Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

52

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 9 ก.ค.69 ปิด +32.05 จุด อยู่ที่ 1,608.30 จุด มูลค่าการซื้อขาย 79,976 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 660 ลบ. สถาบันขาย 242 ลบ.  รายย่อยขาย 7,732 ลบ. และต่างชาติซื้อ 8,634 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 3,869 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTT,KTB,KCE,SCB,ADVANC และยอดขาย PTTEP,SCC,BBL,CPALL,PTTGC มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,604 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น SCC,SPALI,SIRI โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 18,466 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 81,523 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,826 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.27%, S&P500 +0.81%, Nasdaq +1.30% ได้ปัจจัยหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี +1.65%, สินค้าฟุ่มเฟือย +1.46% และดัชนีเซมิคอน ฯ ในตลาดฟิลาเดลเฟีย +3.06% นำโดย Micron Tech +4.5% ตอบรับแผนลงทุนมูลค่า 2.5 แสน ล.ดอลลาร์จนถึงปี 2578 และ Meta Platform +4.7% ที่จะเริ่มผลิตชิปเองในช่วง ก.ย. นี้ และวางแผนเพิ่ม Capacity ของโครงสร้าง AI จาก 7 Gigawatts เป็น 14 Gigawatts ภายในปีหน้า ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนราว 1.45 แสน ล.ดอลลาร์ ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภค -1.75% นำโดย PepsiCo -3.3% หลังรายงานกำไร Q2/69 ต่ำกว่าคาด และกลุ่มพลังงาน -1.58% โดยนักลงทุนรอการรายงานกำไรงวด Q2/69 ของ บจ.ใน S&P500 ซึ่ง LSEG คาด +24% YoY จากกำไรของกลุ่มเทค ฯ คาด +65% YoY ส่วนข้อมูลผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 2,000 ราย อยู่ที่ 215,000 ต่ำกว่าคาด 220,000 ราย   
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.78% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี +2.7%, ทรัพยากรพื้นฐาน +3.2% ได้ปัจจัยหนุนจากฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น Soitec +5.9%, ASML +4.8% ตอบรับข่าวจีนอนุญาตให้บริษัทเทค ฯ จีนซื้อชิปรุ่น H200 ของ Nvidia ได้ในจำนวนจำกัด ขณะที่กลุ่มพลังงานปรับลดลง หลัง ปธน.ทรัมป์เผยผู้นำอิหร่านพยายามขอเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งรอบล่าสุด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ -2.2% อยู่ที่ $76.30/บาร์เรล ส่วนดัชนี IBEX สเปนวานนี้ฟื้นตัว +1.1% หลังสหรัฐระงับการค้ากับสเปน เนื่องจากมีความเห็นต่างกันในระดับนโยบาย  
  • ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ +1.38% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังจีนมีแผนที่จะอนุญาตให้บริษัทชั้นนำ AI ของจีนสามารถซื้อชิปรุ่น H200 ของ Nvidia ในจำนวนจำกัด ส่วน Kopsi เกาหลีใต้ +0.62% ได้แรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติและกลุ่มสถาบัน และหุ้นหลุ่มผู้ผลิตชิป Samsung Electronics +0.18% และ SK Hynix +5.3% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ +1.65% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทค ฯ เช่น Cambricon Tech +8.59%, SMIC +13.7% ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจ NBS จีนเผย CPI จีน มิ.ย. +1.0% ชะลอตัวจาก พ.ค. +1.2% YoY บ่งชี้กำลังซื้อของผู้บริโภคจีนที่ฟื้นตัวช้า ซึ่ง ธ.กลางจีนเตรียมดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป
  • SET วานนี้ +2.03% ปริมาณการซื้อขาย 9 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกขาย 660 ลบ. สถาบันขาย 242 ลบ. รายย่อยขาย 7,732 ลบ. และต่างชาติซื้อ 8,624 ลบ. โดยดัชนีได้ปัจจัยหนุนหลัง ศาล รธน. มีมติเอกฉันท์ ชี้ พรก.เงินกู้วงเงิน 2 แสน ลบ. ที่ใช้ในงบเยียววิกฤตราคาพลังงาน ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่เข้าข่ายผิด กม. และมีมติ 7-2 เสียง ชี้ พรก.เงินกู้วงเงิน 2 แสน ลบ.ที่ใช้ในการเปลี่ยงผ่านโครงสร้างพลังงานในประเทศก็ไม่เข้าข่ายผิด กม.รธน. ส่งผลให้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งทาง ธปท.คาด GDP ไทยปีนี้มีโอกาสเติบที่ระดับ +2.3% & เดิมคาด +1.5% YoY ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับ IMF ที่ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้จากเดิมที่ +1.5% ขึ้นเป็น +1.9% YoY สาเหตุมาจากการลงทุนที่ปรับดีขึ้นตามวัฏจักรการลงทุนด้าน AI ของโลก จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลบวกไปยังหุ้น Big Cap.ในกลุ่มอิเล็ก ฯ, โรงไฟฟ้า, รับเหมาก่อสร้าง, ธนาคาร ที่คาดจะได้ประโยชน์จากการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนต่างๆ , ม.สนับสนุนการติดตั้ง Solar Roof Top, ม.สนับสนุนการเปลี่ยนจากรถยนต์ระบบสันดาปเป็นรถยนต์ EV ขณะที่กลุ่ม Domestic Play เช่น ไฟแนนท์, ค้าปลีก, ไอซีที ก็คาดจะได้ปัจจัยหนุนจากกำลังซื้อภายในประเทศที่ปรับดีขึ้น กอปกกับดัชนี SET ยังได้ปัจจัยจาก Fund Flow จากกองทุน Active Fund ของต่างชาติที่ปรับลดพอร์ตการลงทุนจากกลุ่มเทคโนโลยี เข้าสู่กลุ่ม Value & Dividend Play ของไทยที่เทรดในโซน P/E ไม่สูงมาก  

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,590 – 1,600 แนวต้าน 1,620 – 1,630 คาดได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทค ฯ ในตลาดหุ้นสหรัฐ & เอเชียเหนือ กอปรกับได้ปัจจัยหนุนหลังศาล รธน.วินิจฉัยผ่าน พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ.ที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้และปีหน้า แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ประโยชน์จาก ม.ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน เช่น GULF,GPSC,BGRIM / รับเหมาก่อสร้าง CK,STECON กลุ่มติดตั้ง Solar Roof Top เช่น GUNKUL,SINGER /กลุ่ม EV Car เช่น KGEN,MGC,ASAP,NEX,EA และกลุ่มไฟแนนท์ EV Car เช่น TISCO,KKP,TTB,TCAP

 

  • PRM* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.40 บาท) แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโต QoQ, YoY หนุนจาก U-rate ที่ฟื้นตัวของธุรกิจเรือ FSU ตามความต้องการใช้กักเก็บน้ำมัน ประกอบกับกำลังการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากจำนวนเรือที่มีมากกว่าปีก่อน โดยในปี 69 คาดมีเรือใหม่เพิ่ม 2 ลำเป็น 72 ลำ ทั้งนี้ในปี 69-70 ตลาดคาดการณ์กำไรที่ 3 พันล้านบาท (+5%YoY) และ 2.45 พันล้านบาท (+7%YoY) หนุนจากการการขยายและปรับปรุงกองเรือ รวมถึงจำนวนวันที่เข้าอู่ซ่อมบำรุงน้อยลง valuation ไม่แพง Forward PER 69F 9.4x, Dividend Yield 6%

 

  • CHG (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 2.00 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 248 ลบ.( +10%YoY, +10%QoQ) โดยในเชิงรายได้มีปัจจัยหนุนจากรายได้โครงการสวัสดิการภาครัฐฯที่ +8%YoY เป็นผลจากรายได้ UCEP  โรคซับซ้อน และ บริการเฉพาะทาง เช่น โรคหัวใจ, มะเร็ง, การผ่าตัดกระเพาะอาหาร เป็นต้น ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในช่วง 2Q69 เบื้องต้น เราคาดว่าจะอ่อนตัวตามฤดูกาล แต่ในภาพ YoY จะสามารถเป็นบวกได้ต่อ โดย 2Q68 มีฐานต่ำจากจำนวนเงินรับจริงต่ำกว่าที่ Accrual ไว้ของ 26 โรคเรื้อรังราว -73 ลบ.จากการเปลี่ยนแปลงช่วงอายุของผู้ประกันตน นอกจากนี้ คาดว่ารายได้โรคซับซ้อนจะทยอยบวกได้ต่อ YoY ตามที่เห็นใน 1Q69  นอกจากนี้ ในช่วง 4Q69 หรือต้นปี2570 เราคาดว่า SSO มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มอัตราจ่ายในการรักษาสำหรับผู้ป่วยประกันสังคม ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ CHG อยู่ที่ 1,037 ลบ. ( +12%YoY )  และ  1,121 ลบ.( +8%YoY ) ตามลำดับ

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI ส.ค. -$1.44 อยู่ที่ $72.08 / บาร์เรล, Brent ก.ย.-$1.72อยู่ที่ $76.30/บาร์เรล จากความกังวลภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบด้านลบต่ออุปสงค์ความต้องการใช้น้ำมัน หลัง IMF ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปีนี้ลงอยู่ที่ 3.0% & เดิม เม.ย. คาดที่ 3.1% และชะลอจากปีก่อนที่ 3.5%

 

Gold Update (+) Comex Gold  ส.ค. +$58.40 ปิดที่ 4,140.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้แรงหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า -0.09% อยู่ที่ 100.904 โดยนักลงทุนอยู่ระหว่างรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +256.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +257.98 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  ขายหุ้นอินโด ฯ  -14.34 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +12.97 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 33.35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.543 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +39 จุด อยู่ที่ 2,910

(+) BitCoin เช้านี้  +1.56% อยู่ที่ 63,084 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

สัปดาห์ที่4  กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

   ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์

   รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

สัปดาห์ที่5  สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

 

ต่างประเทศ

14 ก.ค.      US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (มิ.ย.)

15 ก.ค.      CN ดัชนีจีดีพี (GDP) ของจีน ไตรมาส 2)

  US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (มิ.ย.)

16 ก.ค.      US ดัชนียอดขายปลีก (มิ.ย.)

                  US ดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย ( ก.ค.)

                  US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

17 ก.ค.      EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (มิ.ย.)

 

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BH, MINT*, CPALL

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ตามสถานการณ์ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เกาะติด ตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แม้เรื่องเดิม เดิม แต่ก็มี...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้