AT THE OPEN (#ATO)
SET พักรับความไม่แน่นอนตะวันออกกลาง
หุ้นเด่นเลือก BCP และ ASK
Market Strategy
SET Index คาดพักตามกรอบ 1615-1635 จุด กดดันมาจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อทิศทาง Fund Flow ต่างชาติชะลอไหลเข้า แต่คาดยังได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่ม Oil & Gas ช่วยประคองตลาด หุ้นเด่นวันนี้เลือก BCP และยังชอบ ASK
สถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรง หลัง Trump ส่งสัญญาณกลับมาปิดล้อมอิหร่านพร้อมขอเก็บค่าผ่านทาง 20%หนุนราคาน้ำมันดิบ Brent ดีด 9.6% มาที่ 85 เหรียญฯ กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯติดลบในช่วง -0.3% ถึง -1.6% สภาพแวดล้อมข้างต้นเป็นลบต่อ SET Index ในภาพรวม รวมถึงทิศทาง Fund Flow ต่างชาติที่อาจชะลอเพื่อประเมินสถานการณ์ เขิงกลยุทธ์ในระยะสั้นสะสมหุ้นกลุ่มพลังงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงซึ่งเรายังชอบหุ้นกลุ่มโรงกลั่น BCP SPRC ที่ Valuation ไม่แพงและค่าการกลั่นจะอยู่ในระดับที่ดี แม้สุดท้ายเชื่อว่าสถานการณ์สงครามจะคลายตัวก็ตาม
ปัจจัยในประเทศวันนี้ความสนใจอยู่ที่รายงานงบ 2Q69 ของ TISCO ซึ่งเราคาดกำไร 1.78 พันล้านบาท +9%YoY และ+3%QoQ หากกำไรออกมาดีกว่าคาดจะเป็น Sentiment ที่ดีต่อการเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มธนาคารอื่นๆต่อไป ทั้งนี้งบ 2Q69 กลุ่มธนาคาร 7 แห่งที่อยู่ภายใต้ Coverage ของเราในภาพรวมทำกำไร 5.5 หมื่นล้านบาท หดตัว -2%YoY และ -4%QoQ กดดันจาก NIM ที่ลดลง ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ โดยหุ้นในกลุ่มฯที่คาดกำไร 2Q69 จะเติบโตทั้ง QoQ และ YoY คือ KKP และ TTB
ประเด็นติดตามวันนี้ 1) การประชุม ครม.พิจารณาเกณฑ์ใหม่ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2) การรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯเดือน มิ.ย. คาดขยายตัว 3.8%YoY ลดลงจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 4.2%YoY หากออกมามากกว่าคาดจะเป็นปัจจัยลบที่จะเพิ่มความกังวลต่อแนวโน้มดอกเบี้ยฯสหรัฐฯ 3) ถ้อยแถลงของประธาน FED ต่อสภาคองเกรสระหว่างวันที่ 14-15 ก.ค.เพื่อจับสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ในระยะถัดไป
Market Summary
SET Index ปิดที่ 1,627.90 จุด (+0.39%) พลิกกลับมาปิดบวกหนุนโดยแรงซื้อหุ้น Value กลุ่มธนาคาร +0.8% ก่อนการรายงานงบ 2Q69 กลุ่ม Oil&Gas และโรงกลั่นตามราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัว ส่วนกลุ่มอื่นๆสินเชื่อรถบรรทุกอย่าง THANI (+2.88%), ASK (+2.52%) และ TIDLOR (+0.52%) ที่รับมุมมองเชิงบวกจากอุตสาหกรรมที่เริ่มฟื้นตัว ขณะที่หุ้นลบถูกกดดันจากปัจจัยเฉพาะตัว โดยสายการบิน BA (-2.11%) ร่วงตามราคาน้ำมันที่ดีดตัวจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และกลุ่มรับเหมา STECON (-3.72%) ร่วมกับ CK (-2.02%) เผชิญแรงขาย Sell on Fact หลังปรับตัวขึ้นตอบรับประเด็น พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาทไปก่อนหน้า
DAILY Stock Pick
BCP
ราคาน้ำมันฟื้นตัว
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 54.00 บาท
ราคาน้ำมันดิบ Brent ฟื้นตัวทะลุ USD82/bbl หลังจากที่สหรัฐ-อิหร่านกลับมาโจมตีกันอีกครั้ง หนุนธุรกิจ E&P และกังวล stock loss น้อยลง
Valuation น่าสนใจ PE’69 เพียง 5 เท่า ถูกที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น พร้อมรับเงินปันผลสูงถึง 6.7%
Technical View
แนวรับ : 37.50 บาท
แนวต้าน : 38.50 บาท
จุดตัดขาดทุน : 36.50 บาท
WEEKLY Stock Pick
ASK
ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 68
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 14.00 บาท
เราคาดกำไรปี 69 เติบโต 60%YoY สูงที่สุดในกลุ่ม ตาม NPL ที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปี 68 ขณะที่ 2Q69 เราคาดกำไรโตเด่นถึง 68%YoY
การเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนทำได้ดีต่อเนื่อง โดยมียอดสะสมงบปี 69 อยู่ที่ 48% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 42% ขณะที่แนวโน้ม 3Q69 มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นก่อนสิ้นสุดงบประมาณประจำปี
Technical View
แนวรับ : 11.90 บาท
แนวต้าน : 13.20 บาท
จุดตัดขาดทุน : 10.70 บาท
KEY FACTOR
ประเด็นสำคัญในวันนี้ Consensus คาดการณ์ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ Headline CPI จะพลิกกลับมาหดตัวที่ -0.1% MoM (ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากเดือนก่อนหน้าที่ +0.5%) และ +3.9% (จากเดือนก่อนหน้าที่ +4.2%) โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการร่วงลงของราคาน้ำมัน และอาจทำให้ตัวเลขในเดือน พ.ค. กลายเป็นจุดสูงสุดของเงินเฟ้อในปีนี้ ขณะที่ฝั่ง Core CPI Consensus คาดว่าจะขยายตัวทรงตัวที่ +0.2% MoM และ +2.9% YoY
นอกจากนี้ตลาดจะให้น้ำหนักกับการแถลงต่อสภาคองเกรส รอบครึ่งปีของประธานเฟด Kevin Warsh อย่างไรก็ดีประเมินว่าน่าจะไม่มีการส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่ชัดเจน รวมทั้งมีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงการตอบคำถามที่เป็นประเด็นทางการเมือง ทั้งนี้ ทิศทางเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะผ่านจุดสูงสุดและเริ่มชะลอตัวลง บวกกับแนวโน้มการสงวนท่าทีของประธานเฟดคนใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ไม่ยกระดับความกลัวต่อการกลับมาใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดเพิ่มเติม
EYES ON
14 ก.ค. เงินเฟ้อสหรัฐฯ, การค้าระหว่างประเทศจีน
15 ก.ค. PPI สหรัฐฯ
16 ก.ค. ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ
นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ
โทร. 02 658 5000