ ต้นทุนสูง กำลังซื้อชะลอ การแข่งขันรุนแรง
(-) IEAเผยในรายงาน GlobalCritical MineralsOutlook ว่าการบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออก Rare earthsของจีนอย่างเต็มรูปแบบอาจสร้างความเสี่ยงต่อการผลิตในอตุ ฯปลายน้าทั่ว โลกที่มีมูลค่ารวมกว่า 6.5 ล้านล้านดอลลาร
ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน
ธีรดา ชาญยิ่งยงค์- นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ และทางเทคนิค #9501
ชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #37928
ภัทรดนัย จตุรพร – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #094041
พศุตม์ โงวิวัฒน์ชัย, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #127632
ชนพัฒน์ สุวิยานนท์, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้าน
ตลาดทุน และทางเทคนิค #139549
ฐนพงษ์ แซ่โล้ – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
วัชรพล สร้างกุศล – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์